Archive

Archive for กันยายน, 2006

สร้างชุมชนออนไลน์สไตล์บอกอตัวอ้วน

วันอาทิตย์, กันยายน 24, 2006 1 comment

เราคงไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า หนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จในการก่อร่างสร้างธุรกิจออนไลน์ก็คือการสร้างชุมชนออนไลน์ของคุณให้เข้มแข็ง สมาชิกค่อนข้างสนิทแนบแน่น พร้อมกับมีจุดสนใจร่วมกัน มีเป้าหมายร่วมกันที่จะทำอะไรคล้าย ๆ กัน เช่น สนใจเรื่องท่องเที่ยว ก็มาคุยกันเรื่องประสบการณ์ในแต่ละทริป การเตรียมตัวเดินทาง เลยไปถึงการนัดแนะไปเที่ยวและสังสรรค์กันภายในชุมชนออนไลน์

ผมเองมีเว็บไซต์เล็ก ๆ อยู่เว็บหนึ่งชื่อ aussietip.com (ออสซี่ทิปดอทคอม)ครับ วันนี้จะเอามาเป็นกรณีศึกษาให้คุณ ๆ ลองอ่านกันดู เผื่อว่าจะนำไปต่อยอดอะไรได้บ้าง

aussietip.com เป็นเว็บไซต์ที่ผมสร้างขึ้นมาเองเมื่อ 5 ปีที่แล้วสมัยยังเรียนอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ตอนนั้นผมเพิ่งลาออกจากการเป็นนักข่าวหน้าบันเทิงที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ พอไปถึงที่โน่นก็ยังอยากทำงานสื่ออยู่ อยากเขียนอะไรแล้วคนในวงกว้างสามารถอ่านได้ในวงกว้าง ผมเลยตัดสินใจสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา โดยตั้งเป้าหมายว่า aussietip.com จะเป็นเว็บไซต์สำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลีย และท้ายที่สุดผมก็ทำได้ครับ aussietip.com กลายเป็นเว็บไซต์ที่นักเรียนไทยทั้งที่อยู่เมืองไทยและที่ออสเตรเลีย เข้ามาพูดคุยกัน หาเพื่อน หางาน หาบ้าน คนไทยที่เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารก็มาหาน้อง ๆ ในเว็บไปเป็นบริกรบ้าง บางคนก็มาโฆษณาหา sharemate หรือแม้กระทั่งแอบมานัดแนะไปเที่ยวไปเดทกันก็เคยเจอ

จนกระทั่งผ่านไปเกือบ 2 ปี ผมเรียนจบกลับเมืองไทย ทางสถานทูตออสเตรเลีย โดยทางหน่วยงาน Australian Education Centre (AEC)ก็เรียกผมเข้าไปแชร์ประสบการณ์กับน้อง ๆ นักเรียนไทยที่กำลังจะไปเรียน พร้อมออกจดหมายรับรองให้ผมฉบับหนึ่งว่า aussietip.com เป็นเว็บไซต์ที่ทางสถานทูตออสเตรเลีย highly recommended ให้นักเรียนไทยเข้าชม เพราะจะได้ประโยชน์หลาย ๆ อย่าง บวกกับพี่ ๆ สื่อมวลชน ต่างพากันทยอยลงข่าวเกี่ยวกับ aussietip.com ไม่ว่าจะเป็น ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด มติชน ผู้จัดการ ไทยโพสต์ รายการโทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ ทำให้คนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น จนชุมชนเริ่มเติบโตขึ้น จากเคยคุยกันอยู่ 5-10 คน ตอนหลัง ๆ มีคนกลับเข้ามาไม่ต่ำกว่าวันละ 200 คน เพื่อมาคุยเรื่องเดียวกันนั่นก็คือ เรื่อง Lifestyle ทั่ว ๆ ไปของนักเรียนไทยในออสเตรเลียจึงทำให้เว็บอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้

ถ้าถามว่าหัวใจของความสำเร็จในการสร้างชุมชนออนไลน์คืออะไร ตอนแรกผมกะเขียนว่า “ก็รักคนในชุมชนออนไลน์ของคุณก่อน แล้วพวกเขาก็จะรักคุณเอง เพราะผมตั้งใจทำให้คนไทยรักกัน” แต่ผมว่าฟังดูมันเลี่ยน ๆ ชอบกล เอางี้ดีกว่าครับ เอาเป็นว่าการสร้างชุมชนออนไลน์ประกอบไปด้วยปัจจัย 3 ส่วน

1 Human Computer Interaction (HCI)
2 Moderator
3 e-local norms

มาดูกันก่อนว่าข้อ 1 คืออะไร เอาภาพกว้าง ๆ ก่อน …พื้นฐานของ HCI ก็คือการปรับปรุงให้ปฎิสัมพันธ์ (interaction)ระหว่างผู้ใช้งานเว็บไซต์กับคอมพิวเตอร์ราบรื่นขึ้น ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานกับมนุษย์ได้ง่ายขึ้น หรือที่เรา ๆ ท่าน ๆ เรียกกันว่า user-friendly นั่นล่ะครับ การที่จะจับคนมาเสวนาฮาเฮกัน ต้องทำให้เขาสะดวกด้วย ไม่งั้นก็พาลหนีไปเสียดื้อ ๆ ได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการเลือกใช้สีด้วยนะครับ เช่น ถ้าผมทำเว็บบอร์ดเป็นสีโทนร้อน ทางจิตวิทยาจะบอกว่า เฮ้ย คนมีสิทธิ์ทะเลาะกันมากขึ้น ของ aussietip.com เองผมใช้มาแล้วสองสี คือสีเขียวเย็น ๆ และสีฟ้าอ่อน ๆ ทำให้คนในเว็บบอร์ดค่อนข้างรู้สึก soft

ข้อ 2 Moderator ก็คือผู้ควบคุมดูแลและเอื้อประสานประโยชน์ของคนในชุมชน อาจจะเป็นตัวเว็บมาสเตอร์เองก็ได้ หรือจะส่งไม้ต่อให้ user ในเว็บไซต์ก็จะเยี่ยมมาก เพราะยิ่งมีความหลากหลายมากเท่าไหร่ ชุมชนก็ยิ่งมีสีสัน และน่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น

ข้อ 3 e-social norms นี่ผมประดิษฐ์ศัพท์ขึ้นมาเองล่ะครับ ฮ่าๆ e หมายถึง electronics ส่วน social แปลตรงตัวว่า สังคม ส่วน norms = บรรทัดฐาน แปลรวม ๆ ก็คือ บรรทัดฐานทางสังคมแบบอิเล็คทรอนิคส์ (ยิ่งแปลยิ่งงงไหมครับ)

แต่ท่ามกลางความงุนงงนี้ ผมมีเหตุผลว่าทำไมเราจำเป็นที่จะต้องกล่าวถึง บรรทัดฐานทางสังคมแบบอิเล็คทรอนิคส์นี้

บรรทัดฐานทางสังคมแบบอิเล็คทรอนิคส์ที่ผมกำลังพูดถึงนี้ก็คือการพยายามเข้าอกเข้าใจถึงบริบท (context) ในสังคมท้องถิ่นที่เรากำลังอยู่นั้น ๆ ว่าภาพรวม การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม นั้นเป็นอย่างไร ที่เราจำเป็นต้องเข้าใจถึงบริบทในแต่ละชุมชนนั้นเป็นเพราะแต่ละชุมชนและแต่ละสังคมต่างมีจุดมุ่งหมายต่างกัน อย่าง aussietip.com เอง เป็นเว็บที่เชื่อมประเทศไทยเข้ากับประเทศออสเตรเลีย แต่ว่าบริบททางสังคมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนไทยที่อยู่ฝั่งไทยก็ไม่รู้จักทางออสเตรเลีย ทางคนไทยที่ออสเตรเลียก็คิดถึงเมืองไทย การสร้างชุมชนออนไลน์ในแบบ aussietip.com เลยเป็นการสร้างชุมชนแบบที่ต้องอาศัยความเข้าใจในการใช้ชีวิตทั้งเมืองไทยและออสเตรเลีย ไม่งั้นก็คุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วจะเป็นชุมชนได้ลำบาก

คุณ ๆ ที่ผ่านเข้ามาอ่าน อาจจะคิด เอ๊ ก็นั่นมัน aussietip.com นี่ ถ้าฉันทำชุมชนออนไลน์เกี่ยวกับคนรักหนังสือในเมืองไทย มันจำเป็นไหมที่จะต้องรู้ไอ้เจ้า e-social norms ของคุณ

คำตอบคือจำเป็นครับ

e-social norms ของคนที่จะทำชุมชนออนไลน์เกี่ยวกับคนรักหนังสือในเมืองไทย จำเป็นจะต้องมีความรู้และเข้าใจในแวดวงวรรณกรรมมากทีเดียวว่า วัฒนธรรมการอ่าน และรสนิยมของคนไทยชอบอ่านอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะมันจำเป็นต่อการนำเสนอ และการแนะนำหนังสือ คุณจำเป็นที่จะต้องหยั่งลึกไปถึงกรอบทางความคิดของคนในชุมชนของคุณ ว่าคนในชุมชนของคุณจะเป็นคนแบบไหน เพื่อให้คุณ ๆ เห็นภาพชัดขึ้น ผมจะแบ่งตัวอย่างชัด ๆ ดังนี้ครับ

การเมือง – แนวคิดทางการเมืองของคนในชุมชนเหมือนกันไหม ผมยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคนในเว็บบอร์ดพันทิป ห้องราชดำเนิน กับเว็บบอร์ดในเว็บหนังสือพิมพ์ผู้จัดการต่างกันไหมล่ะครับ ถ้าหากว่าคุณเข้าใจว่าคนในชุมชนของคุณเป็นคนแบบไหน คุณระบุได้ชัดว่าเขาต้องการอะไร สร้างชุมชนได้ง่ายขึ้นครับ คุณจะระบุได้ว่าเขาจะชอบหนังสือนิยายแบบโจนาทาน ลิฟวิงสตัน หรือจะอ่านโต๊ะโตะจังกันแน่

เศรษฐกิจ – ในช่วงนี้ข้าวยากหมากแพงถ้าคุณนำเสนอเรื่องที่ออกไฮโซ คุณก็ต้องแน่ใจว่ากลุ่มคนของคุณเป็นคนมีเงิน มีกำลังซื้อสูง แม้ในยามที่หลายคนประหยัดกัน แต่ถ้าคุณนำเสนอเรื่องหนังสือน่าอ่าน ถ้าคุณนำเสนอหนังสือดี ๆ ราคาไม่แพง หรือบอกได้ว่าแหล่งไหนกำลังลดราคา ก็จะ win-win ทั้ง user และ advertiser ครับ

สังคม – สังคมไทย โดยเฉพาะสังคมวรรณกรรมตอนนี้เปิดมากกว่าแต่ก่อน สมัยก่อนใครเขียนไม่เก่ง หรือไม่มีที่ทางแสดงออก ก็จะต้องไปเขียนหนังสือทำมือ ต่อมาพอมี Blog ก็กลายเป็นว่าใคร ๆ ก็สามารถเป็น publisher ให้กับตัวเองได้ และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักเขียนบางคนเริ่มเห็นว่าการเจริญเติบโตทางปัญญาของไทยขึ้นอยู่กับหนังสือด้วย จนทำให้มีการรณรงค์ให้คนบริจาคหนังสือออกไปสู่ห้องสมุดในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ว่าแล้วก็โฆษณาให้คุณวินทร์ เลียววารินทร์หน่อย http://www.winbookclub.com/content.php

วัฒนธรรม – วัฒนธรรมไทย ๆ คนไทยค่อนข้างเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ เป็นกันเอง ไม่ชอบอะไรที่เป็นทางการมากจนเกินไป ซึ่งผมขอนิยามว่าชุมชนออนไลน์ไทย เป็นชุมชนที่เรียกร้องความเป็นกันเองค่อนข้างสูง การเลือกใช้ภาษาจะเป็นทางการเกินไปก็ไม่ไหว ยกเว้นเสียแต่ว่าชุมชนคนรักหนังสือของคุณเน้นว่าต้องดูซีเรียส น่าเชื่อถือก็ว่าไปอย่าง

ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละชุมชนมีมุมมองทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ที่แตกต่างกัน ลองมองเข้าไปให้ลึก ๆ นะครับจากนั้นเราค่อยสรุปรวบยอดออกมาในแบบที่สามารถวัดผลได้ด้วยตัวเลข เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ (ถ้าคุณไม่ทำธุรกิจก็แล้วไปครับ)

ในเชิงธุรกิจแล้วผมแนะนำว่าให้คุณทำแบบสำรวจขึ้นมาเลยครับว่า คนในชุมชนของคุณเป็นแบบไหน เอาแบบที่วัดเป็น % และสัดส่วนเป็นตัวเลขได้ด้วยยิ่งดีครับ เพราะนักลงทุนเขาจะเชื่อตัวเลข พวกเขาไม่มีเวลามาดูชุมชนของคุณเท่าไหร่อยู่แล้ว หรือถ้าคุณยังไม่พร้อมจะทำแบบสำรวจ ผมแนะนำว่าสำหรับเมืองไทยใช้ truehits เลยครับ ต่างประเทศอาจจะใช้ hitwise ในการเก็บสถิติว่ามีคนย้อนกลับมากี่ % ก็จะช่วยได้ครับ

เอาล่ะครับ วันนี้เท่านี้ก่อนดีกว่า อยากอ่านเรื่องประมาณไหน อยากคุยกันเรื่องไหนในการทำเว็บ เขียนมาคุยกันนะครับ

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

วันอาทิตย์, กันยายน 10, 2006 4 ของความคิดเห็น

ระยะนี้ผมรู้สึกอารมณ์หม่นหมองชอบกล อาจจะเป็นเพราะแรงลมแรงฟ้าที่ส่งผลให้ภูมิอากาศทั่วประเทศมืดครึ้มและหม่นไปด้วยปรอยฝน (หรือบางแห่งก็ตกหนักเป็นห่าฝน) กระจายแผ่ไปทั่วฟ้าเทา ๆ จนใจเราก็พลอยอ่อนไหวตามสีของท้องฟ้าไปด้วย

บ่ายวันอาทิตย์ แทนที่จะนอนดูทีวี ดันขยั๊นขยัน test เจ้า WAP Version ของ YellowPages.co.th ขณะเดียวกันมือก็ซุกซนไปเปิด MobileLIFE.co.th และเข้าไปดูเรื่องย่อภาพยนตร์เรื่องใหม่ ๆ ที่เข้าฉายในช่วงนี้ ที่น่าดูที่สุดเห็นจะเป็นเรื่อง “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” ว่าแล้วก็แว่บไปคลายเครียดที่โรงหนังใกล้บ้าน…

เนื้อเรื่องย่อของ “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” เป็นเรื่องของ ‘ป้อม’ หนุ่มนักเรียนบดินฯ ที่หลงรัก ‘ดาว’ เพื่อนสาว(สวย)นักดนตรีโรงเรียนเดียวกัน วันหนึ่งที่ป้อมรู้ว่าดาวกำลังจะสอบเข้าคณะดุริยางคศิลป์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ป้อมก็วิ่งแจ้นไปสอบบ้าง เพราะอยากจะอยู่ข้าง ๆ ดาว โชคดีที่ป้อมเป็นคนตีกลองชุดเก่งชนิดหาตัวจับยากเลยสอบเข้าไปได้ จนได้เข้าไปเจอกับ ‘อ้อม’ เพื่อนสนิทอีกคนที่เข้ามาเป็นอีกฤดูหนึ่งในใจของป้อม


อ้อมแอบมองป้อมอย่างน้อยใจในเวลาที่ป้อมกำลังต้องตัดสินใจเลือกดาวหรืออ้อม

ชีวิตว่าที่นักดนตรีของป้อมดำเนินไปอย่างมีสีสันกับเพื่อน ๆ วงสตริง นาม Assholy ที่มุ่งหวังจะชนะการประกวด Hot Wave Music Awards และออกอัลบั้มกับสังกัดดัง ในขณะที่ป้อมดอดไปร่วมวงออเคสตร้า เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ กับดาว แต่สิ่งที่ป้อมจะได้เจอหลังจากการเข้าร่วมวงออเคสตร้ากลับเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น นั่นก็คือการตัดสินใจที่จะอยู่กับดาวต่อไป หรือจะเลือกอยู่ข้างอ้อม (คุ้น ๆ เหมือนไข่ย้อยต้องเลือกนุ้ยหรือดากานดาไหมครับ) ในขณะที่มีปมขัดแย้งเรื่องความคิดความฝันส่วนตัว กับปัญหาครอบครัวเข้ามาเกี่ยวเนื่องด้วย

หนังเรื่องนี้สนุกตรงที่ป้อมจะต้องเลือกนี่แหละ แต่เป็นยังไงคงบอกไม่ได้เดี๋ยวไม่สนุก


ดาวกำลังวิ่งเล่นกับเพื่อน สาวน้อยคนนี้แหละที่ป้อมแทบจะทุ่มเทชีวิตให้

อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้ว Seasons Change เป็นหนังรักประเภท Romantic commedy ที่ดูแล้วโลกใบนี้ช่างสดใส ย้อมใจเป็นสีชมพูเสียเหลือเกิน มีสุข-เศร้า-เหงา-รัก ครบถ้วนกระบวนความ เหมาะสำหรับผมที่กำลัง ‘หม่น’ อยู่กับงานที่กองท่วมบ้านอยู่ ณ เวลานี้เป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้ ‘escape’ จากโลกความเป็นจริงไป 2 ชั่วโมงกับช่วงบ่ายวันสุดสัปดาห์สุดเซ็งของผม

ถึงแม้ว่าผมจะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นหนังรักที่เดินตามสูตรสำเร็จที่ ‘แฟนฉัน’ และ ‘เพื่อนสนิท’ ได้กรุยทางตลาดวัยรุ่นมาแล้ว นั่นก็คือ การเชื่อมโยงเอาเรื่องรักแรกรุ่นผสมกับความคิดความฝันอันสดใสของวัยหนุ่มสาว จนหนังรักแบบนี้แทบจะกลายเป็นแนวทางในการสร้างหนังของ GTH ไปแล้ว เพราะผลลัพธ์ออกมาก็คือรายได้เกินกว่า 50 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผมก็ยังอยากจะดูอะไรซ้ำ ๆ ทำนองนี้อยู่ดี เข้าทำนองว่ารู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอกนั่นแหละหนาท่านผู้ชม

อ้อ! หน้าโรงหนังจะมีหนังสือการ์ตูนเรื่อง Seasons Change ขายด้วยนะครับ ผมซื้อมาอ่านแล้วก็น่ารักดี ได้รายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างไปจากหนังบ้างนิดหน่อย

มิวสิกวิดีโอพิเศษ: Seasons change – บอย โกสิยพงษ์ / นภ พรชำนิ

ปล. มีฉากฮา ๆ แบบพี่บอย โกสิยพงษ์ กับพี่ป้อม อัสนี โผล่มาด้วยครับ น่ารักดี
ปล. 2 ไม่น่าเปรี้ยวไปเดินห้างเลย เสียตังค์ซื้อหนังสือ designing with web standards (2nd edition) ของ Jeffrey Zeldman จนได้

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

Yellow Pages ใครว่าเป็นแค่หนังสือรองโต๊ะ?

วันอาทิตย์, กันยายน 10, 2006 ใส่ความเห็น

คิดเอาไว้นานแล้วว่าถ้าหากมีเวลาเมื่อไหร่ จะมาเขียนถึงเรื่องของธุรกิจ Yellow Pages แชร์ให้ทุก ๆ คนอ่านกัน เพราะเวลาผมไปไหน เพื่อน ๆ ในแวดวงธุรกิจดอทคอมมักจะไถ่ถามทุกข์สุขตามเรื่องตามราวว่า เป็นไงบ้าง สบายดีไหม ทำอะไรอยู่ (แล้วทำอะไรด้วยกันได้ไหม?) พอผมบอกว่าทำ Yellow Pages เท่านั้นแหละ ทุกคนก็จะอึ้งกิมกี่ไปเลย คล้าย ๆ กับจะบอกว่า “เฮ้ย! ไปทำอะไรอยู่ที่นั่น ไอ้เจ้าสมุดเล่มหนา ๆ ที่เราเอาไปรองโต๊ะที่บ้านนั่นน่ะเหรอ ทำไมไม่ไปทำเว็บ หรือทำบริษัทที่มันเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่ทำมาสักหน่อยล่ะ”

ชีวิตผมมันประหลาด ๆ นะครับ ด้วยพื้นฐานและประสบการณ์ผมมาทางสายข่าว สายธุรกิจสื่อสารมวลชน พอมาทำธุรกิจด้านดอทคอม จะเขียนโค้ดอะไรก็ไม่ไว จะดีไซน์เว็บก็วาดลงกระดาษ (เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็น Visio แล้วครับ หุหุ) หรือจะให้ไปวางแคมเปญการตลาด สร้าง Brand awareness อะไรนั่นก็ไปกันใหญ่เลย แต่ถ้าให้ผมดูเรื่อง Content ตั้งแต่การจัดการ และวางกลยุทธ์ Content การจัดผังรายการ เขียนหนังสือ หรือทำอะไรที่คนไอทีทั่ว ๆ ไปเขาไม่ทำกันแต่เอื้อประโยชน์กันได้ นั่นแหละผมชอบ แต่ไอ้ความไม่เหมือนใครนี่แหละที่ทำให้ลำบาก เพราะเราต้องคอยอธิบายทุกครั้งไป …เฮ้อ กลับมาที่เรื่อง Yellow Pages ดีกว่าครับ

ธุรกิจ Yellow Pages เป็นธุรกิจที่ดูเหมือนจะ Mass แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นธุรกิจเฉพาะทางด้วย ที่ว่ามัน Mass มัน Mass ตรงที่มันขายได้ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ (มีแต่ผู้ค้าเรือนะครับ ไม่มีเรือรบ อิอิ) โรงโม่ โรงกลึง เครื่องอัดลม อะไหล่รถแทรคเตอร์ โรงเรียนสอนขี่ม้า กางเกงในสปา ฯลฯ ส่วนที่ว่ามันเฉพาะทางก็คือ บ้านเราจะมีใครสักกี่คนที่มาทำธุรกิจประเภทนี้ จะมีคู่แข่งบ้างก็เป็นรายเล็ก ๆ ที่แชร์ตลาดไปไม่กี่ส่วน พวกองค์ความรู้ต่าง ๆ ในการทำธุรกิจด้านนี้เลยกระจุกตัวอยู่กับคนทำสมุดหน้าเหลือง

ผมเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ได้สองปี ผมว่าผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทุกวัน เรามีเพื่อนพ้อง Yellow Pages ทั่วโลก ที่เวลาผมติดอะไร เราออนไลน์คุยกันก็ได้ แล้วเราประชุมกันแบบนี้ทุกปีเลยนะครับ เรารวมตัวกันเป็นพลพรรคหน้าเหลืองจริง ๆ

หลายคนอาจจะหาว่าผมโม้หรือพูดจาโอเวอร์ ถ้าพูดกันถึงรายได้ ใครจะไปคิดว่าเมื่อปี 1995 สมุดหน้าเหลือง ไทยแลนด์ เยลโล่เพจเจส จะสร้างรายได้จากยอดขายทั้งหมด 1,500 ล้านบาท เจ้ายอดรายได้ระดับพันล้าน รวมสะสมที่ทำมา 20 กว่าปีก็เป็นหลักหมื่นล้าน แม้ปัจจุบันนี้บรรดาคนในแวดวงโฆษณาจะมองว่าเชย ไม่เก๋ไม่เท่เหมือนนิตยสาร แต่รายได้แต่ละปีก็เหยียบเกือบพันล้านอยู่ดี

ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเกิดจากพื้นฐานของธุรกิจ Yellow Pages นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานการคืนกำไรให้ลูกค้า เจ้า ROI (Return on Investment) ของ Yellow Pages เพราะลูกค้าของ Yellow Pages จ่ายเพียงครั้งเดียวต่อปี แต่เขาได้มี Show room ของบริษัทตัวเองอยู่ในบ้านของประชาชนทั่วไปทั้งปี แถมโทรมาที่ Call center เบอร์ 1188 ได้ 24 ชั่วโมง และเข้าไปหาที่ www.YellowPages.co.th ได้ตลอดเวลา

คนในแวดวงธุรกิจ ถ้าจะมองว่า Yellow Pages มันเป็นสมุดหน้าเหลืองหนัก ๆ อย่างเดียว ผมว่าลืมไปได้เลยนะครับ เดี๋ยวนี้ Yellow Pages จุดขายมันอยู่ที่การมี Database และองค์ความรู้ในการจัดการ Database ครับ

ความเคลื่อนไหวในต่างแดน
ในต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวของ Yellow Pages กำลังถูกจับตามอง โดยเฉพาะการ merge เข้ากับแวดวงธุรกิจไอที และดอทคอม ที่นำเสนอสื่อในรูปแบบมัลติมีเดีย และการก้าวเข้าไปสู่ธุรกิจออนไลน์ ยกตัวอย่างของอเมริกาละกันนะครับ ดูที่อเมริกาครับ Yellow Pages ประกาศเข้าซื้อกิจการ Search Marketing Firm เรียบร้อย

RH Donnelley Buys Search Firm LocalLaunch › › › ClickZ News

By Kate Kaye September 8, 2006

In an effort to build out its search capabilities, yellow pages publisher RH Donnelley Corporation has grabbed local search marketing consulting firm LocalLaunch. The buy, announced yesterday, augments RH Donnelley’s search marketing staff with an added 40 SEM and SEO marketers from privately-held LocalLaunch. Terms of the deal were not disclosed.

ใน Yahoo! ก็มี http://yp.yahoo.com/
ใน Google ก็มี http://local.google.com/
ใน MSN ก็มี http://cityguides.msn.com/
ใน A9.com ก็มี http://www.a9.com

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

สำหรับน้อง ๆ มหาวิทยาลัยคริสเตียนครับ

วันอาทิตย์, กันยายน 3, 2006 ใส่ความเห็น

คลาสวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนกับอุตสาหกรรมโฆษณานะครับ พี่เอาไฟล์ที่สอนในห้องมาให้พวกเราอ่านกัน ดาวน์โหลดได้เลยครับ http://www.geocities.com/plaingthai/AdTech.pdf

โชคดีกับการสอบนะครับ
พี่ปอง

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

น้อง ๆ Inet Young Webmaster Camp #4 ดาวน์โหลดไฟล์วิชา Web content ได้ที่นี่ครับ

วันอาทิตย์, กันยายน 3, 2006 ใส่ความเห็น

http://www.geocities.com/plaingthai/YWC4

มีอะไรถามได้ที่นี่เลยครับ เดี๋ยวว่าง ๆ พี่มาตอบ
พี่ปอง

Categories: ไม่มีหมวดหมู่
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 6,393 other followers