โตโยต้าผุดเว็บ Social Networking เอาใจลูกค้า Hybrids

มาตรฐาน

ข่าวนี้แปลมาจาก Toyota Launches Social Network for Hybrid Owners โดย Matthew G. Nelson จาก ClickZ.com นะครับ ผมเอามาเรียบเรียงอีกทีให้เป็นไทย ๆ

สำหรับคนรักรถ (และชอบไอทีด้วย)ทั้งหลายคงได้เฮกันสักที เมื่อทางโตโยต้า (ที่อเมริกานะ)ได้เปิดตัวเว็บไซต์แนว Social Networking (คล้าย ๆ Hi5 – ผู้แปล)สำหรับสร้างชุมชนของคนรักรถโตโยต้าที่มีการใช้ระบบ Hybrid Synergy Drive ขึ้นมา เข้าไปดูได้ที่ Toyota.com/hybrids เปิดให้ลูกค้าสามารถเข้าไปโพสต์รูปวิดีโอคล้าย ๆ YouTube แชร์ภาพระหว่างกันได้ นัดเจอกันได้ เพิ่มโอกาสให้เจ้าของรถรู้จักกันมากขึ้น คุยกันมากขึ้น ตอนนี้มีคนร่วม register แล้วกว่า 10,000 ราย

เจ้าของไอเดียคราวนี้ไม่ใช่ใคร แต่เป็นเอเยนซี่โฆษณาชื่อดัง Saatchi & Saatchi LA และร่วมพัฒนาโดยบริษัท Firstborn ที่มาดูแลในด้านมัลติมีเดีย และการผลิต

ในเว็บไซต์จะเปิดให้คนเข้ามาลงทะเบียนให้รู้จักกันว่าขับรถสีอะไร อายุเท่าไหร่ พร้อมกับมีแผนที่ interactive และเครื่องมือคำนวนค่าแก๊ส เพื่อให้ผู้ขับขี่โตโยต้าประหยัดได้มากยิ่งขึ้น โดย Ryan Thomas executive producer จากบริษัทFirstborn ได้เผยว่า

“มันเป็นไอเดียของเราที่จะดึงเอาคอนเซ็ปต์ของเว็บไซต์แนว Social Networking กับสิ่งที่ผู้ขับขี่โตโยต้าต้องการมาจับรวมกันในรูปแบบ hybrid community หรือจะบอกว่าเป็นสื่อผสมผสานก็ได้ เราจะ connect ลูกค้าของเราไว้ด้วยกัน ให้ข้อมูลพวกเขา ซึ่งเราคาดว่าต่อไปเว็บไซต์จะมีความสามารถที่ดีมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งเรายังจะดำเนินแผนการตลาดแบบใหม่ เช่นการเชิญผู้ที่เป็น user ในเว็บของเรามาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาของเราว่าเขาหรือเธอประทับใจกับโตโยต้ามากแค่ไหน เราอยากใช้คนจริง ๆ มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพราะได้อารมณ์มากกว่า”

- – - – - –
ไอเดียของโตโยต้าที่ LA ก็น่าสนใจใช่เล่นนะครับ ถ้าหากว่าค่ายรถในบ้านเราอยากจะลองทำดูบ้าง ผมว่าก็ไม่เลวนะ เป็น CRM ที่ดีอย่างหนึ่งด้วย

อีเบย์จับมือผู้จัดการออนไลน์ เปิด "ผู้จัดการ ออคชั่น"

มาตรฐาน

เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับมินิเว็บไซต์ “ผู้จัดการ ออคชั่น” (Manager Auction)เว็บไซต์ประมูลที่นำเอาความสามารถด้านการจัดการการประมูลบนอีเบย์มาใช้กับกลุ่มผู้อ่านบนเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการโฆษณาของอีเบย์ แต่ก็นับว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ทางด้านธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับอีเบย์

ในช่วงปลายปี 2549 หลายคนคงสังเกตเห็นการรุกคืบเปิดตลาดของอีเบย์ในเมืองไทยด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ Ebay.co.th โดยการสนับสนุนให้เกิดชุมชนของผู้ค้าขายชาวไทยอย่างเป็นทางการผ่านทางบริษัทไทยเวนเจอร์ให้เป็นตัวแทนในการจัดทำสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการไทยในการซื้อ-ขายผ่านอีเบย์ พร้อมกับจัดให้มี representative คนไทยประจำประเทศไทย คอยประสานงานกับสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศแล้ว

ท้ายสุดผมมีข่าวมาประชาสัมพันธ์ครับ(ไม่ได้ค่าหัวคิวนะคร๊าบบบ)

อีเบย์และกูเกิลได้ถูกเชิญไปร่วมบรรยายในสัมมนาของกรมส่งเสริมการส่งออกในหัวข้อ “การทำธุรกิจแบบ E-Commerce
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” วันที่ 18 มกราคมที่จะถึงนี้ มีค่าใช้จ่าย 1,000บาทครับ แต่ผมว่าใครอยากเสริมศักยภาพบริษัทตัวเองด้วยอินเทอร์เน็ต ผมแนะนำนะครับ อ่านรายละเอียดการร่วมสัมมนาได้ที่นี่เลยครับ

คนที่น่ารู้จัก และอยากแนะนำให้รู้จัก

มาตรฐาน

หลับตานึกย้อนหลังไปถึงช่วงปี 2545 เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นหนังสือคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะด้านอินเทอร์เน็ตวางขายอยู่หลายเล่ม และหนึ่งในเล่มที่โดดเด่นมากที่สุดนั้นเล่มค่อนข้างใหญ่ ปกสีส้มวางเด่นอยู่กลางแผง ชื่อ “คัมภีร์ Web Design” หนังสือที่ว่าด้วยพื้นฐานในการออกแบบเว็บไซต์ แน่นอนว่าในช่วงที่ฟองสบู่ธุรกิจดอทคอมกำลังฟูฟ่องนั้น หนังสือเล่มนี้ก็ได้รับอานิสงค์ในด้านยอดขายไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะกลายเป็น Best Seller ของซีเอ็ดในช่วงนั้น และได้พิมพ์ซ้ำมากกว่า 3 ครั้ง ต่อจากนั้นก็เริ่มมีหนังสือ “ผ่า! เว็บดัง เจาะไซท์เจ็บ” ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยผู้ชายที่ชื่อ มาร์ค ธวัชชัย ศรีสุเทพ

มาร์คเป็นใคร แล้วทำไมผมต้องเขียนถึงเขา?

ที่จริงแล้วมาร์คเป็นชื่อที่เพื่อน ๆ สมัยเรียนที่สหรัฐฯ เรียก แต่จริง ๆ แล้วเขาชื่อ ‘ช้วง’ ผมกับคุณช้วงไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจนกระทั่งผมได้เจอเขาในงานของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ได้คุยกันถึงรู้ว่าช้วงอายุอานามมากกว่าผมเล็กน้อย พื้นฐานคือเป็นคนที่ศึกษาเรื่องเว็บดีไซน์มาตั้งแต่ปี 2541 สร้างเว็บให้กับหน่วยงานหลาย ๆ แห่ง และเป็นวิทยากรให้กับองค์กรต่าง ๆ ปัจจุบันดูแลเว็บไซต์ Markmyweb.com และค้นคว้าเรื่องเว็บดีไซน์อย่างจริงจังเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับคนที่สนใจทำเว็บทุกคน (เขาจบปริญญาตรีด้านเภสัชฯ แต่สนใจเรื่องเว็บมากจนกระทั่งเรียนต่อโทด้าน IS)

ช้วงกลับมาเมืองไทยก็เริ่มเขียนหนังสือเรื่อยมา ไม่ว่าจะขายได้หรือไม่มั่นใจว่าขายได้ แต่ถ้าคุณช้วงแกมั่นใจว่าดี แกก็จะออกวางขาย เช่น “รอบรู้ Fireworks MX 2004″ ที่เจ้าตัวบอกว่าไปเสนอสำนักพิมพ์ แต่เขาก็ไม่สนใจ เลยพิมพ์เอง พอออกไปแล้วก็ได้รับแรงตอบรับแบบถล่มทลายมาก (ถล่มจนตัวเองทลายไปพักใหญ่ ๆ)

ช้วงยังไม่ยอมแพ้… เมื่อต้นปี 2548 เขาเข็นหนังสือชื่อ “Beginning Web Design – เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์อย่างถูกวิธี” หนังสือที่ผมอ่านแล้วคิดว่าน่าจะเป็นหนังสือประกอบการเรียนการสอนด้านเว็บดีไซน์เหลือเกิน เพราะว่าช้วงเขียนได้ครอบคลุมเนื้อหาที่ผู้ดูแลเว็บควรจะรู้ รวมทั้งเบื้องหลังการรวบรวมเนื้อหาจากตำราต่างประเทศนับร้อยเล่มที่ช้วงอ้างอิงถึง ล้วนแล้วแต่เป็นตำราชั้นดีทั้งนั้น ผมได้ส่งหนังสือเล่มนี้ให้คณะกรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยดูอีกครั้ง และทางสมาคมฯ ก็ได้แนะนำหนังสือเล่มนี้กับสมาชิกว่า หากต้องการหนังสือที่แนะนำการทำเว็บไซต์เบื้องต้น ก็ขอให้ดูหนังสือเล่มนี้

แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็คือยอดขายที่ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่ ถ้าให้พูดตรง ๆ เลยก็คือยอดขายไม่ดี ผิดกับคุณภาพที่ช้วงได้พยายามเขียนและคัดสรรมาให้คนอ่านทุกคน แต่ที่น่านับถือน้ำใจของคุณช้วงแกจริง ๆ ก็คือคำพูดที่ว่า “ผมมีความสุขตรงนี้ ดีใจที่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะเขียนออกมาให้ได้สักปีละหนึ่งเล่ม” แล้วคุณช้วงแกก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ ครับ คือเขียนออกมาประมาณปีละหนึ่งเล่ม แถมพิมพ์เองอีก เน้นคุณภาพเหลือเกิน

ผมถามแกตรง ๆ ว่าแล้วรายได้จากการขายหนังสือหนึ่งเล่มต่อปีมันไหวไหม แกตอบว่าถ้าไม่ไหวก็จะทำโปรเจ็คต์พิเศษเป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ ขายราคาไม่แพง ไม่ต้องมี research back up อะไรมากนัก เช่น “ฟอนต์ไหนดี? – คู่มือฟอนต์เพื่องานออกแบบ” และล่าสุด “ชุดสีโดนใจ – ชุดสีพร้อมใช้สำหรับงานออกแบบ กราฟิก สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์และมัลติมีเดีย”

ที่น่าสนใจคือโปรเจ็คต์พิเศษพวกนี้ ขายดีกว่าหนังสือที่ช้วงตั้งใจเขียนมากมาย แต่มันก็ยังไม่ได้มากมายอะไร เพราะช้วงไม่ได้มีแรงโปรโมทเยอะเหมือนสำนักพิมพ์ทั่วไป

สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือ ความตั้งใจของช้วง กับตลาดหนังสือคอมพิวเตอร์บ้านเรายังไม่ตรงกันนัก ผมรู้สึกเสียดายถ้าหากว่าวันหนึ่งช้วงเกิดบอกว่าเขียนหนังสือออกมาไม่ไหวแล้ว วงการหนังสือคอมพิวเตอร์เมืองไทยอาจขาดนักเขียนคุณภาพดีไปอีกหนึ่งคน

ซึ่งผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นเลย

To-do List 2007

มาตรฐาน

เมื่อคืนนี้ออกไป count down แต่ก็ต้องระเห็ดกลับบ้านมาเพราะข่าวเหตุวางระเบิดจนเป็นเหตุให้คนไทยด้วยกันต้องเสียชีวิต และบาดเจ็บนับสิบ นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าตั้งแต่ต้นปี เราประชาชนคนไทยก็ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกันนะครับ เห็นเบาะแสก็โทร 191 อย่าไปยอมเจ้าคนพวกนี้

พูดถึงเรื่องปีใหม่ เมื่อเดือนธันวาฯ ที่ผ่านมา ผมก็นั่งคิดนะครับว่าปีนี้เราจะทำอะไรบ้าง จะทำอะไรช่วงไหน จัดเวลาอย่างไร แล้วก็เจอว่าบางเรื่องเราอยากทำมาก บอกกับคนนั้นคนนี้ไว้ว่าจะทำแล้วก็ยังไม่ได้ทำสักที มันเหมือนคนจับจด ไหนลองไล่ดูซิมีอะไรบ้าง ประกาศไว้ตรงนี้เลย ท้ายปี 2007 มาดูกันนะว่าผมทำได้ครบหรือเปล่า

1. ปีนี้ผมจะต้องมีธุรกิจอินเทอร์เน็ตของตัวเองให้ได้
2. ผมจะเขียนบล็อกให้บ่อยขึ้น เพราะผมรู้สึกว่ามันคือพื้นที่ที่ผมได้แชร์ความคิดความรู้สึก รวมไปถึงแม้กระทั่งการค้นหาว่าตัวผมเองคิดอะไรอยู่ (หลังจากพบว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ถ้าช่วงไหนผมเขียนเรื่องอะไรเยอะ เราก็จะรู้ได้ว่าช่วงนั้นเราคิดเรารู้สึกอย่างไร)
3. ผมจะเขียนคอลัมน์รายสัปดาห์ลงหนังสือพิมพ์ธุรกิจให้ได้ เป้าหมายคือบังคับให้ตัวเองเรียนรู้ตลอดเวลา จะได้ไม่ตัน
4. ผมจะไม่ลดความอ้วน แต่ผมจะมีสุขภาพที่ดีเพื่อคนที่ผมรัก และเขาก็รักผม
5. จะไม่ลืมลมหายใจของตัวเอง และคนที่รัก