กรุสำหรับ ตุลาคม, 2007
IMG_4761 Originally uploaded by jakrapong เจ้ากระป๋องใบนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรกับกระป๋องทั่วไปเลยครับ เพียงแต่มันเป็นกระป๋องที่เราแปะป้าย Yahoo! เข้าไป แล้วเราใช้งานมันอยู่ใน HQ ของพวกเราเท่านั้นเอง พูดถึงกระป๋อง ผมเคยมีประสบการณ์ ‘ตกกระป๋อง’ มาก่อน มันคือประสบการณ์ครั้งผมยังทำงานที่กรุงเทพฯ ผมเคยได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในองค์กรมากๆ แต่วันหนึ่งอะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปได้ ผู้ใหญ่ที่เคยไว้เนื้อเชื่อใจ กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยสาเหตุการเมืองในองค์กร สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการ ‘ตกกระป๋อง’ ก็คือ ถ่อมตัวเอาไว้ ทุกอย่างมีขึ้นมีลง วันนี้ทำอะไรก็ดี แต่ต่อไปมันก็เปลี่ยนแปลงได้ หรือแม้แต่องค์กรที่ผมรักมากๆ อย่างที่ Yahoo! นี้ก็เช่นกัน ผมกำลังสนุกกับมัน แต่ผมก็ได้เตรียมตัวตลอดเวลาที่จะพบกับความเครียดที่จะถาโถมเข้ามาในวันใดวันหนึ่งเช่นกัน แล้วคุณล่ะ เคยตกกระป๋องหรือยัง[ READ MORE ]
เมื่อตอนที่แล้วผมบอกว่าชุมชนออนไลน์คืออะไร วันนี้ก็มาถึงประเด็นที่ว่าทำไมต้องเป็นชุมชนออนไลน์ด้วย รู้แล้วว่าชุมชนออนไลน์คืออะไร แต่ทำไมต้องสร้างขึ้นมา มันมีประโยชน์อะไร ในเชิงการตลาดมันมีผลต่อสินค้าและบริการอย่างไร เพื่อให้คุณได้เห็นภาพชัดขึ้น ผมมีตัวอย่างครับ อันนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผม นั่นคือผมอยากจะซื้อรถยนต์สักคน เพราะสมัยยังอยู่เมืองไทย บ้านผมอยู่ปทุมธานีไกลจากออฟฟิศที่ประตูน้ำประมาณ 30 กิโลเมตร แถมจากบ้านไปปากซอย วินรถมอเตอร์ไซต์ยังไม่มี ต้องเดินไปประมาณสองกิโลเมตร นับว่าเป็นกรรมของคนอ้วนเช่นผมเป็นอย่างมาก … เอาล่ะก็ต้องซื้อรถ ผมเริ่มต้นโดยการเปิด Search engine ค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่เป็นยี่ห้อรถยนต์ที่ผมสนใจ แต่สิ่งที่ผมเจอจากการค้นหาก็คือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรถยี่ห้อนั้นๆ แต่พอผมเข้าไปในเว็บก็พบว่ามีสเป็คของรถยนต์แต่ละรุ่นให้เลือก ให้เปรียบเทียบพร้อมทั้งราคา ซึ่งก็ดูเข้าที แต่เอาเข้าจริงๆ ผมอยากรู้มากกว่านั้น แต่ในเว็บก็บอกว่าให้ผมไปติดต่อโชว์รูมเลย ทั้งที่ผมยังไม่อยากไปเจอพนักงานขายตอนนี้ ผมแค่อยากทำการบ้านก่อนว่ารถยนต์รุ่นไหนจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผม แต่ผมค้นแล้วค้นอีกก็ยังไม่มี ผมเจอแต่ว่าตอนนี้เปลี่ยนตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่ของบริษัท โบรชัวร์รถยนต์ซึ่งเป็นข้อมูลโฆษณาพื้นๆ ที่จะหาดูได้ทั่วๆ ไป และข่าวโครงการประชาสัมพันธ์ว่าบริษัทไปทำกิจกรรมโรดโชว์ที่ไหนบ้าง คลิปวิดีโอโฆษณาที่เขาจ่ายให้กับสถานีโทรทัศน์ เอามาโฆษณาให้ผมดูอีกในเว็บไซต์ ถามว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อะไรกับผมไหม ก็มี แต่ผมเชื่อในแบรนด์ของคุณแล้ว ผมเชื่อในระดับนึงแล้วว่ารถคุณน่าสนใจ คุณทำให้ผมเชื่อได้ตั้งแต่ก่อนจะเข้าเว็บไซต์แล้ว ทำไมต้องเอามาโชว์ผมอีก? ผมอยากรู้มากกว่านั้น ผมเลยออกจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ไม่ครับ…ผมยังไม่ยอมแพ้ ผมพยายามหาข้อมูลในเว็บไซต์ของเต้นท์รถต่างๆ แต่เต้นท์รถก็อยู่ในสถานะเดียวกันกับบริษัทรถยนต์คือ ต้องการ ‘โฆษณา’ รถยนต์ เชียร์ว่าคันไหนดี แล้วแต่ผมจะเชื่อพนักงานขาย ผมค้นๆๆๆๆๆ [ READ MORE ]
มาทำตำแหน่ง Community Manager ที่ Yahoo! ได้ครึ่งปี ผมเริ่มรู้สึกว่าผมทำอะไรไปหลายอย่างในการสร้างชุมชนออนไลน์กับ Yahoo! เลยคิดว่าอยากจะรวบรวมทฤษฎี แนวคิด แนวปฎิบัติ และกรณีศึกษาจากประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับ “การสร้างชุมชนออนไลน์” มาแชร์กันเอาไว้ที่นี่ ผมอยากเขียนมันขึ้นมาเพราะว่าอยากจะสร้างทฤษฎีของตัวเองขึ้นมา (เพราะบางทีอ่านของฝรั่งแล้วรู้สึกว่าบริบทมันไม่ได้ตรงกับนิสัยคนไทย) และคิดว่าตัวเองก็ยังไม่ได้รู้ไปเสียทุกอย่าง ก็เลยอยากจะแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกับคุณผู้อ่านที่ทำงานอยู่ในแวดวงคนทำเว็บ หรือด้านใดก็ได้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นถ้าผมเขียนไปแล้วคุณรู้สึกว่ามันดีก็ช่วยชมหน่อย หรือมันดูทะแม่งๆ ก็ช่วยตบๆ ให้เข้าที่เข้าทางหน่อยนะครับ วันนี้ประเดิมครั้งแรกก็น่าจะเป็นนิยามของคำว่าชุมชนออนไลน์ก่อนนะครับ เราจะได้เข้าใจตรงกันว่าชุมชนออนไลน์ที่เรากำลังจะพูดถึงมันต่อไปนี้มีความหมายว่าอะไร ชุมชนออนไลน์ คือ “กลุ่มคนที่รวมตัวกันผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเว็บไซต์) โดยกลุ่มคนที่ว่านี้จะมีปัจจัยร่วมที่คล้ายคลึงกัน (ปัจจัยร่วม เช่น ความคิด ความเชื่อ ความสนใจ รสนิยม วัฒนธรรม เพศ อายุ ฯลฯ) เป็นแบบอย่างเดียวกัน หรือมีเป้าหมายร่วมกันทำการใดๆ ให้สำเร็จ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทำงานร่วมกัน แบ่งปันกัน ด้วยพลังของคนหลายๆ คน[ READ MORE ]
เจอเจส ที่สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยบอกว่าอยากให้กรรมการสมาคมช่วยกันเขียนบทความส่งลงหนังสือรายงานประจำปี เลยไปเอาบทความเก่าที่เคยเขียนไว้มาปรับปรุงใหม่ - – - – - – - – - – - – - สร้างฐานลูกค้ากันก่อนดีกว่าไหม? ระยะหลังๆ นี้ผมไม่ค่อยได้อยู่ที่เมืองไทยเนื่องจากย้ายมาทำงานต่างประเทศ ทำให้พอจะมีเวลาได้อยู่กับตัวเอง ได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาในวงการอินเทอร์เน็ตไทยแบบคนนอกมองคนในมากยิ่งขึ้น และผมขอออกตัวก่อนนะครับว่าสิ่งที่ผมเขียนวันนี้เป็นแค่ความคิดเห็นของผม อาจจะมีทั้งถูกและผิด ถ้ามีอะไรก็เขียนท้วงหรือมาอัพเดทกันได้ที่บล็อกของผมนะครับ jakrapong.com ผมครุ่นคิดในประเด็นที่ว่า ทำไมศักยภาพของธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทยถึงยังเติบโตได้ช้าเมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่เขาโตเอาๆ เป็นข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวัน ถ้าวัดกันด้วยเม็ดเงินก็ดูจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือขนาดทางเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ใหญ่มาก มูลค่าทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ได้มีมูลค่าสูงมาก แต่นี่ล่ะคือโอกาสที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าบริษัทที่ประกอบการด้านอินเทอร์เน็ตสัญชาติไทยไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้เท่าไหร่ รายได้ที่ยังไม่มาก จำต้องอาศัยรายได้อื่นเสริม เช่น ทำเว็บขายแบนเนอร์อย่างเดียวไม่พอ เดี๋ยวนี้ต้องขายออดิโอเท็กซ์ 1900 พ่วง ต้องขายคอนเทนท์บนโทรศัพท์มือถือ ประเภทริงโทน คอลลิ่งเมโลดี้ ระยะหลังๆ นี้มีเพิ่มมาอย่างหนึ่งก็คือ รูปแบบการโฆษณา ที่เสิร์ชเอ็นจิ้นวางตัวเป็นตัวกลางในการโฆษณาเอาโฆษณามาแปะในเว็บไซต์แล้วแชร์เงินกันไประหว่างเสิร์ชเอ็นจิ้นในฐานะตัวแทนโฆษณาและเจ้าของเว็บไซต์ หาบริษัทที่จะจัดตั้งทำด้านดอทคอมจริงๆ ลำบากมาก บริษัทที่ถือว่าเป็นผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตบ้านเราก็มีหลายแบบครับลองไล่เรียงกันดู เขาทำอะไรกันบ้าง 1. Internet Service Provider (ISP) [ READ MORE ]
วันก่อนกลับเมืองไทยมาครับ ขากลับก่อนขึ้นเครื่องฯ แวะซื้อหนังสือไทยติดมาเล่มนึงชื่อ “อัจฉริยะสร้างได้” โดยคุณวนิษา เรซ เขียนขึ้นปกหนังสือไว้หราว่า “เคล็ดลับพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ด้านเพื่อก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ โดยวนิษา เรซ ปริญญาโทด้านสมองจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอัจฉริยภาพ ผู้ชนะล้านที่ 15 รายการอัจฉริยะข้ามคืน” ตอนแรกผมไม่ค่อยสนใจหนังสือเล่มนี้เท่าไหร่ รู้สึกว่าไม่ได้อยากเป็นอัจฉริยะ และทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากเป็นบุคคลอัจฉริยะ แต่เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ติดมือกลับมาก็เพราะแฟนบอกว่าชอบผู้แต่ง คือคุณวนิษา เพราะทั้งสวยทั้งเก่ง ผมก็เลยชักอยากรู้จักว่าคนที่ทั้งสวยทั้งเก่งของแฟนผมนี่เป็นใครกัน และการ ‘ปิดใจ’ ปฎิเสธหนังสือตั้งแต่แรกทั้งที่ยังไม่ได้อ่านก็ดูจะเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากที่อ่านจบแล้วก็บอกได้ครับว่า… “อัจฉริยะสร้างได้” เป็นหนังสือที่มีจุดประสงค์ 2 อย่าง อย่างแรกคือประชาสัมพันธ์กิจการในครอบครัว และสร้างภาพลักษณ์ของคุณวนิษาเอง อย่างที่สองคือนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมามาบอกเล่าในรูปแบบที่เข้าใจง่ายๆ โดยยึดทฤษฎีพหุปัญญาของศาสตราจารย์ดอกเตอร์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ ซึ่งโดยรวมเธอก็เขียนได้เข้าใจง่ายดีครับ แต่ละบทก็จะเป็นการบอกเล่าเกี่ยวกับอัจฉริยภาพในแต่ละด้านพร้อมยกตัวอย่างที่จับต้องได้จากทั้งหมด 8 ด้านที่อาจารย์การ์ดเนอร์ประกาศเอาไว้ และตอนท้ายของทุกๆ บทก็จะมีสัมภาษณ์สั้นๆ จากผู้ร่วมเข้าแข่งขันรายการอัจฉริยะข้ามคืนมาเป็นตัวแทนของคนที่มีอัจฉริยภาพในด้านที่ตัวเองถนัด รวมทั้งแนวคิดในการพัฒนาอัจฉริยภาพด้านนั้นๆ ตบท้ายด้วยความคิดเห็นของผู้เขียน โดยรวมแล้วผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ก็ใช้ได้นะครับ อ่านง่ายเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง แต่เนื้อหาที่มีน่าจะมีชีวิตชีวาได้มากกว่านี้อีกสักหน่อยจะดีมาก เช่น บทสัมภาษณ์อัจฉริยะด้านตรรกะที่ได้คุณตำรวจกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ล่อซื้อยาเสพติดน่าจะสร้างสีสันให้กับหนังสือได้มากกว่านี้ และทำให้น่าอ่านได้ขึ้นอีกโขเลยครับ แต่โดยรวมๆ แล้วก็โอเคนะครับ [ READ MORE ]
Get every new post delivered to your Inbox.
Join 5,955 other followers