กรุสำหรับ ตุลาคม 13th, 2007
มาทำตำแหน่ง Community Manager ที่ Yahoo! ได้ครึ่งปี ผมเริ่มรู้สึกว่าผมทำอะไรไปหลายอย่างในการสร้างชุมชนออนไลน์กับ Yahoo! เลยคิดว่าอยากจะรวบรวมทฤษฎี แนวคิด แนวปฎิบัติ และกรณีศึกษาจากประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับ “การสร้างชุมชนออนไลน์” มาแชร์กันเอาไว้ที่นี่ ผมอยากเขียนมันขึ้นมาเพราะว่าอยากจะสร้างทฤษฎีของตัวเองขึ้นมา (เพราะบางทีอ่านของฝรั่งแล้วรู้สึกว่าบริบทมันไม่ได้ตรงกับนิสัยคนไทย) และคิดว่าตัวเองก็ยังไม่ได้รู้ไปเสียทุกอย่าง ก็เลยอยากจะแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกับคุณผู้อ่านที่ทำงานอยู่ในแวดวงคนทำเว็บ หรือด้านใดก็ได้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นถ้าผมเขียนไปแล้วคุณรู้สึกว่ามันดีก็ช่วยชมหน่อย หรือมันดูทะแม่งๆ ก็ช่วยตบๆ ให้เข้าที่เข้าทางหน่อยนะครับ วันนี้ประเดิมครั้งแรกก็น่าจะเป็นนิยามของคำว่าชุมชนออนไลน์ก่อนนะครับ เราจะได้เข้าใจตรงกันว่าชุมชนออนไลน์ที่เรากำลังจะพูดถึงมันต่อไปนี้มีความหมายว่าอะไร ชุมชนออนไลน์ คือ “กลุ่มคนที่รวมตัวกันผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเว็บไซต์) โดยกลุ่มคนที่ว่านี้จะมีปัจจัยร่วมที่คล้ายคลึงกัน (ปัจจัยร่วม เช่น ความคิด ความเชื่อ ความสนใจ รสนิยม วัฒนธรรม เพศ อายุ ฯลฯ) เป็นแบบอย่างเดียวกัน หรือมีเป้าหมายร่วมกันทำการใดๆ ให้สำเร็จ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทำงานร่วมกัน แบ่งปันกัน ด้วยพลังของคนหลายๆ คน[ READ MORE ]
เจอเจส ที่สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยบอกว่าอยากให้กรรมการสมาคมช่วยกันเขียนบทความส่งลงหนังสือรายงานประจำปี เลยไปเอาบทความเก่าที่เคยเขียนไว้มาปรับปรุงใหม่ - – - – - – - – - – - – - สร้างฐานลูกค้ากันก่อนดีกว่าไหม? ระยะหลังๆ นี้ผมไม่ค่อยได้อยู่ที่เมืองไทยเนื่องจากย้ายมาทำงานต่างประเทศ ทำให้พอจะมีเวลาได้อยู่กับตัวเอง ได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาในวงการอินเทอร์เน็ตไทยแบบคนนอกมองคนในมากยิ่งขึ้น และผมขอออกตัวก่อนนะครับว่าสิ่งที่ผมเขียนวันนี้เป็นแค่ความคิดเห็นของผม อาจจะมีทั้งถูกและผิด ถ้ามีอะไรก็เขียนท้วงหรือมาอัพเดทกันได้ที่บล็อกของผมนะครับ jakrapong.com ผมครุ่นคิดในประเด็นที่ว่า ทำไมศักยภาพของธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทยถึงยังเติบโตได้ช้าเมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่เขาโตเอาๆ เป็นข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวัน ถ้าวัดกันด้วยเม็ดเงินก็ดูจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือขนาดทางเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ใหญ่มาก มูลค่าทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ได้มีมูลค่าสูงมาก แต่นี่ล่ะคือโอกาสที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าบริษัทที่ประกอบการด้านอินเทอร์เน็ตสัญชาติไทยไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้เท่าไหร่ รายได้ที่ยังไม่มาก จำต้องอาศัยรายได้อื่นเสริม เช่น ทำเว็บขายแบนเนอร์อย่างเดียวไม่พอ เดี๋ยวนี้ต้องขายออดิโอเท็กซ์ 1900 พ่วง ต้องขายคอนเทนท์บนโทรศัพท์มือถือ ประเภทริงโทน คอลลิ่งเมโลดี้ ระยะหลังๆ นี้มีเพิ่มมาอย่างหนึ่งก็คือ รูปแบบการโฆษณา ที่เสิร์ชเอ็นจิ้นวางตัวเป็นตัวกลางในการโฆษณาเอาโฆษณามาแปะในเว็บไซต์แล้วแชร์เงินกันไประหว่างเสิร์ชเอ็นจิ้นในฐานะตัวแทนโฆษณาและเจ้าของเว็บไซต์ หาบริษัทที่จะจัดตั้งทำด้านดอทคอมจริงๆ ลำบากมาก บริษัทที่ถือว่าเป็นผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตบ้านเราก็มีหลายแบบครับลองไล่เรียงกันดู เขาทำอะไรกันบ้าง 1. Internet Service Provider (ISP) [ READ MORE ]
วันก่อนกลับเมืองไทยมาครับ ขากลับก่อนขึ้นเครื่องฯ แวะซื้อหนังสือไทยติดมาเล่มนึงชื่อ “อัจฉริยะสร้างได้” โดยคุณวนิษา เรซ เขียนขึ้นปกหนังสือไว้หราว่า “เคล็ดลับพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ด้านเพื่อก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ โดยวนิษา เรซ ปริญญาโทด้านสมองจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอัจฉริยภาพ ผู้ชนะล้านที่ 15 รายการอัจฉริยะข้ามคืน” ตอนแรกผมไม่ค่อยสนใจหนังสือเล่มนี้เท่าไหร่ รู้สึกว่าไม่ได้อยากเป็นอัจฉริยะ และทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากเป็นบุคคลอัจฉริยะ แต่เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ติดมือกลับมาก็เพราะแฟนบอกว่าชอบผู้แต่ง คือคุณวนิษา เพราะทั้งสวยทั้งเก่ง ผมก็เลยชักอยากรู้จักว่าคนที่ทั้งสวยทั้งเก่งของแฟนผมนี่เป็นใครกัน และการ ‘ปิดใจ’ ปฎิเสธหนังสือตั้งแต่แรกทั้งที่ยังไม่ได้อ่านก็ดูจะเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากที่อ่านจบแล้วก็บอกได้ครับว่า… “อัจฉริยะสร้างได้” เป็นหนังสือที่มีจุดประสงค์ 2 อย่าง อย่างแรกคือประชาสัมพันธ์กิจการในครอบครัว และสร้างภาพลักษณ์ของคุณวนิษาเอง อย่างที่สองคือนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมามาบอกเล่าในรูปแบบที่เข้าใจง่ายๆ โดยยึดทฤษฎีพหุปัญญาของศาสตราจารย์ดอกเตอร์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ ซึ่งโดยรวมเธอก็เขียนได้เข้าใจง่ายดีครับ แต่ละบทก็จะเป็นการบอกเล่าเกี่ยวกับอัจฉริยภาพในแต่ละด้านพร้อมยกตัวอย่างที่จับต้องได้จากทั้งหมด 8 ด้านที่อาจารย์การ์ดเนอร์ประกาศเอาไว้ และตอนท้ายของทุกๆ บทก็จะมีสัมภาษณ์สั้นๆ จากผู้ร่วมเข้าแข่งขันรายการอัจฉริยะข้ามคืนมาเป็นตัวแทนของคนที่มีอัจฉริยภาพในด้านที่ตัวเองถนัด รวมทั้งแนวคิดในการพัฒนาอัจฉริยภาพด้านนั้นๆ ตบท้ายด้วยความคิดเห็นของผู้เขียน โดยรวมแล้วผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ก็ใช้ได้นะครับ อ่านง่ายเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง แต่เนื้อหาที่มีน่าจะมีชีวิตชีวาได้มากกว่านี้อีกสักหน่อยจะดีมาก เช่น บทสัมภาษณ์อัจฉริยะด้านตรรกะที่ได้คุณตำรวจกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ล่อซื้อยาเสพติดน่าจะสร้างสีสันให้กับหนังสือได้มากกว่านี้ และทำให้น่าอ่านได้ขึ้นอีกโขเลยครับ แต่โดยรวมๆ แล้วก็โอเคนะครับ [ READ MORE ]
Get every new post delivered to your Inbox.
Join 5,955 other followers