Archive

Archive for มกราคม, 2009

อ่านสักนิดก่อนซื้อ iPhone 3G

วันพุธ, มกราคม 21, 2009 12 ของความคิดเห็น

สำหรับคุณผู้อ่านคอลัมน์ของผมในนิตยสาร Positioning เนื่องจากทางกอง บก. มีความจำเป็นต้องตัดข้อความบางส่วนออกไป ทำให้ดูไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ผมจึงเอาต้นฉบับที่สมบูรณ์มาไว้ให้อ่านกันที่นี่ ขออภัยด้วยนะครับ และขอขอบคุณ คุณ jetboat ไว้ที่นี้ด้วย

- – - – - – - – - -
iphone

ทันทีที่ทาง True ประกาศออกมาว่าจะเปิดขาย iPhone 3G ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2552 เชื่อว่าแฟนๆ สินค้าค่าย Apple คงตื่นเต้นกันน่าดู ผมเลยขอเอาประสบการณ์ของผมในการใช้ iPhone 3G ในรอบหลายเดือนที่สิงคโปร์มาแชร์กันที่นี่นะครับ เผื่อคุณผู้อ่านจะเอามาคิดต่อกันอีกทีว่าควรจะซื้อหรือไม่ควรซื้อ

เมื่อหลายเดือนก่อนผมบุกไปซื้อ iPhone 3G มาจากตึก Singtel (Singtel เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสิงคโปร์) ด้วยราคา 500 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณหนึ่งหมื่นบาทเศษๆ และผูกพันสัญญาสองปีและต้องจ่ายรายเดือนๆ ละ 1,000 บาทโดยประมาณ ทาง Singtel เสนอแพลนที่ค่อนข้างโอเคมาให้ผม นั่นคือ SMS ฟรี 500 ข้อความต่อเดือน ฟรี GPRS 1GB และบริการเสริมอื่นๆ อีกเยอะเลย ณ ตอนนี้ผมใช้ iPhone 3G มาร่วม 4 เดือนเต็มๆ แล้ว ส่วนใหญ่เวลาเจอใครเขาก็จะถามกันว่า “เป็นไง iPhone 3G เวิร์คไหม?” สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่านผมบอกได้คร่าวๆ ว่าจากประสบการณ์คนใช้ PDA, Smart Phone มาเกือบ 10 ปี ผมให้ 8/10 ครับ น่าซื้อมาใช้ครับ แต่น่าใช้อย่างไร มาดูกันเลยดีกว่า

คุณจะรัก iPhone 3G ถ้าหาก…

1. คุณชอบที่จะใช้อินเทอร์เน็ตทุกที่ทุกเวลา iPhone ตอบสนองความต้องการแทบทุกรูปแบบ บราวซ์เว็บต่างๆ ได้ไม่สะดุด เช็คเมล Yahoo! Mail, Gmail ได้คล่องถ้าเล่นเน็ตบนเครื่องมือถืออื่นๆ มันจะไม่สะดวกเท่ากับ Safari ใน iPhone ครับ ยิ่งระบบย่อภาพขยายภาพนี่แจ่มมากๆ แต่สำหรับเมืองไทย เนื่องจากเรายังลักลั่นอยู่ระหว่าง 2.5G กับ 3G ในแง่ของคนใช้งานแล้วผมว่าต้องให้บริการ 3G เปิดตัวแบบเป็นทางการแล้วจริงๆ ถึงจะเวิร์คนะครับ

2. คุณไม่ชอบที่จะเรียนรู้วิธีการเขียนของ PDA ระบบเก่า คุณไม่ชอบใช้ระบบ Word Recognition ของ Windows Mobile หรือ Graffiti ของ Palm Inc. อันนี้จริงๆ แล้วผมชินกับการเขียนบน PDA มาก แต่การใช้ Touch screen เป็นการป้อนตัวอักษรเข้าระบบก็ไม่ได้ทำให้ผมลำบากเท่าไหร่ แถมเวลาขอเบอร์เพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็กดที่เครื่องของผมได้เลยไม่ต้องมานั่งงงว่ามันเขียนยังไง

3. คุณใช้ Mac คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จาก iPhone ได้เต็มที่ ผมใช้ Mac อยู่จะซิงก์กับ Windows Mobile ก็ไม่เวิร์คแล้วครับ

4. คุณหลงทางบ่อยๆ คุณไปไหนมาไหนชอบใช้ Map ใช้ GPS ประกอบการดูแผนที่ ล่าสุดผมไปใช้ที่ภูเก็ตมาแล้วเวิร์คมากครับ คือดูแผนที่เราแน่ใจว่าไม่หลงแน่ แต่เราอยากคอนเฟิร์มว่าตอนนี้เราอยู่ไหนแล้วแน่ๆ ก็ดีตรงที่ผมไม่ต้องไปซื้อพวก Garmin มาใช้ สบายดีครับ แต่ก็นะ มันเป็นแค่ Google Map พวก POI หรือ Point of interest ก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่

5. ความสามารถด้านมัลติมีเดีย เช่นการดูวิดีโอผ่าน Youtube พยากรณ์อากาศจาก Yahoo! ฟังเพลงแบบ iPod หรือใช้เป็นกล้องถ่ายรูป แม้ว่าเสียงของ iPod classic จะขับออกมาได้ดีกว่า iPhone แต่ผมก็ไม่แคร์ครับ เพราะ MP3 ยังไงก็ไม่เพราะเท่า CD อยู่แล้ว กล้องถ่ายรูป 2Mega Pixel เหมือนรุ่นอื่นๆ แต่ภาพก็ชัดมากนะครับ คุณภาพเลนส์ดีกว่า Smart Phone หลายๆ รุ่นครับ ส่วนวิดีโออันนี้แล้วแต่สัญญาณ 3G ครับ แต่ที่สิงคโปร์เวิร์คใช้ได้ครับ

ดูทั่วๆ ไปก็ดูเหมือนว่าซื้อ iPod Touch ดีกว่าไหมเพราะมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก จริงๆ แล้วค่อนข้างต่างนะครับ เพราะ iPod Touch จะใช้กับ Wi-Fi ถ้าไปที่ไหนที่ไม่มีคลื่นนี่เสร็จกันเลย ถึงทาง True จะออกมาบอกว่าติดตั้ง Hot Spot ทั่วกรุงเทพฯ และคอนเวอร์เจนซ์ ซินเนอร์ยี่อะไรของเค้าก็เหอะ แต่ถ้า iPhone 3G ยังไง GPRS ก็ไปถึงครับ อย่างผมนี่ใช้ GPRS ได้เดือนละ 1GB ฟรี ก็เลยเล่นไม่ค่อยบันยะบันยังเท่าไหร่ และการพกพาอุปกรณ์ที่เป็นแบบ All-in-one ถ้าฟังก์ชั่นการใช้งานมันทำได้ดีพอสมควร มันก็น่าใช้ครับ ถ้าเทียบกับเครื่อง HTC ที่ผมเคยใช้เรียกว่า iPhone กินขาดในแง่รูปลักษณ์และฟังก์ชั่นเท่าที่จำเป็น

บางคนอาจจะบอกว่าไม่จริง เพราะตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่ามีคู่แข่งของ iPhone ที่ดีกว่าออกมาตั้งเยอะ เช่น HTC รุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า G1 ที่จะมีระบบปฎิบัติการของ Google ผมเองก็ไม่เคยเห็นครับยังตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะดีกว่ายังไง บางคนบอก Samsung i900 ดีกว่าในแง่ของฟังก์ัชั่น ผมลองใช้แล้วก็ดีนะครับ เป็นมือถือ Windows Mobile ที่น่าสนใจทีเดียว แต่ ณ วันนี้ นาทีนี้ iPhone 3G ตอบโจทย์ผมเกือบทุกอย่างครับ ผมเป็นคนอินเทอร์เน็ต ชอบติดต่อสื่อสารตลอดเวลา เช็คเมลทุกที่ คือมันทำบนมือถือรุ่นอื่นๆ ก็ได้ครับ แต่มันไม่ลื่นไหลใช้ง่ายเท่ากับ iPhone ยิ่งถ้าคุณซื้อเครื่องถูกกฏหมายที่ไม่ต้องมานั่ง jailbreak กันแล้วยิ่งใช้งานง่ายใหญ่เลยครับ

อีกอย่างหนึ่งคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมอะไรมาใส่มากมายหรอกครับ เท่าที่มันมีอยู่ก็พอใช้งานแล้ว แต่นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน iPhone ต่างก็พากันพัฒนาแอพฯ ของตัวเองมาให้เราใช้กันสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Yahoo!, Facebook, LinkedIn, eBay, Twitter, Google, etc. สรุปสำหรับเมืองไทย iPhone 3G มาถึงเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว เลิกเล่นเครื่องหิ้วกันเถอะครับ

ท้ายสุดเพื่อให้บทความนี้สมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากผมได้เขียนประสบการณ์ที่ค่อนข้างเอียงไปทาง iPhone 3G ไปแล้ว ผมเลยได้ขอความช่วยเหลือจากเซียนมือถืออีกท่านหนึ่ง คือคุณวรทรรศน์ วงษ์ไทย คอลัมนิสต์ด้านโทรศัพท์มือถือ หรือที่คนออนไลน์รู้จักกันในนาม Jetboat ขาใหญ่จาก Pantip.com ห้องมาบุญครองมาช่วยวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับระบบปฎิบัติการ Windows Mobile ด้วยครับ

1. ส่วนตัวเชื่อว่า คนใช้ Windows กันเป็นหลัก ฉะนั้นพอจะปรับตัวมาใช้ Windows Mobile (wm) มันค่อนข้างง่ายกว่า
2. สำหรับ hardcore user wm ยังคงเป็นที่ลองวิชาได้ขนาดใหญ่ ในการปรุง rom แบบ customize ซึ่งเรื่องการปรุง rom พี่ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
3. wm ยังมีความได้เปรียบเรื่องการ input นิดนึง ทั้งเขียนแบบลายมือด้วย stylus / จิ้ม virtual keyboard คือมันยังมีทางเลือกให้คนทั้งใช้ได้ 2 แบบอยู่
4. ความสามารถ เรื่องพื้นฐานการเป็นโทรศัพท์ ณ ปัจจุบัน การใช้ Bluetooth แบบอิสระมากๆ /mms /การ copy & paste ข้อความ ที่แฟน iPhone ตะโดนตอบกลับมาดังๆ ว่า มันมีซอฟต์แวร์ใส่เพิ่มได้ แต่ถ้ามองในความเป็นจริง นี่มันคือคุณสมบัติ ขั้นพื้นฐานของโทรศัพท์มิใช่หรือ
5. ความเข้ากันได้ กับชุดออฟฟิศ…คนส่วนนึง ซื้อมันมาเพื่อใช้งานชุดออฟฟิศออนไลน์ ตราบใดที่ Microsoft ยังทำชุด Microsoft office ขาย… คนไทยยังใช้ office ด้วยความเคยชิน wm ก็ยังแข็งแรงด้วยเรื่องพวกนี้อยู่
6. คนที่จะกำเงินถอย iPhone 3G ได้..ใช้เงินกันคนละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่น เพราะถูกผูกขาด แต่ในเมืองไทย เครื่องมือ 1 คุณสัมผัสประสบการณ์ของ wm ได้ด้วยที่ราคา 8-9 พันบาทเท่านั้น
7. ระบบความปลอดภัยเมื่อใช้งานกับองค์กร..ยอมรับกันเถอะว่า ระบบพวก mail server มันของใคร Microsoft ถูกมั้ย… wm 6.1 ชูจุดขายเรื่องการ encrypt เรื่องการเชื่อมต่อข้อมูล แต่ถ้าการเช็คเมลจาก web based ทั่วไป โอเค.. iPhone 3G สะดวกกว่าอยู่แล้วล่ะ แต่ความปลอดภัย นั่นคือเรื่องที่ต้องมาว่ากัน
8. ระบบความบันเทิง…ในราคาทีจ่ายเท่ากัน เครื่องที่ใช้ wm ความสามารถก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่ แต่การลากวางไฟล์เข้าออกเครื่อง wm ยังถือว่าสะดวกกว่าเยอะ เมื่อเทียบกับ iPhone 3G ที่ต้องพึ่งพา itune
9. wm ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ใช้ภาษาไทยเต็มรูปแบบ เพราะเรามีบริษัทที่พัฒนาระบบภาษาไทย แอพพลิเคชั่นภาษาไทย ที่มีรากฐานมาค่อนข้างนานอยู่ ในขณะที่ iPhone 3G เพิ่งทำความรู้จักภาษาไทยมาไม่นานนี้เอง (ทั้งที่มีขายในตลาดมืดเป็นแสนเครื่อง..)

- – - – - – -
เกี่ยวกับผู้เขียน
จักรพงษ์ คงมาลัย อดีตคนข่าวจาก manager.co.th และเว็บนิตยสารในเครือผู้จัดการอย่าง marsmag.net ที่ผันตัวเองเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตด้วยการสร้างเว็บไซต์คนไทยในต่างแดนทั้ง ในออสเตรเลียและสิงคโปร์ เคยร่วมพัฒนาสมุดหน้าเหลืองออนไลน์ กับบริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย และเป็นอดีตรองเลขาธิการสมาคม ผู้ดูแลเว็บไทย ปัจจุบัน จักรพงษ์กำลังสนุกกับการร่วมงานกับบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของโลกอย่าง Yahoo! ในตำแหน่ง Community Manager คุณสามารถติดต่อกับเขาได้ทาง jakrapong.com หรือ jakrapong@ymail.com

Categories: ไม่มีหมวดหมู่ ป้ายกำกับ:, , , ,

พิธีสาบานตนของ Obama บน flickr

วันพุธ, มกราคม 21, 2009 ใส่ความเห็น


ภาพโดย llemanie

วันนี้ถ้าเข้าไปใน flickr จะเห็นทีมงาน flickr ตั้ง Photo Pool ขึ้นมาเพื่อแสดงภาพพิธีสาบานตนนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้มีสมาชิก flickr อัพโหลดภาพเข้ามากว่า 6,000 ภาพแล้วครับ ถ้าดูไปเรื่อยๆ จะคล้ายถ่ายทอดสดยังไงยังงั้นเลย ฮ่าๆ เข้าไปดูกันได้นะครับที่ http://www.flickr.com/groups/inauguration2009/

หรือดูภาพวิดีโอในเหตุการณ์ได้ที่นี่ครับ http://www.flickr.com/photos/djgroovyslug/3213562059/in/pool-inauguration2009

Categories: ไม่มีหมวดหมู่ ป้ายกำกับ:, , ,

My favorite webs & tools of 2008

วันเสาร์, มกราคม 10, 2009 9 ของความคิดเห็น

สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านบล็อกของผมนะครับ ระยะนี้ (ปลายปี – ต้นปี) เวลาเปิดไปอ่าน blog ของเพื่อนๆ ผมจะเจอ Topic หลักๆ อยู่ประมาณ 2 เรื่อง แบบแรกคือ ในปีที่ผ่านมามีเว็บอะไรบ้างที่ขาดไม่ได้ในชีวิต บางคนก็จะบอกว่าเว็บนั้นเว็บนี้แตกต่างกันไป แล้วแต่รสนิยม อีกเรื่องนึงก็คือ blog ที่รีวิวว่ามี tool ตัวไหนบ้างในโลกออนไลน์ที่น่าใช้ ผมว่าแบบหลังนี่ถ้าเขียนดีๆ รวมเล่มเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คส์ขายได้เลยนะ ฮ่าๆๆ ว่าแล้วก็ขอลองเขียนมันทั้งสองแบบเลยละกัน เอาเป็นว่าตามกระแส “สรุป” กับเขาบ้าง

สำหรับปี 2008 ที่ผ่านมา ผมมีเว็บที่ชอบอยู่หลายเว็บครับ แต่ที่รู้สึกว่ามันคันต้องเขียนจริงๆ ก็คัดเหลือ 5 เว็บ (ไม่รวมเว็บของตัวเอง และเว็บบริษัทนะครับ) ดังนี้ครับ
1. ประเภทเว็บข่าว -TechCrunch

ถ้าพูดถึงข่าวในแวดวงออนไลน์ ผมจะชอบอ่านเรื่องเฉพาะในอาชีพการงานมาก ก็ต้องตามข่าวเรื่องไอทีเรื่องอินเทอร์เน็ตที่อเมริกาล่ะครับ แล้วเว็บที่ให้ข่าวได้ไว (ข้อมูลตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ชอบโจมตีคนอื่นที่ตัวเองไม่ชอบแบบไม่เข้าท่า) ก็คือเว็บนี้ล่ะครับ ส่วนตัวไม่รู้จักอะไรกับ Michael Arrington เพราะก็รู้สึกเหมือนเขาพยายามจะเป็นเจ้าพ่อข่าววงการออนไลน์ยังไงชอบกล แต่ก็ยอมรับเรื่องความไวและข้อมูลลึกๆ ที่เขาได้มาจากแหล่งข่าวในวงการซิลิคอนวัลเลย์นี่ใช้ได้ครับ ถ้าในเมืองไทยผมติดตาม Blognone ของนาย mk เขา รายนี้ผมว่าเขาก็เอียงครับ คือเชียร์ Mac, Open Source, Firefox, Ubuntu ออกหน้าออกตามาก แต่ก็ทำดีแล้วล่ะครับ (ฮ่าๆ) เพราะส่วนตัวผมไม่เคยเชื่อว่าจะมี Media ที่ไหนที่นำเสนออะไรได้เป็นกลาง มันจะดูซื่อสัตย์กว่าเยอะถ้าคุณบอกว่าคุณเอียงข้างไหน และที่ชอบมากคือพยายามให้กำัลังใจสมาชิกในการตรวจสอบซึ่งกันและกัน และเปิดให้สมาชิกมีส่วนร่วมได้ดีครับ และอีกเว็บที่ผมก็ตามดูเรื่อยๆ คือ CyberBiz ของผู้จัดการออนไลน์ครับ

2. ประเภท Social Networking - Linkedin

ใครที่ชอบ Facebook, Hi5 คงพอรู้ว่าเจ้าเว็บแนว Social Networking นั้นมันมีหลายแบบ แต่แบบที่มีประโยชน์มากๆ ก็คือเว็บสำหรับเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางด้านธุรกิจการงานแบบ Linkedin.com ผมเริ่มใช้เว็บไซต์นี้ครั้งแรกเพราะ ป้อม Siwat แนะนำไว้รู้สึกจะประมาณปี 2006 แต่จริงๆ Linkedin มีมาตั้งแต่ปี 2003 แล้วล่ะครับ ตอนนี้มีคนใช้อยู่ประมาณ 30 ล้านคนทั่วโลก ผมว่าเมืองไทยก็มีไม่เยอะเท่าไหร่น่าจะหลักพันคนเท่านั้น ที่ Linkedin นี่เขาจะเปิดให้สมาชิกสามารถสร้าง Business contact ของตัวเอง, Search หางาน, ถามตอบปัญหาเรื่องการทำงานในแบบ Q&A คล้ายๆ Yahoo! รู้รอบ, ตามหาลูกค้า ผมชอบเว็บนี้เพราะมันทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนๆ ในแวดวงเดียวกันมากขึ้น และได้รู้ว่าคนๆ นั้นเคยทำอะไรมาบ้าง พื้นหลังของเขามาแนวไหน เป็นเว็บที่ต้องให้เครดิตมากๆ อีกเว็บนึง

3. ประเภท BlogWordPress

WordPress

WordPress

คนเขียน blog คงรู้จักทุกคนนะครับ ส่วนตัวผมชอบ WordPress.com เพราะง่ายดี และไม่ได้ต้องการลง application เข้าโฮสติ้งอีกทีจาก WordPress.org อีกทั้งส่วนตัวก็ยังไม่ได้ต้องการที่จะ customise อะไรมากมาย แค่ขอพื้นที่ที่เป็นกลาง คือผมเคยลอง Yahoo! 360 แต่ผมว่ามันบั๊กเยอะไปหน่อย ไม่ค่อยรับภาษาไทย (ไม่ได้รักบริษัทจนหน้ามืดตามัวครับ แย่ก็บอกว่าแย่) เคยใช้ Blogger ด้วยนะครับ จริงๆ ก็ใช้ง่ายดีนะครับ แต่ Community มันไม่แน่น ท้ายสุดผมก็เลยไปไหนไม่รอด มาตกหลุมรัก WordPress ครับ เว็บนี้ในเมืองไทยก็เป็นที่นิยม พี่เอ๋อ ปรเมศวร์ Kapook ถึงขั้นลงทุนจัดงาน WordCamp ขึ้นมาชวน Blogger และคนดังมาแจมในงานเยอะแยะ ตอนนี้แม้แต่ทาง Yahoo! ยังหันมาใช้ WordPress เลย ;-p

4. ประเภท Microblogging Twitter

สารภาพเลยว่าครั้งแรกผมรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจกับเว็บนี้มากเพราะคิดว่า “พวกคุณเป็นบ้าอะไรเหรอ? ทำไมต้องอยากรู้ว่าคนอื่นทำอะไรตลอดเวลา” คือ Twitter สอนผมอย่างหนึ่งว่า คนเรามักจะไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองต้องการใช้อะไรจนกว่าจะเห็นคุณค่าในสิ่งนั้นๆ ด้วยตัวเอง คือตอนที่ผมใช้แรกๆ ก็รู้สึกไม่คุ้น เหมือนกับคุณจะมี GPS นำทางบนรถไปทำป๊ะอะไร เส้นทางไม่ได้ยากอะไร แต่พอมีแล้วมันก็ดีนะ ช่วยได้เยอะ Twitter สำหรับผมแล้วมันดู “Shine” มากๆ บนมือถือครับ ทุกวันนี้เวลาอยู่ที่ไหนก็ได้รู้ว่าเพื่อนๆ รอบตัว (โดยเฉพาะบรรดาพวก Geek friends ทั้งหลาย) ทำอะไร คิดอะไร แล้วเราช่วยอะไรเขาได้ไหม พอมานั่งดูอีกที เฮ้ย Microblogging กลายเป็น trend ที่เว็บทุกๆ เว็บจะต้องทำ Facebook ทำท่าจะซื้อ Twitter, Yammer ออกมาทำ Microblogging เฉพาะเพื่อเอาใจคน Office ในองค์กร… สำหรับ Twitter นี้ผมว่าตอนนี้หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นของเล่นของพวก Geek แต่ผมว่าสิ่งที่ Twitter สร้างความแตกต่างขึ้นในตลาดก็คือเขาตอบโจทย์ที่ว่า คนเราทุกคนอยากแสดงออกทางความคิดและเชื่อมต่อกับคนอื่นอย่างง่ายๆ การเขียน Blog อาจจะเป็นเรื่องที่เสียเวลานาน และยาว สู้ว่าถ้าเราทำให้มันสั้นลง ง่ายลง เหลือแค่ไม่เกิน 140 ตัวอักษรล่ะจะเป็นอย่างไร และผลก็คือคนทั่วโลกต้องหันมาดูไอเดียที่ง่ายๆ แต่ ‘โดน’ แบบ Twitter ในเมืองไทยก็มีคนออกมาทำเหมือนๆ กันนะครับ คือทาง Sanook ออกมาทำ Noknok บ้าง

5. ประเภท Photo Sharing flickr

ที่เอาเว็บนี้ไว้ท้ายสุดเพราะอายนิดๆ ตรงที่ flickr มันเป็นของ Yahoo! แต่จะบอกว่ามันเป็นเว็บบริษัทผมก็ไม่เชิงครับ เพราะผมไม่ได้ดูแล flickr ในปีที่ผ่านมา แต่มันเป็นเว็บๆ นึงของบริษัทที่ผมชอบมาก ทุกวันนี้ผมคงลงแดงเอาได้ง่ายๆ ถ้าหากว่าถ่ายรูปเก็บแล้วไม่มีที่ลง ไม่รู้จะอวดเพื่อนยังไง ผมนึกถึงวันเก่าๆ สมัยเด็กๆ ได้ว่าถ่ายมาแล้วเอาไปล้างที่ร้านถ่ายรูปเอามาเก็บในอัลบั้ม มันก็ดีนะครับ แต่เดี๋ยวนี้มันสะดวกกว่าถ้าอยากจะเอารูปที่ไปเที่ยวกับเพื่อนมาแชร์กันก็ต้องลงเว็บนี้ล่ะครับ ผมชอบตรงที่มันใช้งานสะดวก และ community ของ flickr มันแน่น บางอารมณ์ผมก็เอาไปใส่ใน Facebook บ้่าง แต่ถ้าพูดถึงรูปภาพและวิดีโอสั้นๆ (แบบไม่เกิน 90 วินาที เพราะ flickr ไม่ได้ต้องการจะเป็น Youtube 2) ผมจะมาที่นี่ก่อน การจ่ายเงินค่า Pro account สำหรับ flickr นี่คุ้มมากครับ เพราะโหลดได้ไม่อั้นแล้วก็ไม่มี Ad ขึ้นมากวนจิตกวนใจด้วย

สำหรับ Online tool ที่ปีนี้ผมได้ใช้ประโยชน์จากมันมากๆ ก็มีหลายตัวครับ ถ้าใครมี Tool เจ๋งๆ ช่วยแนะนำด้วยนะครับ

1. Evernote

เครื่องมือทำงานออฟฟิศที่ผมชอบมากที่สุดในปีนี้ ใครที่คุ้นเคยกับ Microsoft OneNote ก็จะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของ Evernote ครับ แต่สิ่งที่ Evernote ทำให้ผมเลิกใช้ Onenote คือ ณ ตอนนี้เขาให้บริการฟรี และมีความสามารถที่มากกว่า Onenote เช่น คุณสามารถ search text ที่อยู่ในรูปภาพได้, add HTML Page ทั้งหน้าเข้ามาที่เอกสารของ Evernote ได้ทันที แถมยังใช้ได้บน iPhone และบน Mac ด้วย ทำให้ผมใช้ที่บ้านได้ด้วยสะดวกดี

2. Xobni – Search คู่ใจขา Outlook

เนื่องจากที่ออฟฟิศผมยังต้องใช้ PC อยู่ Mail Client ของผมเลยเป็น Outlook และผมก็พยายามหาว่ามันมีเครื่องมืออะไรไหมที่ใช้ค้นหาไฟล์ได้ดีเหมือนกับ Spotlight ใน Mac ผมก็ไปเจอเจ้าพวก Desktop Search ของหลายๆ เจ้าอยู่ ตอนแรกใช้ Windows Search, Google Desktop แต่ผมก็ต้องเลิกใช้เพราะผมรู้สึกไม่ปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัวของผม ตอนหลังมาใช้ application ที่จ่ายปีละ 50 เหรียญชื่อว่า X1 แต่เจ้า X1 นี่มีปัญหากับการทำงานกับ PC ของผม ไม่รู้มันไป interfere อะไรกับใครหรือเปล่า ตอนหลังทนใช้อยู่ได้ครึ่งปีก็เลิกใช้ แล้ววันนึงอ่านข่าวเจอว่า Bill Gates บอกว่าชอบ Tool ตัวนึงที่ไม่ใช่ของ Microsoft แต่มันเจ๋ง ซึ่งนั่นก็คือ Xobni ที่ทำให้ Outlook ของคุณกลายเป็น Social Network ได้โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยล่ะครับ

3. YSlow – วัด Performance เว็บของคุณ

อันนี้จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเป็น add-on ที่เปิดให้คุณดาวน์โหลดไปติดตั้งใน Firefox เพื่อที่จะวัด Performance ของเว็บไซต์คุณครับ เมื่อก่อนนี้ YSlow เป็น Internal tool ของทาง Yahoo! แต่ตอนหลังเราเปิดให้คนทั่วไปได้ใช้ และมันมีประโยชน์มากตรงที่ทำให้เรารู้ได้ว่าทำไมเว็บเราถึงทำงานได้ช้า พร้อมให้คำแนะนำว่าทำอย่างไรถึงจะ Optimize เว็บของคุณให้ดีขึ้นได้ เขาจะให้เกรด A, B, C, D ออกมาเลย อันนี้ผมใช้เพราะว่าต้องทำงานในแง่ Product development อยู่ แต่ถ้าคนทำเว็บที่เมืองไทยจะเอาไปใช้บ้างผมว่าจะเป็นประโยชน์มากๆ เลยครับ

4. LongDo Dictionary - พจนานุกรม ไทย-อังกฤษ-ไทย ที่ผมชอบมากที่สุดในอินเทอร์เน็ต

ขอบคุณทีมงาน Localization ใน Firefox ภาษาไทย ที่รวมตัวกันใน Blognone หลายคนเอาเว็บนี้ใส่เ้ข้าไปใน Bookmark ด้วย (ใส่ Yahoo! Search ให้ด้วย แต่ว่า URL ผิดนะครับ ใส่ให้ผมว่า http://search.yahoo.com จริงๆ ควรจะเป็น http://th.search.yahoo.com ครับ ผลการค้นหาจะตรงใจคนไทยมากกว่า เหมือนกับคุณ search Google.com ผลมันก็ไม่ตรงใจคนไทยเท่า Google.co.th) สำหรับ Longdo ผมไม่มีอะไรจะบอกมากไปกว่า “เจ๋งครับ” ทุ่นเวลาให้ผมได้เยอะเลย

สำหรับเืพื่อนๆ ที่อยากรู้จัก Tools เจ๋งๆ อีกผมขอแนะนำ blog ของเพื่อนผมอีกสองคนนะครับ สองคนนี้เป็นขอตอบปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตตัวยงใน Yahoo! รู้รอบเลยเอามาฝากกัน http://webmonster.sapaan.net/ และ http://www.rackmanagerpro.com วันนี้ผมขอตัวก่อนล่ะครับ งานรออีกเพียบเลย…

Categories: ไม่มีหมวดหมู่ ป้ายกำกับ:, , ,
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 6,393 other followers