Twitter ความจำเป็นทางการตลาดที่ต้องเริ่มวันนี้

Screen shot 2009-09-17 at 8.17.53 PM

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คาดว่าคุณผู้ใช้ Twitter หลายคนคงหงุดหงิดไม่น้อยเมื่อพบว่าเจ้าบริการ Micro-blogging ยอดนิยมนั้นล่มนานหลายชั่วโมง ขณะนั้นผมก็กำลังออนไลน์อยู่เหมือนกัน เสียงตอบรับที่ได้ รับกลับมาผ่านทาง Facebook หลายสิบข้อความก็คือ “ไม่น่าล่มเลย ตอนนี้ขาด Twitter ไม่ได้ เหมือนขาดช่องทาง ในการสื่อสารไปอย่างหนึ่ง แย่จัง”

เสียงตอบรับข้างต้นนี้คงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนแล้วนะครับว่า Twitter เป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารของคนบนโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ดังนั้นในแง่ของการตลาด การที่เราจะเข้าไปมีส่วนในการสื่อสารกับคนในสังคมจึงเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องทำ และในวันนี้ผมก็อยากจะมาย้ำข้อความนี้กับคุณผู้อ่านอีกสักครั้งว่า ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่ม คุณจำเป็นต้องเริ่มได้แล้ว เพราะอะไร? เพราะ Twitter เป็นพื้นที่การสนทนาของผู้บริโภค ที่เปิดให้นักการตลาดเข้าไปมีส่วนร่วมได้

สมัยก่อน Brand positioning ตลอดจนทิศทางทางการตลาดล้วนถูกกำหนดมาจากนักการตลาด ที่ทำการสำรวจทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ แต่วันนี้ Brand positioning ของสินค้าและบริการใดๆ ล้วนเกิดจากการนิยามของผู้บริโภค

ตัวอย่างที่ 1 มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพิ่งเปิดศูนย์ตรวจสุขภาพใหม่ และประชาสัมพันธ์ออกไปว่าทางโรงพยาบาลได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศ พร้อมทั้งได้จัดซื้อเครื่องมือ ในการตรวจร่างกายที่มีประสิทธิภาพสูงมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท วันหนึ่งคุณอยากตรวจสุขภาพ ก็เลยลองไปที่โรงพยาบาลนี้ ไปนั่งรอคิวอยู่แล้วรอนานเกิน 3-4 ชั่วโมง เดินไปถามพนักงานก็แล้ว ถามพยาบาลก็แล้ว ปรากฏว่าคุณหมอทุกคนยุ่งหมด คุณรอไม่ไหวก็เลยเดินจากไป ไปเข้าคลีนิคเล็กๆ ที่อาจจะไม่ดีเท่า แต่ให้บริการได้ดีกว่า

ถามว่าความรู้สึกของคนไข้ที่มีต่อแบรนด์ของโรงพยาบาลจะเป็นอย่างไรบ้างครับ? แน่นอนว่า มันจะเป็นความรู้สึกเชิงลบ “ปล่อยให้รอได้ตั้ง 3-4 ชั่วโมง บริการแย่มาก วันนี้จะกลับไปเขียนบล็อกด่าซะให้เข็ด tweet มันอีกสัก 3 รอบ (คนไข้รายนี้มีคน follow อยู่ 1,000 ราย)” ในขณะที่บุคลากรในโรงพยาบาล อาจจะคิดในมุมกลับกันว่า “วันนี้คนไข้มารอตรวจสุขภาพ เยอะมาก เป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ เรื่องเครื่องมือใหม่ของเรา และการจัดอันดับแน่ๆ เลย มีบางคนรอไม่ไหวกลับบ้านไปก่อนนิดๆ หน่อยๆ แต่คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ คราวหน้าเราต้องจัดคนมารับจำนวนคนไข้ให้ได้มากกว่านี้”

คุณผู้อ่านมองเห็นภาพไหมครับว่ามันคนละเรื่องกันเลยนะครับ ในโลกที่อะไรๆ เปลี่ยนแปลงเร็ว คุณกำลังจะเสียลูกค้าอีกนับพันคน จากการที่คุณให้บริการได้ไม่ดีกับคนเพียงคนเดียวก็เป็นไปได้

ถ้านักการตลาดที่สนใจจะ “ฟัง” ลูกค้าอย่างจริงจัง คุณจำเป็นแล้วล่ะครับที่จะต้องเข้ามาใช้ Twitter เข้ามาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับลูกค้าอย่างจริงจัง ถ้าคุณเริ่มใช้ Twitter และเข้าไปร่วมวงสนทนากับลูกค้า หรือ “Join conversation” กับลูกค้าที่สนใจในสินค้าและบริการของคุณ โดยใช้ Twitter ในการ ปรับความเข้าใจ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของแบรนด์ของคุณ ยกตัวอย่างอีกทีนะครับ

คนไข้ที่เสียความรู้สึก tweet ไปว่า 
“วันนี้ไปที่โรงพยาบาลก.ไก่ รอตรวจสุขภาพ 4 ชั่วโมง บริการแย่มาก ไม่ไปแล้ว”
คุณซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเข้าไปตอบว่า
“เราเปิดศูนย์เป็นวันแรก ทำให้จัดคิวพลาด ทางโรงพยาบาลขออภัยอย่างสูงค่ะ
รบกวนช่วยติดต่อกลับเพื่อรับบริการพิเศษจากทีมงานแพทย์ของเราด้วยค่ะ”

จากตัวอย่างข้างต้นคุณผู้อ่านจะเห็นได้ว่านี่เป็นการใช้ Twitter ในการแก้ไขปัญหา และป้องการการสูญเสียชื่อเสียงของโรงพยาบาลได้ Twitter จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้

ตัวอย่างที่ 2

ผมขอยกตัวอย่างที่มาจากตัวเองเลยนะครับ 

วันก่อนนี้ผมได้รับอีเมลฉบับหนึ่งจากเพื่อนที่สนิทกันที่ฟอร์เวิร์ดมา (พร้อมกับรายชื่อคนใน cc list ประมาณ 200 คน) เขียนตำหนิร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งว่าปรับเมนูอาหารใหม่แล้วขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม ผมเจอเขาออนไลน์อยู่จึงถามดู เขาก็ยืนยันว่าจริง ผมเลย Tweet ลงไปว่า “ร้านอาหารนี้ขึ้นราคา 10-15% จะสั่งก็ระวังๆ กันหน่อยนะครับ” ปรากฏว่ามีคน Retweet ที่ผมเขียนไปถึง 15 ครั้ง และผมสำรวจคร่าวๆ ปรากฏว่า 15 รายนี้มี Follower อยู่รวมกันประมาณ 1,500 ราย นี่ยังไม่รวมถึงคนที่เข้าไปก่นด่าร้าน อาหารร้านนี้ในเว็บบอร์ดอีกหลายๆ แห่ง ซึ่งบางแห่งก็มีอดีตพนักงานเก่าของร้านมาร่วมด่าด้วยว่าร้านนี้ไม่ดีจริงๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วร้านอาหารนี้บริการดี อาหารอร่อย แต่ปรับราคาและปรับเมนูใหม่เยอะจนทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก

นั่นหมายความว่าร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้านี้กำลังมีแนวโน้มเสียลูกค้าถึงเกือบๆ 2,000 ราย เป็นอย่างน้อย ถ้าเพียงแต่ฝ่ายการตลาดของร้านอาหารนี้ลงมา “Join conversation” ไม่จำเป็นว่าต้อง Twitter ที่เดียวครับ จะเป็นช่องทางอื่นด้วยก็ได้ ก็อาจจะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสียลูกค้าไปได้

ทั้งหมดนี้ผมเพียงแต่จะบอกว่า… ในฐานะนักการตลาดรุ่นใหม่ Twitter เป็นตัวอย่างหนึี่งของความจำเป็นทางการตลาดอย่างยิ่งยวด ที่เราจะต้องใช้ Social media ในการเข้ามาปรับความเข้าใจและปกป้องแบรนด์ของเรา เพราะแบรนด์อยู่ในมือลูกค้า ไม่ใช่ในมือของเราอีกต่อไปแล้ว

หลังจากจบบทความนี้ ขอแนะนำว่า:
1. กรุณาลงทะเบียน http://www.twitter.com
2. ค้นหา Google, Yahoo!, Bing, Pantip, และเว็บ Community อื่นๆ โดยใส่ชื่อแบรนด์ของคุณ ตามด้วยคำว่า “ดี, บริการดี, แย่, ห่วย” คุณจะพบว่าผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์ของคุณไว้ว่าอย่างไร แล้วพยายาม Join conversation เสียแต่วันนี้
3. อ่านรูปแบบการทำการตลาดจาก Cover story ของ Positioning ได้ในเล่ม

    • iamia
    • กันยายน 17th, 2009

    เราก็ว่าคุ้นๆ โถ่ พี่จั๊กเขียนลง positioning นี่เอง เพิ่งอ่านไปเมื่อบ่าย : -P

      • Adele
      • เมษายน 12th, 2011

      Ppl like you get all the barisn. I just get to say thanks for he answer.

  1. อิอิ หากินง่ายมะ พอเขาตีพิมพ์แล้วเราก็เอามาโพสต์ในบล็อกเราไง ขอบคุณนะครับที่อ่าน ดีใจๆ มีคนวิจารณ์ว่าตัวอย่างร้านอาหารโอเค ใกล้ตัวดี แต่ตัวอย่างโรงพยาบาลดูห่างตัว ห่างไกลความเป็นดอทคอมไปหน่อย แต่เราว่ามันน่าจะไปกันได้นะ Twitter และ Social media ต่างๆ ไม่ควรถูกกระจุกตัวใช้อยู่กับสินค้าและบริการไม่กี่แบบ

  2. ตามมาอ่านจาก twitter ครับพี่

    • ขอบคุณครับบูม ยังไงวิจารณ์ได้นะครับ ดีใจจัง writer ของ blognone เข้ามาอ่านด้วย

      • It’s spooky how celerv some ppl are. Thanks!

    • @tikky_diary
    • กันยายน 17th, 2009

    เห็นด้วยคะ ร้านนี้เขาดังมากใน Social Media ไม่รู้ว่ารู้ตัวบ้างไหม โลกออนไลน์ น่ากัว Brand ไม่ดังก็โดนได้เละเหมือนกันเห็นบ่อยตาม Fwdmail webboard ยิ่งตอนนี้มี twitter&facebook ว่าแล้วไปเช็ค Status Service มั้งดีก่า (ถ้ามีแปลว่าเริ่มดังกะเขาแหละ):D

    • ร้านที่ว่าจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ลับอะไรหรอกครับ พอดีเขียนลงนิตยสารผมเลยไม่ลงชื่อ จริงๆ ก็คือ ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิที่เราชื่นชอบกันนั่นเอง เขาขึ้นราคาอาหาร และคิดค่าวาซาบิในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ผมว่ามันก็ไม่ผิดอะไรมากหรอกครับ แต่ติดตรงที่ผู้บริโภคไม่พอใจ แล้วบอกต่อ กระแสบอกต่อมันแรง ถามว่าทีมงานเขารู้ไหม เขารู้ครับ ว่าแล้วก็มีการจัดทำ Twitter account ที่ชื่อว่า @Welovefuji ออกมาคอย “Join conversation” กับเขาด้วย นับว่าแก้เกมได้ทันดีครับ

    • Touchdown! That’s a really cool way of puttign it!

      • Zyah
      • เมษายน 12th, 2011

      Got it! Thanks a lot again for hepling me out!

    • 9NuT
    • กันยายน 17th, 2009

    ตามมาอ่านจากที่พี่ๆเค้า RT มาครับ บทความน่าสนใจมากเลยครับ ขอบคุณครับสำหรับความรู้ :)

  3. แปลว่า คนจะด่าว่าได้อย่างอิสระเสรีต่อ brand ร้านค้า ร้านอาหาร หรือสินค้าใดๆได้อย่างไม่มีข้อจำักัดอย่างงั้นเหรอ่ปาวน่ะครับ ? ถามดูเฉยๆน่ะครับผมว่ามันมีคำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่าทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้ ดูราวกับว่า การรักษาลูกค้าแบบ social network จะเป็นการตามไปแ้ก้ตัว (ในกรณีที่เกิดควาผิดพลาด หรือ พลาดพลั้งไป) กันในแบบวงกว้างขึ้นเป็นเงาตามตัวกับความสามารถของการประกาศกระจายเนื้อความจะคนสู่คนที่มากขึ้นยังไงอย่างงั้นครับ หรือถ้าหากว่าเป็นกรณีที่ดีอยู่แล้วก็ปล่อยให้คนบอกต่อๆกันไปโดยไม่ต้องไปทำอะไรมัน (เพราะมันดีอยู่นี่หน่า) .. อืม น่าคิดๆ

  4. @9nut ขอบคุณที่แวะมาครับ

    @rackmanager ชื่อเสียงของแบรนด์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ตกเป็นของผู้บริโภคมากขึ้นครับ ผมพยายามจะบอกว่าเราไปห้ามไม่ให้คนวิพากษ์วิจารณ์แบรนด์ของเราไม่ได้ แต่เรา “แก้ไข” และ “ปรับความเข้าใจ” มากกว่า “แก้ตัว” น้ำขุ่นๆ ครับ เพราะการแก้ตัวคือพยายามแก้ปัญหาแต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา เพียงแต่รับหน้าเสื่อไปทำให้ลูกค้า ผู้่บริโภคใจเย็นเท่านั้นเอง แต่การปรับความเข้าใจนั้นทำได้ด้วยการรับฟ้ัง ถึงมีนักการตลาดหลายๆ คนออกมาพูดไงครับว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคมีเสียงดังขึ้น ไม่ต้องง้อปากกานักข่าวเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

  5. จะมีสินค้าไหนในโลก ที่มีพลังขนาดนี้อีกเนี่ย -_-’

  1. มีนาคม 23rd, 2010

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

Gravatar
WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 5,955 other followers