กรุสำหรับ มีนาคม, 2010

คำตอบของ “คนหัวรั้น”

เมื่อวานเปิดไปอ่านบล็อก “คนชายขอบ” Fringer.org ของคุณสฤณี อาชวานันทกุล หรือ “พี่ยุ้ย” ตอนการเดินทางของ “คนชายขอบ” & ไฟล์เสียงจาก “คนหัวรั้น” ท่านอื่น ซึ่งพูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานก่อนที่จะมาเป็นนักเขียน นักแปล มีชื่ออย่างปัจจุบันนี้ ลำพังถ้าเป็นประสบการณ์ของคนทั่วๆ ไป ก็อาจจะเฉยๆ แต่เรื่องราวของผู้หญิงคนนี้มีแง่คิดที่น่าสนใจในเรื่องของ Passion และความมุ่งมั่นดีครับ พี่ยุ้ยจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงทั้งตรีที่ Harvard และโทที่ NYU ผ่านงานบริษัททั้งในและต่างประเทศ ทิ้งแพคเกจเงินเดือนซึ่งผมเชื่อว่า “มหาศาล” เพราะบริษัทที่พี่ยุ้ยเคยทำนั้นดังๆ ระดับโลกทั้งนั้น รวมทั้งเลิกการทำงานในระดับผู้บริหาร หันมาเป็นคนเขียนหนังสืออย่างเต็มตัว… พอผมอ่านจบ ฟังไฟล์เสียงแล้ว ก็มีคำถามผุดพรายขึ้นในใจ ผมเลยเขียนถามพี่ยุ้ยไปในบล็อก และพี่ยุ้ยก็ตอบมาในบล็อกเลย ทำให้ผมได้มุมมองอะไรใหม่ๆ เพิ่มด้วยอย่างคาดไม่ถึง เลยขออนุญาตพี่ยุ้ยเอามาแชร์ที่นี่ให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันด้วยครับ ลองดูนะครับ ผมว่าคุ้มค่าจริงๆ (อ่านบล็อกและฟังไฟล์เสียงก่อนนะครับ) ถ้าอ่านบล็อกของพี่ยุ้ยจบแล้วอ่านคำถามผมได้เลยครับ Q: ขอบคุณสำหรับ Blog post นี้นะครับ ได้ฟังไฟล์เสียงบรรยายถึงประสบการณ์การทำงานของพี่ยุ้ยคราวนี้ ทำให้รู้จักตัวตนพี่ยุ้ยมากขึ้นครับ ชอบตรงที่พี่ยุ้ยพูดว่า “ตอนไปทำงานตอนเช้า ก็นึกแล้วว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี [ READ MORE ]

ตอบอีเมล: เทคนิคการหางานทำในต่างประเทศ หรือบริษัทต่างชาติ

ภาพโดย will hybrid ผมทำงานที่ Yahoo! มา 3 ปีเต็มแล้วครับ อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเหมือนกับ Regional hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องติดต่อกับคนเยอะ ส่วนใหญ่ก็ทางเมลล่ะครับ แต่เมลนอกเรื่องที่ผมได้มาบ่อยมากที่สุดอันนึงเลยก็คือ “พี่ครับ/พี่คะ จะหางานที่ต่างประเทศได้ไง” หรือไม่ก็ “ตอนนี้ผมเรียนอยู่ (อเมริกา, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, จีน ฯลฯ) ครับ คิดว่าจบแล้วจะไปทำงานต่างประเทศ อยากทำแบบพี่บ้าง ทำยังไงครับ” ผมไม่ค่อยมีเวลาตอบอีเมลแนวนี้เท่าไหร่ แต่คิดว่าเขียนบล็อกให้อ่านกันไปเลยจะดีกว่า ถือว่าแชร์ๆ กันครับ การทำงานต่างประเทศเป็นเหมือนกับความฝันของหลายๆ คน เพราะนอกจากจะได้ “โกอินเตอร์” สร้างพอร์ต เสริมประสบการณ์ต่างแดน มีเวทีในการสร้างผลงานแล้ว แน่นอนว่าบริษัทต่างชาติใหญ่ๆ Multi-National Company หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า MNC เขาก็จะเสนอเงินเดือน รายได้ ผลตอบแทนที่ดีให้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนที่บริษัทจะเสนอให้คุณ บ้าน รถ ค่าอาหาร Stock option สิทธิพิเศษ [ READ MORE ]

ผลสำรวจ “คุณชอบอ่านเรื่องแบบไหนมากที่สุด ใน Jakrapong.com”

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมทำโพลล์ถามคุณผู้อ่านว่า “คุณชอบอ่านเรื่องแบบไหนมากที่สุด ใน Jakrapong.com” เพื่อลองสำรวจคร่าวๆ ว่าที่ผมเขียนอยู่ทุกวันนี้ถูกใจหรือเปล่า แล้วมีอะไรน่าปรับปรุงบ้างหรือเปล่า ผ่านไป 7 วันมีคนเข้ามาโหวต 94 คน นี่คือผลครับ การตลาดออนไลน์ที่ผม เขียนเอง 26% (24 votes) เรื่องส่วนตัว มุมมองทั่วๆ ไปของผม 15% (14 votes) แนะนำเว็บไซต์ 14% (13 votes) แนะนำหนังสือ 14% (13 votes) เรื่องแปลจากต่างประเทศ 10% (9 votes) แนะนำภาพยนตร์ 7% (7 votes) เรื่อง Gadget review มือถือ eReader etc. 6% (6 votes) แนะนำอัลบั้มเพลงที่น่าสนใจ 5% (5 votes) อื่นๆ [ READ MORE ]

ภาษาเพื่อธุุรกิจบน Twitter

ผมเคยเขียน การใช้ Twitter สำคัญในแง่การตลาดอย่างไรไปแล้ว ก็มีฟีดแบคกลับมาว่าชอบ เอาไปให้เพื่อนอ่านบ้าง เอาไปให้เจ้านายอ่านบ้าง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้น เหมือนกับอ่านแล้วก็ “เออ ดี โอเค แล้วไง?” ผมเลยมานั่งดูอีกทีปรากฏว่า ที่ผมเขียนไปคราวที่แล้วมันดูเป็นเหมือนกับกรณีศึกษากว้างๆ ไม่ได้เจาะลึกลงในรายละเอียดว่า ถ้าจะทวีตกันจริงๆ เพื่อธุรกิจมันควรจะเป็นอย่างไร มาดูกันเลย กำหนดคาแรกเตอร์ของคนทวีต ใช้ภาษาพูดกับเพื่อน และอย่าใช้ภาษาการตลาดแบบเดิมๆ เวลาเราคุยกับเพื่อน เราคุยแบบนึง เวลาคุยกับครูบาอาจารย์ หรือไปบรรยายวิชาการที่ไหนภาษาย่อมแตกต่างกัน ใน Twitter หรือ Social Media ตัวอื่นๆ ก็เช่นกันครับ อย่างผมเป็นผู้ชาย อาชีพทำการตลาด อายุสามสิบกว่าๆ ถ้ามาเขียนแนะนำบล็อกว่า “อ๊าย สวัสดีจ้า ว่างายทุกคน วันนี้อัพบล็อกแล้วน๊า http://bit.ly… ใจจ้าาาา” อันนี้ก็คงไม่ใช่ คงถูกหาว่าไม่บ้าก็เพี้ยน แต่ถ้าจะเขียน มันก็ควรจะเป็น “สวัสดีครับ พอดีมีคนแนะมาว่าวันก่อน อ่านที่เขียนเรื่อง Twitter แล้วปรับใช้ยากไป อัพเดทแก้ไขใหม่แล้ว เชิญอ่านเลย http://bit.ly…” [ READ MORE ]

เปิดหมวด “Best of” รวมฮิต Blog post ใน Jakrapong.com

  • มีนาคม 20th, 2010
  • Posted in Best of

พอดีผมอ่านหนังสือ Social Media 101 ของ Chris Brogan ในนั้นแนะนำว่า ถ้าเราจะเขียนบล็อก และอยากจะแสดงตัวตนให้ผู้อ่านเห็นได้เร็วและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก็ควรจะมีหมวดที่เป็นเหมือนการรวบรวมเอา Blog post ที่คุณคิดว่าดีที่สุดที่คุณเคยเขียนมารวมเอาไว้ในที่เดียว อาจจะเป็นหน้าพิเศษ หรือทำสัญลักษณ์อะไรไว้ก็ได้ ผมเลยจัดการทำเป็น Category ใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า “Best of” มีหลักเกณฑ์อะไรในการเลือก? ผมเขียนบล็อกมาตั้งแต่ปี 2006 มาถึงตอนนี้ก็ 200 กว่าตอนแล้ว มันก็มีบางชิ้นที่ผมอ่านแล้วก็ยังรู้สึกว่าดีใจที่ได้เขียนมันออกมา และคุณผู้อ่านหลายคนก็ชอบกัน บางตอนอาจไม่เด็ดโดนใจ แต่ผมมองว่ามันมีประโยชน์ และน่าบอกต่อ อย่างเช่นนิตยสาร Ode บางตอนมีคนขำมัน เช่น วิธีฝึกดูจิตด้วย Twitter ถ้าหากว่าตอนไหนที่คุณคิดว่าไม่เวิร์ค บอกผมได้นะครับ จะพิจารณาถอดออกจาก Best of หรือถ้ามีตอนไหนที่คุณคิดว่าน่าจะใส่ แต่ผมดันไม่ใส่ ก็บอกมาได้เช่นกันครับ ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ติดตาม Blog เล็กๆ นี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาครับ[ READ MORE ]

ความฝัน + Passion เพราะชีวิตคนเราสั้นเกินไปที่จะบอกว่าน่าเบื่อ

ภาพโดย Tricky ผมเป็นพวกหนอนหนังสือครับ แต่ก็ต้องคอยระวังตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเราเอาแต่อ่าน ไม่คิดตามและวิเคราะห์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา มันก็คงได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในโลกนี้ก็ยังมีหนังสืออีกหลายต่อหลายเล่มที่อ่านเพลิน อ่านแล้วได้แง่คิด อ่านแล้วเอาไปใช้ได้จริงก็มีอยู่เยอะ แน่นอนว่าบางเล่มอ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ มีแรงใจไฟฝัน และกระตุ้นให้เราเกิด “Passion” ชนิดนอนไปหลับ อยากคิดต่อไปอีกสามวันสามคืนก็มี Passion นี่สำคัญนักหนาครับ ชีวิตนี้ถ้าหากว่าเราไม่มี Passion กับอะไรสักอย่างมันคงดูจืดชืดพิลึก แต่ก่อนจะพากันไปลึกกว่านี้ ขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่า Passion ซึ่งผมแปลเป็นการส่วนตัวว่า “ความทะยานอยาก” เพราะไม่อยากแปลกันตรงตัวตามพจนานุกรมว่า “ตัณหา ราคะ” ดูแล้วเรามันกามๆ ยังไงชอบกล -_-’ ความทะยานอยากนี่ผมว่ามันทำให้ชีวิตเรามีสีสันครับ คนเราลงว่าถ้ามีความฝัน และมีความทะยานอยาก มันก็เหมือนกับคุณรู้ว่าคุณกำลังจะบินไปอเมริกา ถ้าเราอยากบินไปเราจะต้องใช้เส้นทางไหน มันก็แล้วแต่ว่ามันเป็นฝั่งตะวันตกหรือฝั่งตะวันออก ถ้าตะวันตกก็ต้องบินจากกรุงเทพ ไปแวะเกาหลีที่สนามบินอินชอน แล้วต่อไปลงซานฟรานซิสโก หรือไป LA ถ้าไปฝั่งตะวันออกก็ต้องไปอีกแบบหนึ่ง แต่คุณก็จะรู้ว่าเป้าหมายมันอยู่ที่ไหน แล้วจะเดินทางไปอย่างไร ตรงนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตนี้มีอะไรน่าค้นหา และน่าสนุก เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว สมัยที่ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ มีสองสามีภรรยาไทยคู่นึง [ READ MORE ]

A Moment in Time – Kavin Hoo

วันนี้ผมมีงานเพลงเพราะๆ แนวพ็อพ ผสมนิวเอจมาแนะนำครับ อัลบั้ม A Moment in Time โดย Kavin Hoo Kavin เป็นนักเปียโนแนวนิวเอจ เขาเกิดและเติบโตที่มาเลเซีย แต่ต่อมาไปเรียนต่อด้านดนตรีที่ Berklee ที่สหรัฐฯ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมืองลอสแองเจลิส กับภรรยาซึ่งเป็นศิลปินสาวชาวสิงคโปร์ชื่อดังอย่าง Corrine May งานของ Kavin ชุดนี้ เป็นการรวบรวมเอาเพลงโปรดจากศิลปินยุคเก่าๆ อย่าง Claude Debussy รวมทั้งงานเก่าของตัวเองมาเรียบเรียงใหม่ให้นุ่มนวลขึ้นกว่าชุดก่อนๆ รวมถึงมีเพลงใหม่ๆ อย่าง “Forever Yours”, “The Day I let You Go”. และแน่นอนว่าอุตสาหกรรมในครอบครัวหนีไม่พ้นในการเอา Corrinne May มาร้องนำในเพลง “Pilgrim’s Journey” กับเพลง “The Winding Path” ใครที่ชอบฟัง Solo piano สบายๆ อารมณ์ก่อนนอนอยากหลับฝันดี ฟังเพลงคลอเบาๆ [ READ MORE ]

Amazon Kindle สำหรับ Mac ออกแล้ว

โทษฐานที่เคยเขียน Review Amazon Kindle เอาไว้ พอมีข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับเจ้า ebook reader ตัวนี้ก็เลยต้องอัพเดทกันหน่อย สิ้นสุดการรอคอยเสียที สำหรับใครที่ใช้ Mac และเป็นเจ้าของ Amazon Kindle ซึ่งก่อนหน้านี้พออยากจะอ่านหนังสือใน Mac ของตัวเอง (ในกรณีที่อยากสลับมาอ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ธรรมดาบ้าง) มันทำไม่ได้เพราะดันมีแต่ PC version ทาง Amazon ก็เปิดให้ดาวน์โหลดกันได้แล้วนะครับ ทำไมต้องอ่าน Kindle book บน Mac? * อ่านสลับไปมาระหว่างเครื่อง Amazon Kindle กับเครื่อง Mac ของเรา (หรือถ้าใช้ PC ก็โหลดเวอร์ชั่น PC ได้) ไม่ต้องมีเครื่อง Kindle ก็อ่านได้ * สมมุติว่าลืม Kindle ไว้ที่บ้านหรือที่ไหน เปิดอ่านในคอมฯ มันง่ายดีเนอะ * Sync หน้าสุดท้ายที่เราอ่านให้โดยอัตโนมัติ ด้วยระบบ [ READ MORE ]

Last Call หนังเขย่าขวัญสุด Interactive

ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์นี่ไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆ นะครับ วันนี้นั่งอ่าน Twitter เพลินๆ ก็ไปเจอทวีตของทาง ARIP ทวีตเกี่ยวกับหนังเขย่าขวัญสุด Interactive เข้า คอนเซ็ปต์ของหนังเรื่อง Last Call นี่น่าสนใจดีครับ เขาบอกว่าปกติแล้ว เวลาเราดูหนัง เราก็นั่งดูเฉยๆ แต่คราวนี้จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าให้คุณผู้ชมที่กำลังดูหนังในโรง มีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับตัวละครในเรื่องได้ว่าจะให้ตัวละครเดินไปทางไหน จะทำอะไร ซึ่งทำให้หนังที่ฉายให้คนในโรงดูในแต่ละรอบ จะไม่มีทางจบเหมือนกันเลย มันเป็นยังไง? ขั้นตอนมีดังนี้ครับ 1. ก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ ผู้ชม (หรือหนูตะเภา?) จะต้องลงทะเบียนเอาเบอร์มือถือทิ้งไว้ให้กับทางทีมงาน 2. พอตัวละครกำลังเดินทางไปถึงฉากหนึ่ง ผู้ชมจะถูกสุ่มให้ได้รับสายเรียกจากตัวแสดงในหนัง ซอฟต์แวร์รู้จำเสียง (หรือ voice recognition technology) จะฟังคำสั่งที่ผู้ชมแนะนำตัวแสดง และเลือกเล่นซีนของเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นกับตัวแสดงในหนังตามคำแนะนำของผู้ชม ตอนแรกอ่านแล้วนึกว่าเขาแหกตา แต่พอดูวิดีโอก็ถึงบางอ้อ อ๋อ โอ้ เพราะว่ามันน่าสนใจไม่ใช่เล่น ว่าแล้วก็เลยลองไปดูชื่อว่าใครหนอมันช่างคิดได้จริงๆ ก็พบว่าเป็น Online agency สัญชาติเยอรมันชื่อ Jung von Matt ส่วนลูกค้าก็คือรายการโทรทัศน์ชื่อ 13th Street [ READ MORE ]

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 5,955 other followers