พอดีผมอ่านหนังสือ Social Media 101 ของ Chris Brogan ในนั้นแนะนำว่า ถ้าเราจะเขียนบล็อก และอยากจะแสดงตัวตนให้ผู้อ่านเห็นได้เร็วและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก็ควรจะมีหมวดที่เป็นเหมือนการรวบรวมเอา Blog post ที่คุณคิดว่าดีที่สุดที่คุณเคยเขียนมารวมเอาไว้ในที่เดียว อาจจะเป็นหน้าพิเศษ หรือทำสัญลักษณ์อะไรไว้ก็ได้ ผมเลยจัดการทำเป็น Category ใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า “Best of”
มีหลักเกณฑ์อะไรในการเลือก?
ผมเขียนบล็อกมาตั้งแต่ปี 2006 มาถึงตอนนี้ก็ 200 กว่าตอนแล้ว มันก็มีบางชิ้นที่ผมอ่านแล้วก็ยังรู้สึกว่าดีใจที่ได้เขียนมันออกมา และคุณผู้อ่านหลายคนก็ชอบกัน บางตอนอาจไม่เด็ดโดนใจ แต่ผมมองว่ามันมีประโยชน์ และน่าบอกต่อ อย่างเช่นนิตยสาร Ode บางตอนมีคนขำมัน เช่น วิธีฝึกดูจิตด้วย Twitter
ถ้าหากว่าตอนไหนที่คุณคิดว่าไม่เวิร์ค บอกผมได้นะครับ จะพิจารณาถอดออกจาก Best of หรือถ้ามีตอนไหนที่คุณคิดว่าน่าจะใส่ แต่ผมดันไม่ใส่ ก็บอกมาได้เช่นกันครับ ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ติดตาม Blog เล็กๆ นี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาครับ
0.000000
0.000000

ภาพโดย Tricky
ผมเป็นพวกหนอนหนังสือครับ แต่ก็ต้องคอยระวังตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเราเอาแต่อ่าน ไม่คิดตามและวิเคราะห์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา มันก็คงได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในโลกนี้ก็ยังมีหนังสืออีกหลายต่อหลายเล่มที่อ่านเพลิน อ่านแล้วได้แง่คิด อ่านแล้วเอาไปใช้ได้จริงก็มีอยู่เยอะ แน่นอนว่าบางเล่มอ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ มีแรงใจไฟฝัน และกระตุ้นให้เราเกิด “Passion” ชนิดนอนไปหลับ อยากคิดต่อไปอีกสามวันสามคืนก็มี
Passion นี่สำคัญนักหนาครับ ชีวิตนี้ถ้าหากว่าเราไม่มี Passion กับอะไรสักอย่างมันคงดูจืดชืดพิลึก แต่ก่อนจะพากันไปลึกกว่านี้ ขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่า Passion ซึ่งผมแปลเป็นการส่วนตัวว่า “ความทะยานอยาก” เพราะไม่อยากแปลกันตรงตัวตามพจนานุกรมว่า “ตัณหา ราคะ” ดูแล้วเรามันกามๆ ยังไงชอบกล -_-’
ความทะยานอยากนี่ผมว่ามันทำให้ชีวิตเรามีสีสันครับ คนเราลงว่าถ้ามีความฝัน และมีความทะยานอยาก มันก็เหมือนกับคุณรู้ว่าคุณกำลังจะบินไปอเมริกา ถ้าเราอยากบินไปเราจะต้องใช้เส้นทางไหน มันก็แล้วแต่ว่ามันเป็นฝั่งตะวันตกหรือฝั่งตะวันออก ถ้าตะวันตกก็ต้องบินจากกรุงเทพ ไปแวะเกาหลีที่สนามบินอินชอน แล้วต่อไปลงซานฟรานซิสโก หรือไป LA ถ้าไปฝั่งตะวันออกก็ต้องไปอีกแบบหนึ่ง แต่คุณก็จะรู้ว่าเป้าหมายมันอยู่ที่ไหน แล้วจะเดินทางไปอย่างไร ตรงนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตนี้มีอะไรน่าค้นหา และน่าสนุก
เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว สมัยที่ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ มีสองสามีภรรยาไทยคู่นึง ชื่อคุณวรรณ กับคุณหมู ทั้งสองคนมีความฝันและ Passion อย่างแรงกล้าว่าอยากจะปั่นจักรยานรอบโลกให้สำเร็จ เมื่อตอนนั้นทั้งคู่ปั่นมาถึงเมืองที่ผมอยู่ด้วยอาการอ่อนล้า อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด หลังจากปั่นจากกรุงเทพฯ – มาเลเซีย – อินโดนีเซีย มาแล้ว และยังเหลืออีกหมื่นไมล์ พันไมล์ที่จะวนกลับไปถึงกรุงเทพฯ อีกที
นักปั่นทั้ง 2 คนพักที่บ้านผมอยู่ 3 คืน และเป็นช่วงที่ผมต้องเดินทางกลับไทยด้วย แต่ก่อนแยกทางกัน พี่วรรณ พี่หมูยื่นหนังสือมาให้ผมเล่มนึง พร้อมกับบอกว่า “อย่าลืมความฝันนะ ค่อยๆ ค้นหามันไป พี่ว่าปองทำได้ มี Passion กับอะไรก็ทำสิ่งนั้น” หนังสือที่ผมได้มาเล่มนั้นก็คือหนังสือที่ชื่อว่า “ไต่ฟ้ากระชากฝัน (Into Thin Air)” ทั้งสองคนบอกว่าได้มาจากอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุลอีกที ตอนนี้อ่านจบแล้วอยากให้หนังสือเล่มนี้ให้ผมอ่านต่อ เอาไปฝัน เอาไปต่อแรงใจต่อไป
และท้ายที่สุดพี่ๆ เขาก็ทำได้ครับ ด้วยเวลา 5 ปี 11 เดือน ระหว่างทางนั้น ต้องเจอเรื่องดีเรื่องร้ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถูกปล้นจนหมดตัว เงินสปอนเซอร์ร่อยหรอ การสูญเสียคนที่รักในครอบครัว ล้วนแล้วแต่น่าท้อใจทั้งนั้น แต่ทั้งสองคนก็ไม่หวั่น เพราะทั้งสองคนรู้ว่าตัวเองมีความฝันอะไร Passion ของตัวเองคืออะไร …หนังสือมีหลายแบบ อ่านแล้วก็ได้กับตัวเอง อ่านเสร็จแล้วก็ส่งต่อให้คนอื่นด้วยก็ยิ่งดีครับ ใช้ชีวิตกันให้คุ้มแบบพี่ๆ ทั้งสองคนนี้ก็ดีครับ
เพราะชีวิตคนเราสั้นเกินไปที่จะบอกว่าน่าเบื่อ แล้วคุณล่ะ มีฝัน มี Passion อะไร ทำตามความตั้งใจนั้นได้หรือยัง?
ปล. มีบล็อกเกอร์เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ด้วยนะครับ อ่านดูครับ
0.000000
0.000000