มีใครทำการตลาดผ่าน Twitter แบบไหนบ้างครับ? ผมเองใช้แนะนำคำถามเด็ดๆ ใน Yahoo! รู้รอบบ่อยๆ มันเป็นการหยิบยื่นประโยชน์ให้กับคนทั่วไป และเป็นการใช้ Twitter ทำการตลาด ในเวลาเดียวกัน บางคนเขียนมาถามผมว่า แล้วจะเริ่มอย่างไรดี อันนี้พูดลำบาก เอาเป็นว่าผมจะอธิบายให้ละเอียดกว่าเดิม ยกเคสขึ้นมาเพิ่มเติมละกันครับ สงสัยอะไรก็ถามข้างล่าง หรือถ้ารู้สึกว่าวันนี้ผมฟุ้งซ่านไป ไม่น่าจะเวิร์คก็ช่วยแนะนำมาข้างล่างบล็อกนี้เลยนะครับ เรื่องของเรื่องคือใน Positioning เดือนมีนาคม ผมกะจะเขียนเรื่อง Twitter อีกสักที แต่อยากอธิบายให้ชัดขึ้น อยากรู้ว่าถ้าผมเขียนประมาณนี้โอเคไหม คิดยังไงกันบ้าง?
ผมเองผมอยากให้เรากลับไปมองที่จุดประสงค์หลักของเราก่อนว่า เราจะใช้มันทำอะไร เป้าหมายเราคืออะไร ไม่งั้นเราจะใช้ Twitter เหมือนเรือไม่มีหางเสือ
คำว่า “การตลาด” มันกว้างมาก มันจะเป็น Branded marketing ก็ได้ มันจะเป็น Product marketing ก็ได้ เป็น Customer relationship ก็ได้ แต่รวมๆ แล้วผมอยากให้นักการตลาดมองว่าการทำการตลาดบน Twitter นั้นเป็นเรื่องของ “การสร้างแบรนด์ที่น่าติดตาม” เพราะ Twitter มีจุดเด่นคือการเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทำให้คนสามารถอัพเดทกันได้แบบ Real time จะเป็นในรูปแบบการแนะนำสินค้าและบริการก็ได้ (เช่น ร้านอาหารฟูจิ ให้พนักงานมา Tweet บอกว่าคอยแนะนำเมนูเด็ดๆ) จะเป็นการให้คำแนะนำแล้วสอดแทรกแบรนด์ของเราเข้าไปในใจผู้บริโภคก็ได้ (เช่น Home Depot เอาพนักงานมานั่ง Tweet แนะนำเรื่องการสร้างบ้าน ตอบปัญหาคนบน Twitter)
ยกตัวอย่างว่า ผมต้องการที่จะโปรโมทร้านอาหารของผม เราทำแบบง่ายๆ นะครับ แค่รู้ว่าจะทำอะไร วางแผนการสร้างบทสนทนา แล้วก็ลงมือทำโดยร่วมบทสนทนากับคนใน Twitter โดยการหยิบยื่นประโยชน์ให้กับคนใน Twitter และวัดผลตอนท้าย อืมม ผมยกตัวอย่าง “โคขุนโพนยางคำ” ก็แล้วกัน (ร้านโปรดผมเอง! – ไม่เคยรู้จักเจ้าของร้าน ไม่มีเอี่ยวกันชัวร์)
จุดประสงค์: แนะนำให้คนที่ไม่รู้จักร้านโคขุนโพนยางคำ ให้รู้จัก และมาลองกินเนื้อที่ร้านโคขุนโพนยางคำจริงๆ มากขึ้น เพราะตอนนี้มีร้านปลอมเยอะเหลือเกิน
เรื่องที่จะเล่า: โคขุนโพนยางคำเป็นเนื้อชั้นเทพอย่างไร เด็ดอย่างไร โคขุนมาอย่างไร เนื้อมันเด็ดสะระตี่เพราะอะไร แล้วใช้ #originkokhun ซึ่งมีความหมายว่าเนี่ยล่ะ โคขุนโพนยางคำของแท้ (ของแท้ Original นะจ๊ะ) และพร้อมที่จะเล่าที่มาที่ไป (Origin ของมัน) ว่ามันดีอย่างไร
กลยุทธ์: สร้าง @kokhun (ไม่มีอยู่จริงนะครับ ผมเมคเล่นๆ) ขึ้นมาแล้วลิงก์ไปที่เว็บไซต์ของร้านอย่างเป็นทางการ ให้คนเชื่อก่อนว่าเราคือร้านโคขุนโพนยางคำตัวจริง โดยพนักงานที่ดูแลโดยตรงก็เข้ามา Join conversation กับคนทั่วไป คอยแนะนำเมนูเด็ดๆ ใหม่ๆ และขณะนั้นเองให้เราคอยเล่าเรื่องที่มาที่ไปของร้านโคขุนโพนยางคำว่าที่มา ที่ไปของเนื้อโคขุนนั้นมันแตกต่างจากเนื้อทั่วไปอย่างไร แล้วใส่ #originkokhun ไว้ท้ายข้อความทุกครั้งที่โพสต์ จากนั้นแนะนำให้คนใน Twitter ที่สนใจเรื่องโคขุนช่วยกันใส่ #originkokhun ด้วยกัน เพื่อให้คนทั่วไปเริ่มติดตามเราได้มากขึ้น
สร้างกระแสความร่วมมือ: ถ้าเราเข้าไปโฆษณาดื้อๆ โดยไม่มีลีลาการสร้างกระแสขอความร่วมมืออาจจะถูกปฎิเสธได้ง่ายๆ ครับ ดังนั้น ผมแนะนำว่าถ้าอยากให้ร้านของเราได้รับความร่วมมือในการใส่ #originkokhun ก่อนอื่นต้องละลายพฤติกรรมกันหน่อยครับ ชวนคุยดูก่อน เหมือน make friend ทั่วๆ ไป เสร็จแล้วสร้างหน้าโปรไฟล์บน Twitter ให้เห็นภาพชัดๆ ว่าจะติดต่อร้านได้ยังไง จนกระทั่งคุณมี Follower ที่สนิทกับคุณมากขึ้น และสนใจคุณจริงๆ สักจำนวนนึง จากนั้นเมื่อมีจังหวะก็เริ่มใส่
- “สวัสดีจ้า @ชื่อของคุณ วันศุกร์ตกลงว่าไงมากันกี่คน เดี๋ยวจองที่ไว้ให้เลย #originkokhun” (ทักทายและสร้างความคุ้นเคยกับลูกค้า)
- “วันนี้เนื้อลูกวัวหมดครับพี่ แต่เนื้ออื่นมีอีกเพียบบบ อ่ะนี่แผนที่ http://bit.ly…” (คุ้นเคยบอกเส้นทางการไปร้านที่ถูกต้อง คนทั่วไปที่อ่านก็จะรู้ได้ว่าโคขุนจริงๆ ไปยังไง )
- “วันนี้ใครอยากทดลองกินเมนูใหม่ร้านโคขุนฯ ฟรี ติดต่อคุณปิงปองที่สาขาเกษตรเท่านั้นนะครับ #originkokhun” (มอบสิทธิประโยชน์ให้แฟน Twitter ของคุณ)
- “เนื้อโคขุนฯ ที่ร้านนุ่ม เพราะเราขุนให้โคสร้างเนื้อและไขมันแทรกในเนื้อ ไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโตครับ ระวังร้านปลอมนะครับ #originkokhun” (สอดแทรกข้อความที่คุณต้องการประชาสัมพันธ์ โดยที่คนไม่รำคาญคุณ)
การวัดผลความสำเร็จ: เราอาจทำหน้าเว็บเพจ แนะนำที่มาที่ไปของเนื้อชั้นเทพ “โคขุนฯ” ขึ้นมาสักอันแล้วคอย Track ดูว่ามีจำนวนคนเข้ามาดูหน้าเว็บเราที่มาจาก Twitter กี่คน ก็จะวัดผลได้ชัดเจนขึ้นครับ
สำหรับนักการตลาดที่อาจไม่คุ้นเคยกับ Hashtag มากนัก ลองอ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับเทคนิคการโปรโมทธุรกิจใน Twitter ด้วย Hashtag ของคุณภาวุธ TARAD.com ดูนะครับ
เรื่องการตลาดนี่สงสัยต้องเขียนอีกเยอะเลยครับ ผมขอนั่ง “ตกผลึก” อีกสัก 2 สัปดาห์นะครับ คิดได้เยอะๆ แล้วจะเพิ่มเติมกรณีศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มลงนิตยสาร Positioning เดือนมีนาคมอีกทีนึง คืนนี้ตื้อๆ แล้วครับ รวบรวมสมาธิไม่ไหวแล้ว ใครมีคำแนะนำ หรือผมพลาดอะไรไปตรงไหน ช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ โพสต์มาตอนท้ายนี่ได้เลย
0.000000
0.000000
เห็นมีคนเขียนถึงผมใน Blognone เรื่องการใช้ Twitter เข้ามารายงานคดียึดทรัพย์ พต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านทาง Hashtag ที่ชื่อว่า #judgementday ผมเลยอยากจะเสริมอะไรสักหน่อย…
ในที่สุดหลังจากที่ศาลได้พิพากษาคดียึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าคำพิพากษาจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครอย่างไรก็ตาม ตรงนี้ผมขอออกตัวก่อนว่าแนวคิดทางการเมืองของผมไม่ได้โอนเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง แต่การที่ผมมีส่วนในการรายงานความเป็นไปเกี่ยวกับคดียึดทรัพย์ของคุณทักษิณด้วยการใช้ Twitter เข้ามารายงานผ่านทาง Hastag ที่ชื่อว่า #judgementday นั้น เป็นเพียงความพยายามที่ต้องการจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการตามติดสถานการณ์ข่าวครั้งนี้ โดยนำ Social Media เข้ามารายงานความเคลื่อนไหว และความเป็นไปในวันนั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด
ในวันที่ 26 นั้นสาเหตุที่เกิด #judgementday ขึ้นนั้นเป็นเพราะผมเป็นนักเรียนในคอร์ส Mojo ของคุณสุทธิชัย หยุ่น หรือ @suthichai ผมมีความสนใจที่จะนำเสนอข่าวคราวต่างๆ ด้วยวิธีการใหม่ๆ ผมเลยถามอาจารย์ว่า วันนี้เราลองมาใช้ Hashtag ตัวนี้ดีไหม เพราะมันทำให้คนอ่านตามความเคลื่อนไหวได้ง่ายแบบ Real time และปรึกษากับพี่ๆ นักข่าวสำนักอื่นแล้วด้วย คำตอบที่ผมได้สั้นๆ จากอาจารย์ก็คือ “เอาเลยครับ” ผมก็เลยตกลงใช้
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือนับตั้งแต่เช้ายันเย็นวันนั้น ผมแทบไม่ได้ทำงานอย่างอื่นกัน นอกจากติดตามข่าวคราวอย่างใกล้ชิด และพยายามที่จะบอกกับชุมชนคนไทยใน Twitter ว่า “กรุณาช่วยกันใช้ #judgementday ด้วยนะครับ” ในตอนนั้นมีชาว Twitter หลายท่านเริ่มใช้ Hashtag อื่นๆ บ้างแล้ว เช่น #76000 #thai1 ที่นำเสนอข่าวได้ดีอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ได้คิดว่าจะแข่งขันอะไร
ผมเพียงแต่คิดว่าการใช้ Hashtag ควรที่จะบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เราต้องการจะสื่อถึงคนจำนวนมากได้กระชับในคำๆ เดียว ซึ่งมันก็เหมือนกับคุณกำลังจะพาดหัวข่าวนั่นแหละครับ การตั้งชื่อ Hashtag จึงควรเป็น Hashtag ที่ “มีพลัง” มากพอตัว และวันนั้นผมได้นำเสนอ “การพาดหัวข่าว” แบบใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือ #judgementday มันเป็นวันพิพากษา มันเป็นวันตัดสิน มันเป็นวันที่หลายคนกำลังจับตามองว่า มันจะเป็นวันที่เปลี่ยนประเทศไทยอีกครั้ง วันนั้นจึงมีความสำคัญ วันพิพากษาหรือ judgementday จึงเหมาะสมที่สุด และนี่คือ feedback ครับ
- @suthichai : ขอเชิญชวนชาวทวิตเตอร์ใช่ #judgementday ในทวิตทุกเรื่องเกี่ยวกับคดีวันนี้ตามข้อเสนอ @jakrapong ครับ
- @AumSay: tag นี้คืออะไรคะ >> #judgementday // 26 กุมภาพันธ์ วันพิพากษา The judgement day
- @adisaklive: RT @chutin: ตาม tag #Judgementday tweet เฉลี่ย 1 วินาที ต่อ 1 ข้อความเลยทีเดียว #judgementday
- @adamy: RT @jakksky #judgementday กะลังฮอต
- @chalermnat: #judgementday เป็นแท็กประวัติศาสตร์ได้เลย
- @punpiti: อ่าน #judgementday ไม่ทันเลย เร็วจริงๆ
- @iWeennnn ทำไม #judgementday ยังไม่ติด Trending topics เนี่ย ?
หรือถ้าดูกราฟกันจะเห็นว่ามันสูงขึ้นเรื่อยๆ นับจากช่วงประมาณ 10 โมง ไปพีคที่ 2 ทุ่ม
ขอบคุณภาพของ ITCOOLGANG
แต่ทั้งหมดนี้ผมก็ต้องยกเครดิตให้กับทาง @suthichai (เนชั่น) และนักข่าวอาวุโสท่านอื่นอย่าง @mrnaling (มติชน) ที่เห็นด้วยกับการนำเสนอข่าวครั้งนี้บน Twitter ด้วยการ “พาดหัว” ว่า “Judgement Day” เพราะจะว่าไปแล้ว ถ้าหากว่านักข่าวอาวุโสหลายๆ ท่าน ไม่ริเริ่มชักชวนโน้มน้าวให้คนบน Twitter ร่วมกันใช้ มันก็อาจจะไม่มีคนสนใจมันเลยก็ได้ แต่ feedback ที่ได้รับกลับมาวันนั้นคือ มีคนบอกว่า #judgementday อ่านแล้วรู้สึกได้ว่ามันเป็นคำที่หนักแน่น และน่าติดตาม ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นคำที่โดนใจ
ดังนั้นจากเหตุการณ์วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าหากว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีก และเราทุกคนต้องการที่จะรายงานข่าวอีก ลองทำตาม Guideline คร่าวๆ นี้ดูนะครับ
1. คิด Hashtag ที่อ่านปราดเดียวแล้วเข้าใจได้เลยว่ามันคืออะไร ไม่ก็ต้องเร้าความรู้สึกให้คนค้นหาว่ามันคืออะไร (เสมือนการพาดหัวข่าว)
2. ถ้าต้องการที่จะนำเสนอข่าวนี้ให้ออกในวงกว้าง ให้ถึง Mainstream Media คุณควรนัดแนะกับ “คนข่าว” ให้หันมาใช้ Hashtag เดียวกันกับคุณ จะช่วยให้เร็วขึ้นมาก
3. ให้คุณติดตาม Hashtag ที่คุณสร้างอย่างใกล้ชิด แล้วคอยตอบคำถามว่า Hashtag ที่คุณใช้นั้นมีจุดประสงค์อะไร ทำไปเพื่ออะไร อย่างกรณีนี้ผมก็จะคอยตอบคำถามทุกๆ คนว่าเราใช้ #judgementday เพราะอยากให้คนติดตามเรื่องราวคดีประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ง่าย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจได้ทันทีว่าไอ้เจ้า Hashtag มันคืออะไร ตัวอย่างที่ดีมากๆ อันนึงก็คือ ครั้งหนึ่งที่ชาว Twitter ใช้ #thainosniff ในการต้านการติดตั้ง Sniffer สร้างเว็บขึ้นมาเลยก็ได้
หวังว่าคงทำให้ทุกท่านเห็นภาพมากขึ้นนะครับว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีคำแนะนำอะไร บอกได้เลยครับ
0.000000
0.000000
VIDEO
วันอังคารที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบวันเกิด 15 ปีของ Yahoo! วิดีโอจากทีมงานด้านบนครับ แล้วก็มีวิดีโอที่ user ทำให้พวกเราข้างล่าง
ขอให้สนุกนะครับ!
VIDEO
0.000000
0.000000
Surprisingly, there are so many Singaporeans love Thai music. At least, I were asked to buy Thai CD, MP3 for my colleague oftenly. Top 3 of Thai Artists here are Da Endorphin, Bodyslam, and Bird for Auntie and Uncle here
This song is the brand new single from Da Endorphine named “Mai Krai kor Krai ” (If it’s not me, it must be you) Enjoy the music!
เนื้อเพลง ไม่ใครก็ใคร
ดา เอ็นโดรฟิน – ไม่ใครก็ใคร(Ost.พระจันทร์ลายพยัคฆ์)
คำร้อง เผ่าพันธุ์ อมตะ
ทำนอง สุวัธชัย สุทธิรัตน์
เรียบเรียง สุวัธชัย สุทธิรัตน์
ไม่เหลือทาง ทางให้เดินต่อไปได้สองคน
คงต้องมีหนึ่งคนที่ต้องไป ไม่ฉันก็เธอ
ไม่มีทางไหนเลือกได้เลย
เหมือนฟ้าไกล มันไม่เคยจะมีสักค่ำคืน
ฟ้าไม่เคยส่งจันทร์ขึ้นสองดวง ขึ้นมาพร้อมกัน
ไม่เธอก็ฉันคนหนึ่งจะต้องไป
แผ่นดินมันเล็กเกิน ไม่พอ ให้เราสองคนยืน
จำไว้ใส่หัวใจ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะ แต่ฉันไม่ไหวหวั่น
แพ้ชนะไม่รู้จะสู้ไป ไม่ยอมให้มีใคร
หยิบเอาสิ่งที่รักแย่งไปจากมือ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่สนจะสู้ต่อ
ฉันไม่ขอยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ต้องมีใครคนหนึ่ง
ออกไปจากตรงนี้ นี่คือโชคชะตา
เพราะรักจริง จึงไม่ยอมให้ใครได้แย่งไป
ใครเข้ามาก็จะต้องสู้ตาย
ทุ่มเททั้งใจไม่มีวันถอย ถอยให้ใคร
เหมือนฟ้าไกล มันไม่เคยจะมีสักค่ำคืน
ฟ้าไม่เคยส่งจันทร์ขึ้นสองดวง ขึ้นมาพร้อมกัน
ไม่เธอก็ฉันคนหนึ่งจะต้องไป
แผ่นดินมันเล็กเกิน ไม่พอ ให้เราสองคนยืน
จำไว้ใส่หัวใจ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะ แต่ฉันไม่ไหวหวั่น
แพ้ชนะไม่รู้จะสู้ไป ไม่ยอมให้มีใคร
หยิบเอาสิ่งที่รักแย่งไปจากมือ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่สนจะสู้ต่อ
ฉันไม่ขอยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ต้องมีใครคนหนึ่ง
ออกไปจากตรงนี้ นี่คือโชคชะตา
ไม่ว่าจะแพ้ชนะ แต่ฉันไม่ไหวหวั่น
แพ้ชนะไม่รู้จะสู้ไป ไม่ยอมให้มีใคร
หยิบเอาสิ่งที่รักแย่งไปจากมือ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่สนจะสู้ต่อ
ฉันไม่ขอยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ต้องมีใครคนหนึ่ง
ออกไปจากตรงนี้ นี่คือโชคชะตา
0.000000
0.000000