Archive

Archive for มิถุนายน, 2010

กรงเทพมหานคร

วันอาทิตย์, มิถุนายน 27, 2010 4 ของความคิดเห็น


ดึงภาพมาจาก http://market.mthai.com/product/244190

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดเลย ผมเขียนคำว่า “กรงเทพมหานคร” โดยตั้งใจไม่ได้ใส่สระอุ อันนี้ผมคิดเล่นๆ นะครับ คุณผู้อ่านลองดูป้ายทะเบียนรถยนต์ในกทม. ไม่รู้ว่าคุณคิดคล้ายๆ ผมหรือเปล่าว่า ส่วนใหญ่กรอบของป้ายทะเบียนมันจะบังสระอุ จน “กรุงเทพฯ” มันกลายเป็น “กรงเทพฯ” ไปเสียอย่างนั้น เลยพาลทำให้ผมนึกเล่นๆ ว่าชีวิตคนกรุงเทพฯ จริงๆ แล้วเราได้อยู่ในกรุงที่มีเทพมากมายอย่างที่ชื่อบอก หรือว่าเรากำลังอยู่ในกรงที่มีเทพมากมายสถิตย์กันอยู่แบบเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่?

ถึงชีวิตจริง ถ้าเราไม่ได้ฝ่าฝืนกฏหมายบ้านเมือง เราก็คงไม่ต้องเข้าไปอยู่ในคุกในกรง หากแต่ถ้าใจเราปิด อยู่กับเพียงการทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่เปิดให้ชีวิตได้พบเจอแง่งามในหลายๆ ด้านของชีวิตมนุษย์ เราก็อาจจะเหมือนอยู่ในกรง และกับดักที่สังคมมันวางไว้ก็ได้

ผมเองรู้สึกว่าบางทีตัวเองก็อยู่ในกรงมากไปหน่อย แล้วคุณล่ะอยู่ในกรุง หรืออยู่ในกรง?

Categories: Personal opinion

ฟังเสียงผู้บริโภคออนไลน์ด้วยวิธีง่ายๆ

วันเสาร์, มิถุนายน 19, 2010 ใส่ความเห็น

ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร Positioning ฉบับที่ 73 เดือนมิถุนายน 2553 หน้า 160-161 หน้าปก iPad เล่มนี้ Positioning ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 7 แล้ว ยินดีไปกับเขาด้วย แป๊บๆ เขียนคอลัมน์กับนิตยสารเล่มนี้มาจะครบปีแล้ว
- – - – -

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่นักการตลาดจำเป็นต้องทำก็คือการ “ฟัง” และทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค สมัยก่อนบริษัท จำเป็นต้องพึ่งพาบทวิจัย บทสำรวจทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณจาก สำนักต่างๆ ที่มีราคาค่างวดสูง สมัยนี้พอมีอินเทอร์เน็ตอะไรๆ ก็ดูสะดวกง่ายดายไปเสียหมด เพราะเรามีเครื่องมือในการ รับฟังผู้บริโภคมากขึ้น และ “เครื่องมือในการฟังเสียงผู้บริโภค” คือสิ่งที่ผมจะเอามาแชร์ กับคุณผู้อ่านในวันนี้…

ต้องขอออกตัวก่อนว่าเครื่องมือที่ผมจะนำมาแชร์วันนี้อาจยังเทียบ กับบทสำรวจราคาแพงไม่ได้ แต่มันก็ทำให้เราสามารถรู้คร่าวๆ ได้ว่าคนทั่วไปคิดอย่างไรกับแบรนด์ของเรา และเราจะทำแบรนด์ของเรา ให้น่าติดตามได้อย่างไร

http://search.pantip.com

Pantip.com เป็นเว็บบอร์ดคุณภาพของไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมานับสิบปี ซึ่งใช้ Search Engine ไทยชื่อ Smart Office ในการค้นหากระทู้ต่างๆ ในเว็บโดยเฉพาะตรงส่วน Café ที่มีคนเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับทุกๆ เรื่องตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ตลอดจนสินค้าและบริการ ต่างๆ ด้วย
สำหรับ Pantip เนื่องจากมีกระทู้สดๆ ร้อนๆ วันหนึ่งเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ช่วยเราได้ก็คือการ Search ค้นหาคำที่เกี่ยวเนื่องกับแบรนด์ของเรา อย่างเช่น ผมทำงานที่ Samsung ผมก็เข้าไปเสิร์ชที่นี่

จากนั้นผมก็ใส่คีย์เวิร์ดที่น่าจะเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของผม ในห้องมาบุญครองที่คนคุยกันเรื่องมือถือซะเยอะ เช่น ผมกำลังจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ออก (ในกรณีนี้คือ Samsung Galaxy S) ผมอยากรู้ว่าตอนนี้ในตลาดมี ความคิดเห็นอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ผมก็จะต้องนึกถึงคีย์เวิร์ดที่ “Samsung Galaxy S” หรือ “SS Galaxy S” “Galaxy S” “Samsung Android” หรือ “ท้าชนไอโฟน”

จากนั้นเราก็จะพบครับว่ามีผู้บริโภคพูดถึงโทรศัพท์ของแบรนด์เราว่าอย่างไรบ้าง พูดไปในทางไหน บวกหรือว่าลบ ถ้าบวกบวกอย่างอย่างไร หรือถ้าลบ มันลบอย่างไร เพราะเราอาจอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจได้โดยตรง ผ่านทางเว็บบอร์ดไปเลยก็ได้ อย่างกรณีของผมที่เจอคือมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยพอใจศูนย์บริการ ผมก็เอาเรื่องนี้ไปคุยกับทีมงานเพื่อประสานงานต่อเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ เป็น Research & Development ย่อยๆ ได้เลยทีเดียว

http://search.twitter.com/advanced

ถัดจาก Pantip มา แน่นอนว่า Twitter ก็เป็นแหล่งที่คนเข้ามาแชร์ความ คิดเห็นกันค่อนข้างมาก ลักษณะการทำงานโดยทั่วไปของ Twitter Search ก็ดูไม่แตกต่างจาก Pantip Search มากนัก แต่ Twitter เป็นเว็บฝรั่ง ถ้าผมใส่คีย์เวิร์ดแค่ “Samsung Home theater” อย่างเดียว ก็จะแสดงผลว่าคนต่างชาติทั่วโลกทวีตถึงสินค้าของผมอย่างไร ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของผมเลย

โชคดีที่ว่าทาง Twitter นั้นมี Advanced Search ให้เราเลือกค้นหาเฉพาะข้อความทวีตที่เป็นภาษาไทยได้ด้วย ดังนั้นเมื่อผมเข้าไปที่ Twitter Search แล้วจัดการเลือกภาษาไทยซะ แค่นี้เราก็จะเห็นว่าคนไทยซึ่งทวีตว่าอย่างไรถึงสินค้าและบริการของเรา เมื่อเราพบว่าดีก็ควรพัฒนาต่อไป เมื่อพบว่าอะไรไม่ดีก็ต้องรีบแก้ไข
และที่สำคัญที่สุด Twitter เป็นแหล่งข้อมูลแบบ Real-time ครับ มันจะทันใจมากๆ

Google เจาะลึกการค้นหา

สำหรับ Google เจาะลึกการค้นหานั้นไม่ได้เน้นว่าเราจะดูว่าคนสนทนากันว่าอย่างไร แต่เราจะดูได้ว่า ณ ตอนนี้มีคนสนใจในสินค้าและบริการของเราแค่ไหน เพราะมันจะโชว์ว่ามีคนเสิร์ชหาสินค้าและบริการของเราแค่ไหน และแสดงออกมาเป็นกราฟให้เห็นได้ชัดๆ พร้อมกับการเลือก ภาษาไทยให้เราได้เลยเช่นกัน เข้าไปลองเลยที่ http://www.google.com/insights/search/?hl=th

Truehits.net

คนทำเว็บไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก Truehits แน่นอน ใครที่อยากรู้ว่า มีคนเข้าเว็บเรากี่คน เข้ามาอ่านกี่หน้า มาจากที่ไหน เพราะปัจจุบันนี้ถ้าจะ กล่าวว่า Truehits เป็นมาตรฐานของวงการเว็บไทยก็คงพูดได้ และบริการตัวหนึ่งของ Truehits ที่น่าสนใจก็คือ Keyword Trend ที่บอกได้ว่าตอนนี้คีย์เวิร์ดไหนที่กำลังฮอตๆ

คุณผู้อ่านอาจจะบอกว่า ที่มีคนเสิร์ชเยอะๆ ในเมืองไทยก็คงเป็น “เกม” “ดูดวง” “เพลง” อยู่แล้ว จะมีอะไรมาเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณได้ อันนี้ทาง Truehits เขาจัดไว้ให้เราถึง 100 อันดับ รวมทั้งยังมีการเรียงลำดับคีย์เวิร์ดฮอตประจำวันด้วยที่ http://directory.truehits.net/keyword.php และนอกจากนี้ถ้าเราอยากรู้เพิ่มเติม สมัครสมาชิก Truehits ก็จะเสิร์ชดูเทรนด์ของคีย์เวิร์ดที่ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีกได้ครับ

อย่างไรก็ตามคุณผู้อ่านคงทราบดีใช่ไหมครับว่าปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ บางทีมันไม่ได้อยู่แค่ว่าสินค้าเราดีแค่ไหน อาจจะอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจ อยู่ที่ความคิดความรู้สึกในเชิงอารมณ์ด้วย ดังนั้นอีกวิธีที่เราจะดูได้คร่าวๆ ก็คือ การดู Status ใน MSN หรือ Group ที่ผู้บริโภคไปร่วมใน Facebook

เดี๋ยวนี้คนมักจะบอกอารมณ์ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ ทำอะไรอยู่ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสินค้าและบริการ อันนี้ก็ดูได้คร่าวๆ และที่สำคัญโดยเฉพาะ Facebook นั้น เวลาเราลงโฆษณา เราจะมีข้อมูลที่ลึกกว่า Demographic นั่นคือ Psycho-graphic ที่ลึกไปถึงความคิดความรู้สึกทีเดียว

ท้ายสุดนี้นอกจากเครื่องมือในการที่จะ “ฟัง” เสียงของผู้บริโภคแล้ว ผมยังอยากจะหยอดวิธีการรายงานผลต่อทีมงานการตลาดและผลิตภัณฑ์อีกสักนิด นั่นคือ
เวลาเราได้ข้อมูลทั้งหมดจากเครื่องมือข้างต้นมาแล้ว เราควรจะลงไปในรายละเอียดในเนื้อหาของการแสดงความคิดเห็น ทั้งทาง Pantip, Twitter, Blog, Webboard ต่างๆ

เสร็จแล้วแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนแบ่งเป็น Positive (บวกสุดๆ), Neutral (ไม่ชมไม่ด่า พูดถึงเฉยๆ), Negative (ก่นด่า) ส่วนใครอยากให้ละเอียด กว่านี้ก็ลองแบ่งเพิ่มเติมได้ครับ เช่น Positive Negative มากหน่อย หรือน้อยหน่อย เหมือนให้เกรด B+ B- ทำนองนี้ ก็จะทำให้เราตีออกมาเป็นตัวเลขได้ว่าผู้บริโภครู้สึกกับสินค้าและบริการของเราอย่างไรได้คร่าวๆ และน่าเชื่อถือพอสมควรครับ

ปล. ในเมืองนอกเขาจะมีบริษัทที่จัดการทำ Social Media Measurement Tools ขึ้นมาเยอะมาก หลายๆ เจ้าก็สนับสนุนภาษาไทยด้วย ลองเข้าไปเล่นเว็บพวกนี้ดูนะครับ น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยครับ
- http://www.icerocket.com/ (รองรับภาษาไทยบางส่วน)
- http://www.trackur.com/ (ยังไม่รองรับภาษาไทย)
- http://www.jamiq.com/

Categories: Online marketing

วิธีเขียนบล็อกเวลาไอเดียตันด้วยสูตรเลข 5

วันอาทิตย์, มิถุนายน 13, 2010 7 ของความคิดเห็น

เคยเป็นแบบผมไหมครับ อ่านๆ ข้อความบน Twitter กับ Facebook แล้วเหลือบไปเห็นข้อความที่คนชอบ Retweet หรือ Like กันเยอะมากก็คือบทความประเภท How to ที่ชอบให้มีตัวเลขมานำในบทความก่อน เช่น 5 วิธีในการใช้ Social Media อย่างมีประสิทธิภาพ, 5 วิธีสุดยอดในการเพิ่ม Follower บน Twitter, 10 สุดยอดเว็บไซต์ที่คุณต้องเข้า , 10 วิธีในการสอยเธอคืนนี้อย่างเนียนๆ, 10 วิธีพิชิตใจชาย, 10 วิธีเร้าอารมณ์เธอ อะไรก็แล้วแต่ แต่ถึงมันจะน่าเบื่อ เซ็งโคตรแค่ไหน แต่คนก็ยังคลิก เพราะคนจำนวนมากชอบอ่าน How to (อย่างน้อยหนังสือ How to ก็ยังขายดี) จริงไม่จริงไม่รู้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร เอามาอ่านก่อนแล้วค่อยว่ากัน

อย่างไรก็ตามประเด็นที่ผมมาบ่นๆ อยู่นี่ ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้ามองอีกแง่นึง ไอ้ 5 วิธี 10 วิธีนี่มันก็มีประโยชน์สำหรับ Blogger เหมือนกัน คือเวลานึกอะไรไม่ออก เช่น อยากเขียนเรื่องการออกเดท แทนที่จะเขียนเป็นบทความยาวๆ แต่นึกประเด็นไม่ออก ดึงตัวเลขมาเลยครับ สมมุติว่าคุณชอบเลข 5 ก็วางเลย

1
2
3
4
5

วางไว้แบบข้างบนนี้เลยครับลอยๆ ไม่ต้องมีหัวข้ออะไร เสร็จแล้วคุณไปเสิร์ชบทความในอินเทอร์เน็ตมารวบรวม แล้วตบสำนวนใหม่ในแบบของคุณเอง แป๊บเดียวคุณอาจจะได้ออกมาแบบนี้ครับ บอกตรงๆ ว่าห้าข้อข้างล่างนี้ผมไม่ได้คิดเองเลยนะ หาจากเน็ตแล้วตบๆ ให้เข้า 5 ข้อก็พอ อย่างผมไปเจอ http://www.meetnlunch.com./th/tips ก็เลือกเอาเลยครับ ไม่ได้สอนให้ลอกนะ แค่หาแรงบันดาลใจ :) อย่างในบทความนี้เขาเขียนดี สุภาพมากๆ คุณก็ตบด้วยสำนวนโฉดๆ ของคุณ เช่น “เดทแรกให้สร้างความประทับใจ” คุณก็อาจปรับเป็น “เดทแรกอย่าให้ไก่ตื่น” หรือ “อย่าเล่าแต่เรื่องของคุณเอง” ก็เปลี่ยนเป็น “ฟังเธอไว้ก่อนพ่อสอนไว้” ลองอ่านตัวอย่างข้างล่างเลยครับ

1 เดทแรกอย่าให้ไก่ตื่น – สร้างความประทับใจแรกให้กับเธอ (แล้วก็แตกประเด็นไปเรื่องอย่าไปเลท การแต่งตัว น้ำหอม ระวังกลิ่นปาก ถึงคุณจะไม่ใส่น้ำหอมก็เหอะ)
2 ฟังเธอไว้ก่อน พ่อสอนไว้ – พยายามฟังเธอให้มาก แล้วตอบเมื่อเธอต้องการ ผู้หญิงชอบคนฟังเธอ (แล้วตีสำนวนไปว่า เชื่อสิ ไม่มีคนไหนทนฟังเรื่องส่วนตัวคุณนานนักหรอก)
3 สถานที่นัดเดท – ทำการบ้านซะก่อนว่าเธอชอบแบบไหน ถ้านัดกินข้าวดูหนังแบบเบสิค ขอแนะว่าอย่ากินสปาเก็ตตี้เด็ดขาดเพราะมันเลอะง่าย แล้วอาจดูไม่ดีเท่าไหร่ ดูหนังก็อย่าให้มันเป็น ไอ้ถึกเลือดเดือด ให้เป็นหนัง Romantic Comedy ไว้รับรองเวิร์ค แต่อย่าถึงกับ Girly ขนาด Sex in the city 2
4 เตรียมเรื่องคุย – เชื่อว่าหนุ่มขี้อายหลายคนอาจจะไม่มีเรื่องคุยเยอะนัก เราแนะนำว่าให้เตรียมไว้เลยว่าเรื่องแบบไหนที่กำลังอินเทรนด์ ไม่ควรเป็นเรื่องบอลโลก เรื่องนิตยสารที่คุณชอบอ่าน แต่เป็นเรื่องกลางๆ ที่ทั้งเธอและคุณรับได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เรื่องกินเรื่องเที่ยว ถ้าชอบหนังสือหน่อยก็วรรณกรรม เน้นอะไรกลางๆ ไว้ก่อน
5 เป็นตัวของตัวเอง – อันนี้ไม่ได้หมายความว่าชอบใส่เสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้นคีบแตะก็ใส่ไปเลย อันนี้ให้คิดซะว่าคุณกำลัง “โฆษณา” ตัวคุณเองให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน keep positive ไว้ หาจุดขายให้เจอ เช่น คุณชอบดนตรี ก็ชวนคุยเรื่องดนตรี อาจจะไป “คลิก” ต่อมดนตรีของเธอเข้าก็ได้ คุยออกรสไปเลย และที่สำคัญการออกเดทไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ดังนั้นการที่คุณเป็นตัวของตัวเอง ก็จะทำให้เธอค้นพบเสน่ห์ในตัวคุณได้ไม่ยาก และอาจมีรอบ 2 รอบ 3 ต่อไป

5 ข้อข้างบนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ได้ลอกบทความจากในลิงก์มาเลย แต่เอามาคิดต่อ แตกประเด็นต่อ มันก็ลง 5 ข้้อ 10 ข้อได้เอง อาจจะดูไม่ทรงภูมิมาก แต่เหมาะมากครับเวลาใครขัดสนซึ่งไอเดีย ตั้งไว้เลย 5 ข้อ 10 ข้อ 20 ข้อ มากเท่าที่คุณอยากจะเขียน เพราะมันตอบโจทย์ทั้งตัวคุณเองที่รีบเขียนช่วงไอเดียตัน และถูกใจคนอ่าน อ่านก็ง่ายด้วยครับ

ดูยิปมัน อาจารย์บรูซ ลีกันหรือยัง?

วันอังคาร, มิถุนายน 1, 2010 7 ของความคิดเห็น

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้ดูหนังมานานก็แวะไปดูหนังเรื่อง ยิปมัน อาจารย์บรูซลี ซึ่งเป็นภาค 2 ของ ยิปมัน จ้าวกังฟูสู้ยิบตา หลังจากดูเสร็จออกมาก็รู้สึกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ดีกว่าที่คาดไว้เยอะ โดยเฉพาะฉากการต่อสู้สลับกับเนื้อหาแฝงแง่คิดดีๆ มากมาย สรุปรวมเอาไปเลย 8/10 ถึงขั้นที่ว่าผมดูเสร็จแล้วกลับบ้านไปเช่าภาค 1 มาดูใหม่เลย

ผมไม่ใช่นักวิจารณ์หนังครับ แต่ชอบดูชอบศึกษา พอดูชื่อหนังเขาบอกว่ายิปมันเป็นอาจารย์ของบรูซ ลีก็เลยลองเสิร์ชวิกิพีเดียดูปรากฏว่า อาจารย์ยิปมันมีตัวตนจริงๆ เป็นอาจารย์มวยหย่งชุน มวยซึ่งว่ากันว่าเป็นมวยที่สอนต่อๆ กันมาเฉพาะผู้ที่อยู่ในสายเลือด หย่งชุนก็เลยเป็นหมัดมวยของคนรวย สมัยก่อนอาจารย์ยิปก็เป็นคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีอันจะกินในประเทศจีน ต่อมาพอกองทัพญี่ปุ่นบุกจีน ก็ต้องอพยพหนีไปฮ่องกง พอไปฮ่องกงก็ตั้งโรงเรียนสอนมวยหย่งชุน อาจารย์ยิปมีฝีมือเป็นที่ลือเลื่องไปทั่วทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย จากนั้นลูกศิษย์ของอาจารย์ยิปก็ช่วยกันเผยแพร่ให้มวยหย่งชุนนั้นโด่งดังในระดับอินเตอร์ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ในวิกิพีเดียเขียนไว้ประมาณนี้ครับ

หนังเรื่องนี้ได้ดอนนี่ เยน มาเล่นถึง 2 ภาค เมื่อก่อนผมไม่เคยนึกชอบนายคนนี้เลย แต่ต้องยกให้ทีมแคสติ้งของหนังเรื่องนี้จริงๆ เพราะบทของอาจารย์ยิปจะต้องเป็นคนมาจากสกุลสูงศักดิ์ แต่เข้มแข็งแกร่งแรงกังฟู ซึ่งดอนนี่ เยนเล่นได้ถึงอกถึงใจมาก น่าเสียดายว่าดอนนี่ เยนออกมาประกาศแล้วว่าถ้ามีการสร้างภาค 3 ตนจะไม่รับเล่นแล้ว หนังเรื่องนี้มันมากครับ มีหงจินเป่ากลับมาเล่นด้วย อยากให้ลองดูกัน ใครไม่ใช่แฟนหนังบู๊แอคชั่นแหลกก็จะชอบ ใครชอบดราม่าก็จะชอบ มันเป็นหนังที่มีจุดสมดุลระหว่างสองอย่างนี้ในระดับพอดีๆ

Categories: I like it!, Movies
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 6,392 other followers