Archive

Archive for กรกฎาคม, 2010

ป้องกันแบรนด์ผ่าน Blog พนักงานได้หรือเปล่า?

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 25, 2010 5 ของความคิดเห็น

ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร Positioning ฉบับที่  74 กรกฏาคม 2553
- – - – - – - – - -

เวลาเจอเพื่อนที่ทํางานในองค์กรใหญ่ๆ ยิ่งคนที่ดูแลแบรนด์ หรือเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคลในเมืองไทย ผมสังเกตว่าเพื่อนๆ ผมกลุ่มนี้จะค่อนข้างกังวลกับเรื่อง Blog และ Social Media เอา มากๆ เลยล่ะครับ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ กลัวว่าจะมีคนมาออกความเห็นเชิงลบกับบริษัทแล้วมันจะทําให้เสียแบรนด์ หรือไม่ก็กลัวคู่แข่งมาแกล้งเขียนอะไรไม่ดี ไหนพนักงานจะเอาเรื่องในบริษัท ไปเขียนใน Blog ตัวเองหรือเปล่า

จริง ๆ มันมีแนวทางป้องกันรักษาชื่อเสียงของแบรนด์เราอยู่ครับ นั่นคือทำความเข้าใจกันในบริษัทซะก่อนว่า แบรนด์ของคุณบนโลกออนไลน์มันคุมไม่ได้ 100% จากนั้นก็วางไกด์ไลน์ให้พนักงานตัวเองไว้นิดนึงว่าทําอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง เพราะพนักงานทุกคนของคุณนั่นแหละ ที่จะช่วยรักษาชื่อเสียงของบริษัทได้ ไม่ใช่เพียงแค่พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เพียงทีมเดียว พร้อมกันนั้นก็จัดทำ Corporate Blog ของบริษัทเสียเลย คนทั่วไปจะได้เข้ามาหาข้อมูลอย่างเป็นทางการจากคุณได้

มาดูรายละเอียดกันเลย

วางไกด์ไลน์ในการเขียน Blog ให้พนักงาน

ชื่อเสียงของแบรนด์บนโลกออนไลน์มันคุมได้เพียงระดับเดียว เมื่อคุมได้ยาก ใครจะพูดถึง แบรนด์บริษัทของเรา ในทางชื่นชมหรือทางเสียๆ หายๆ เขาก็มีทางที่จะไปพูดอยู่ดี จะเป็น Blog ของเขาเอง เป็นเว็บบอร์ด เป็นเว็บชุมชนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ มันก็กระทบคุณ ได้ทั้งนั้น ดังนั้นให้เตรียมรับมือไว้ให้ดีด้วยการจัดทําไกด์ไลน์ขึ้นมา แล้วขอความร่วมมือจาก พนักงานในบริษัทให้ทําตามอย่างเคร่งครัด

อย่างที่ผมเคยเจอมา ก็จะไม่มีอะไรมากครับ แค่ให้ พน้กงานบอกกับคนอ่านให้เคลียร์ในทุกๆ บทความที่โพสต์ว่า Blog ที่เราเขียนนั้นเป็นความคิดส่วนตัว และไม่สะท้อนถึงความคิดของบริษัทแต่อย่างใด และ Blog นั้นๆ จะต้องไม่ทําให้ บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยฝ่ายกฏหมายของบริษัทจะจัดเตรียมเนิื้อหาตรงนี้มาให้ บางบริษัทถึงกับห้ามพนักงานเขียนก็มีครับแต่การห้ามนั้นมันเข้าข่าย “ยิ่งห้ามเหมือน ยิ่งยุ”ครับ กลับจะทําให้เรามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้

เพื่อให้คุณผู้อ่านเห็นภาพชัด ผมขอยกเอาตัวอย่างไกด์ไลน์ Blogger ของบริษัท IBM มานะครับ ทาง IBM ทําไว้ดีมากๆ เผื่อจะได้ไอเดียไปดัดแปลงใช้กันนะครับ (ผมคัดลอกจากหนังสือ Radically Transparent โดย Andy Beal + Dr. Judy Strauss และพบวา่ ในเวบ็ ตน้ ฉบบั มกี าร อัพเดท จึงขอแปลจากต้นฉบับอัพเดทที่ http://www.ibm.com/blogs/zz/en/ guidelines.html ซึ่งเปิดเผยต่อ สาธารณชน กรุณาอ่านจากลิงก์ที่ระบุนี้เพื่อความถูกต้องครบถ้วนอีกครั้งนะครับ)

- รู้และปฏิบัติตาม Business Conduct Guideline ของ IBM – Blog, Wikis และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่สามารถสนทนาได้ในรูปแบบปัจเจก ไม่ใช่ Corporate Blog ของเรา ให้พนักงาน IBM รับผิดชอบต่อการเขียนของตนเอง และให้ระมัดระวังด้วยว่าการ ที่เราโพสต์สิ่งใดลงไปในอินเทอร์เน็ต มันจะอยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนาน ดังนั้นให้ป้องกันสิทธิ ความเป็นส่วนตัวของตัวเองให้ดี

- จงบอกตัวตนของคุณ ชื่ออะไร ทําอะไรอยู่ที่ IBM เมื่อคุณเขียนถึง IBM หรือเกี่ยวในทางใดทาง หนึ่งกับ IBM และเขียนเป็นบุคคลแรก คุณจะต้องชัดเจนว่าคุณพูดเอง ไม่ใช่บริษัทพูด

-ถ้าคุณโพสต์เนื้อหาใดๆออกไปในเว็บนอก IBM  แล้วมันเกี่ยวข้องกับงานที่คุณทําที่ IBM ให้คุณใช้ข้อความปฎิเสธความรับผิดชอบ (disclaimer) เช่น “บทความที่อยู่บนเว็บไซต์นี้เป็นของ…”

- ถ้าคุณโพสต์เนื้อหาใดๆ ออกไปในเว็บนอก IBM แล้วมันเกี่ยวข้องกับงานที่คุณทําที่ IBM ให้คุณ ใช้ข้อความปฎิเสธความรับผิดชอบ (disclaimer) เช่น  “บทความที่อยู่บนเว็บไซต์นี้เป็นของ ฉันและไม่จําเป็นจะต้องสะท้อนบทบาท กลยุทธ์ และความคิดเห็นของ IBM”

- เคารพเรื่องลิขสิทธิ์, การใช้งานโดยชอบธรรม (fair use) และกฏหมายการเปิดเผยเรื่องการ เงิน (Financial Disclosure Law)

- อย่าเผยแพร่ข้อมูลของ IBM หรือข้อมูลลับใดๆ ของ IBM ให้ขออนุญาตจากทางบริษัทก่อนที่ จะโพสตหรือเผยแพร่รายงานภายในใดๆ ออกไป

- อย่ากล่าวพาดพิงถึงลูกค้า พาร์ทเนอร์ หรือซัพพลายเออร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขาเหล่านั้น ถ้ามีการกล่าวถึงให้ทําลิงก์กลับไปที่ต้นฉบับที่มาด้วย

- เคารพผู้อ่านของคุณ ห้ามกล่าวดูหมิ่น หรือทําการใดๆ ที่จะละเมิดข้อควรปฎิบัติของ IBM คุณ ควรที่จะไตร่ตรองถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น และจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่อาจนํามาซึ่งความขัดแย้ง อาทิ การเมืองและศาสนา

- คอยดูว่ามีใครเขียน Blog เรื่องเดียวกันนี้ และอ้างอิงถึงเว็บเหล่านั้น

- ระมัดระวังเมื่อคุณต้องระบุตัวตนว่าคุณเกี่ยวข้อง IBM ใน online social networks ถ้าคุณ ระบุว่าคุณคือคนของ IBM ให้แน่ใจว่าโปรไฟล์ของคุณและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องนั้นสม่ําเสมอกับ บทบาทของคุณที่มีต่อเพื่อนร่วมงานและลูกค้า – อยา่ เขา้ ไปถกเถยี ง จงเป็นคนแรกที่แก้ไขความผิดพลาดของตัวคุณเอง และอย่าเปลี่ยนแปลง บทความที่คุณโพสต์ไปก่อนหน้าโดยไม่บอกผู้อ่าน

- พยายามเพิ่มเติมความเห็นที่มีประโยชน์และมีคุณค่า แบรนด์ของ IBM จะถกู นาํ เสนอไดด้ ี ที่สุดเมื่อคนของบริษัทได้เผยแพร่สิ่งที่อาจจะสะท้อนแบรนด์ของ IBM

ทํา Corporate Blog ป้องกันข่าวลือ และจัดการหา Blogger มืออาชีพไว้ป้องกันแบรนด์ของบริษัทคุณ ทุกวันนี้คนในเมืองแทบทุกคนใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ เสียงผู้บริโภคเขาดังกว่าแต่ก่อนเยอะ ลอง นกึ งา่ ยๆ ว่าถ้าคุณทํารีสอร์ตแห่งหนึ่ง มีแขกเข้ามาพัก แล้วบังเอิญด้วยเหตุผลกลใด ลูกค้าไม่ พอใจบริการของคุณ ถ้าเป็นสมัยก่อนก็อาจจะไปบอกเพื่อนเขาว่าอย่าไปที่รีสอร์ตนี้อีกนะ ไม่เวิร์คเลย ถ้ามีเพื่อนเป็นสื่อมวลชน เอาเรื่องนี้ไปเขียนต่อว่าในหนังสือพิมพ์ มันก็เป็นเรื่อง แต่สมัยนี้ เพียงเอาไปโพสต์ใน Pantip แป๊บเดียวก็เป็นเรื่อง คนนับพันนับหมื่นรับรู้เรื่องแย่ๆ ของรีสอร์ต คุณได้ทันที (แม้ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม)

นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ใครๆ ก็กล่าวหาเราได้ ทั้งที่มันจะจริงหรือไม่จริง ดังนั้นเราควรจะมี อุปกรณ์ที่เอาไว้ชี้แจงผู้บริโภคอย่างเป็นทางการนั่นก็คือ Corporate Blog โดยเนื้อหาที่อยู่ใน Blog ก็สามารถเป็นข่าวสารต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศถึงผู้ถือหุ้น ฯลฯ หาพนักงานที่มีทักษะด้านประชาสัมพันธ์และการข่าวมาจะดีมากครับ เพราะเขาหรือเธอจะรู้่ว่า ควรจะจัดการกับความเห็นต่างๆ ได้อย่างไร และที่สําคัญคนๆ นี้จะสามารถตอบความเห็นของ บริษัทสู่สาธารณชนได้โดยไม่ต้องแถลงข่าวอะไรเลยด้วยซ้ํา

คิดว่าบทความนี้น่าจะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของท่านนักการตลาดทุกท่านได้นะครับ

Categories: Online marketing

Android Weekend

วันจันทร์, กรกฎาคม 19, 2010 4 ของความคิดเห็น

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้าจะบอกว่าเป็น Android Weekend ของคนไทยก็คงไม่ผิดนะครับ เพราะจู่ๆ เว็บไซต์ชื่อดังที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ Android อย่าง Blognone.com Duocore และ DroidSans.com เกิดพร้อมใจกันจัดงานรวมพลคน Android ขึ้นมาทั้งเสาร์และอาทิตย์ ทำให้ผมเห็นได้เลยว่าแฟนๆ Android แอคทีฟและเหนียวแน่นกันมาก ขอเล่าในมุมมองของคนที่มีโอกาสแวะไปทั้งสองงานนะครับ

วันเสาร์ – Android Talk โดย Blognone + Duocore = เข้มข้นด้วยเนื้อหาภาพรวม Android

ทางคุณมาร์คและคุณลิ่วติดต่อผมมาเมื่อสักต้นสัปดาห์ที่แล้วว่าจะจัดงาน Android Talk แบบเรียบง่าย เป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 20 คน แต่เน้นให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนในการพูดคุยถึง Android กันอย่างถึงพริกถึงขิง คนที่เข้าร่วมคราวนี้หลากหลายดีครับ ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ทั้งผู้หญิงผู้ชาย นักข่าว คอลัมนิสต์ บล็อกเกอร์ และค่ายผู้ผลิตมือถือหลายๆ ค่ายรวมถึง Samsung ด้วย (ในงานมี LG, Acer มาร่วมด้วย)

งานนี้ถึงจะเล็ก แต่อุดมไปด้วยเนื้อหาเข้มข้น ช่วงเริ่มต้นงาน ทางทีมงาน Blognone ก็พูดเปิดถึงภาพรวมของ OS ค่ายต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพว่า Android เติบโตมากแค่ไหน ซึ่งผมก็คิดว่ามันเติบโตมากจริงๆ นะครับ เมื่อสัก 3 เดือนก่อนถ้าถามว่ามี Apps เยอะแค่ไหน Android น่าจะมีประมาณ 50,000 apps แต่ข่าวล่าสุดว่าสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ไปก็คาดการณ์กันว่าน่าจะมากกว่า 100,000 apps ได้แล้ว ถึง Apple จะมีเกิน 200,000 apps ไปแล้วก็ตาม แต่อัตราการเติบโตก็รวดเร็ว และได้รับการตอบรับจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก

นอกจากนั้นทีมงาน Duocore คือคุณกล้า คุณออย คุณโมเล็ก ก็เข้ามาร่วมสนทนา พร้อมถ่ายเก็บภาพขณะผู้ร่วมงานกำลังแสดงความเห็นทั้งหมด ซึ่งผมว่ามันเวิร์คทีเดียวล่ะครับ เพราะทุกคนที่นั่งอยู่ในงาน ไม่ใช่ว่านั่งได้เฉยๆ แต่เขาจะแอบ “บีบเบาๆ” ให้คุณพูด ให้ออกความเห็นออกมา หลายๆ อย่างก็เป็นแง่คิดที่น่าสนใจ สำหรับผมเอง บางประเด็นมันก็ดูคล้ายงานผู้ผลิตมือถือพบผู้บริโภค บางประเด็นก็เหมือนการคุยเชิงธุรกิจ บางประเด็นก็ออกเชิงเทคนิคสำหรับนักพัฒนา บางประเด็นก็ออกไปวิชาการว่ากันด้วยเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือแทนตัวตน

งานนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ ผมว่าทางทีมงานผู้จัดคงเห็นแล้วว่าครั้งต่อไปจะจัดอย่างไร คราวนี้คงเป็นการชิมลางดูก่อนว่ามีใครสนใจ อย่างไร แค่ไหน ถ้าใครสนใจอยากดูว่าเราถกกันแค่ไหนในงาน สามารถรอติดตามดูทาง Duocore อาทิตย์ที่จะถึงนี้ และเห็นว่าจะออกทาง Nation Channel ด้วยนะครับ

วันอาทิตย์ – Droidsans Meeting 2 : ANDROIDDIAN โดย DroidSans.com = สนุกสนานกับชุมชนคนรัก Android

เชื่อว่าคนที่เป็นแฟน Android คงไม่มีใครไม่รู้จัก DroidSans.com เพราะเป็นชุมชนคนใช้ + นักพัฒนา Android ที่มีนักพัฒนาชื่อดังอย่างคุณเนย สิทธิพล เป็นคนร่วมก่อตั้งขึ้นมากับเพื่อนๆ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ได้ที่นี่นะครับ

งานของทาง DroidSans เป็นงานที่ทางทีมงานบอกกับผมว่าเป็นงานสำหรับ “user” จริงๆ เพราะตัวงานจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือด้านล่างที่ทางทีมงานจะพูดคุยกับสมาชิก และชั้นสองจะเปิดให้ค่ายมือถือพบกับ user แบบตรงๆ (ในงานนอกจาก Samsung แล้วก็ยังมี HTC, True, WellCom) อย่างผมเองในนาม Samsung ก็เอา Galaxy S ซึ่งเป็น Android ตัวล่าสุดของบริษัทไปให้ลองจับกัน และน่าชื่นใจครับที่จากผู้เข้าร่วมทั้งหมดประมาณ 150 คน ดูทุกคนชอบมาก เพราะได้เจอเพื่อนและคุยกับค่ายมือถือที่ตัวเองซื้อเครื่องมาโดยตรง ส่วนผมเจอแฟนๆ ของ Galaxy S เพียบเลย ได้การบ้านกลับมาหลายข้อเลย

งานนี้มีการเชิญค่ายมือถือมาร่วมงาน มีการประมูลโทรศัพท์มือถือ และกิจกรรมสนุกๆ ของสมาชิก อย่าง เล่นเกมบิงโก เพนท์เสื้อ ผมเองถูกเรียกขึ้นไปพูดถึง Samsung Galaxy S นิดหน่อย แอบดึงคุณหนุ่ย แบไต๋ มาพูดด้วย (ขอบคุณนะคร้าบ) และกลับมานั่งที่ซุ้มตัวเองก็ทำให้เข้าใจว่าแฟนๆ Android ต้องการอะไรมากยิ่งขึ้นไปอีก ที่ Samsung เองปกติก็จะทำกิจกรรมสนุกๆ กับ user อยู่แล้ว อย่างตอนที่หลายๆ คนอยากลองจับ Galaxy S ทางเราก็เลยจัด Samsung Experience Day ให้ลองจับเครื่องกันก่อนตัดสินใจซื้อเลย และพอซื้อกันไปแล้วก็จัดงาน Workshop เพื่อแก้ข้อสงสัยด้วย มางานนี้ที่ DroidSans จัดก็ยิ่งสนุกเข้าไปอีก

พูดไปพูดมาผ่านไปแล้วห้าชั่วโมง จบกันที่ห้าโมงเย็น เวลาผ่านไปไวมากๆ ขอบคุณทีมงานทุกคน รวมทั้งขนมเค้กวันเกิดย้อนหลังของผมด้วยนะครับ งานนี้จัดได้ดีมากครับ เชื่อว่าถูกใจทุกคน ดูได้จากฟีดแบคที่นี่ และภาพบรรยากาศในงาน

อาทิตย์นี้เลยเป็น Android Weekend ที่ได้ทั้งสาระจากทาง Blognone, Duocore และความสนุกสนานจาก DroidSans ขอบคุณทุกคนมากครับ :)

Categories: Online marketing

Samsung’s new ‘inside man’

วันพุธ, กรกฎาคม 7, 2010 2 ของความคิดเห็น

This article was written by Asina Pornwasin for The Nation. Published 6 July 2010. I were interview by a senior reporter of The Nation. Just want to copy and place it here for my record :)

- – - – -

Giant Korean mobile manufacturer Samsung has created a new staff position in Thailand and appointed an online marketing manager specifically to oversee the local online marketing of its smart phones.

The move follows Samsung’s decision to place additional emphasis on its smart-phone business this year, with the aim of becoming the market leader in Thailand. Its sole strategy for achieving the goal is to involve itself in online communities, which it expects will become the main marketplace for smart phones.

The new position has been accepted by Jakrapong Kongmalai who, until recently, took a major hand in driving the expansion of Southeast Asia’s large online community as Yahoo!’s community manager in the region.

With his three years of experience as a mover and shaker in the six-nation online community of Southeast Asia, Jakrapong, 34, is expected to manoeuvre Samsung’s smart phones into the thinking of all online citizens considering the purchase of a new handset.

He admits that it will not be easy to create brand awareness for Samsung in a huge and borderless community where tough competition is part of the environment.

“My job is to build up an online presence for Samsung mobile that will eventually lead to sales. It is very challenging job because smart-phone users already have their favourite brands. My job is to try to convince them to change their minds, and to favour Samsung smart phones,” Jakrapong said.

The key tools to help him achieve his mission are the popular and powerful social networks, Facebook and Twitter. Already, Samsung Electronics (Thailand) has established a presence at www.facebook.com/samsungmobile and twitter.com/samsunglover. It’s Jakrapong’s job to whip up a community within the two sites.

“Marketing in the current era demands that companies should provide as much meaningful information to customers as possible, but without a sales pitch. We become the customer’s friend, always providing help when it is needed,” Jakrapong said. “We don’t restrict ourselves to the social networks. We’re also connected to all kinds of online communities, such as Ning.com and online news agencies. Online communities are borderless and they are connected. This is the key channel through which we can get in touch with our customers.”

There is not much difference between his new position and his former role with Yahoo! Southeast Asia.

He spent an entire three years as an active member of the interconnected online communities of Thailand, Indonesia, the Philippines, Singapore, Malaysia and Vietnam. His responsibilities were taking care of three of Yahoo!’s main products. Yahoo Answer (th.answer.yahoo.com) is an online question and answer community platform. Yahoo Groups (asia.group.yahoo.com) is an online community that allows users to create their own groups, and Flickr.com is an online photo-sharing community.

Under Jakrapong’s management, the three communities have not only been successful over the past three years, but he claims they have also grown by 300 per cent per year in that time.

Jakrapong also worked previously at Thailand Yellowpages (Yellowpages.co.th) and Manager Online (Manager.co.th). He has also developed two successful online communities of his own: Singtip.com, a social network for Thais living in Singapore, and Aussietip.com, a similar social network for Thais living in Australia.

Using his years of experience in international online communities, Jakrapong is confident he will now be able to build the brand image of Samsung mobile in the minds of Thai consumers.

Categories: Online marketing

คุยกันน้อยเกินไปหรือเปล่า?

วันเสาร์, กรกฎาคม 3, 2010 9 ของความคิดเห็น

คุณเคยมีปัญหาคนภายในองค์กร “คุยกันน้อยเกินไป” ไหมครับ?

อาการคุยกันน้อยเกินไปตรงนี้หมายถึง คนเราคุยกันทุกวัน แต่ว่าคนเราร้อยพ่อพันแม่ พูดคำหนึ่งยังตีความต่างกันเลย นับประสาอะไรกับคนทั้งองค์กรจะเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด เราจะสื่อสารอย่างไรให้เข้าใจในทางเดียวกัน

คำตอบก็คือต้องกระตุ้นให้คุยกันแบบ “เปิด” และ “ชัดเจน” มากขึ้นด้วยสื่อที่เหมาะสม

ทำไมต้องคุยกันแบบ “เปิด”? ต้อง “ชัดเจน” สักแค่ไหน? วันนี้มีเรื่องสั้นๆ เล่าสู่กันฟังครับ

สมัยผมทำงานอยู่ที่ Yahoo! ทุกๆ เย็นวันศุกร์ ผมจะต้องรออ่านอีเมลจาก CEO หญิงเหล็กคนเก่ง Carol Bartz หรือ “คุณ Carol” (พวกเพื่อนๆ คนไทยผมเรียกเธออย่างนี้จริงๆ ผมเลยติดเรียกคุณ Carol ไปด้วย) ในตอนนั้น Jerry Yang ผู้ก่อตั้ง Yahoo! เพิ่งลงจากตำแหน่ง CEO ใหม่ๆ พอคุณ Carol เธอมาเริ่มงานที่บริษัท เธอรู้ว่าพนักงานต้องผ่านเรื่องร้ายๆ มาหลายครั้ง มีทั้งเลย์ออฟ มีทั้งปรับโครงสร้างองค์กรกันวุ่นไปหมด ขวัญกำลังใจของพนักงานไม่ดีเท่าไหร่

สิ่งที่่คุณ  Carol เธอประกาศก่อนเลยก็คือ เธอต้องการจะทำอะไรกับบริษัท ตอนนั้นเธอประกาศอย่างชัดเจนว่า “จะทำให้พวกเราได้พักหายใจหายคอกันบ้างก่อน” (“some friggin’ breathing room”) หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเขียนอีเมลคุยกับพนักงานทั่วทั้งโลกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการอัพเดทว่าในแต่ละสัปดาห์ Yahoo! มีอะไรก้าวหน้าบ้าง ไปเยี่ยมออฟฟิศที่ทวีปไหนมา แล้วไปเจออะไรก็มาเล่า หรือบางทีมีอะไรไม่ดี เช่น เธอพบว่าวิธีการทำงานของ Yahoo! ไม่ดี เธอก็จะเตือนและตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าพนักงานควรจะแก้ไขอย่างไร

เรียกได้ว่าคุณ Carol แกใช้แค่อีเมลธรรมดาๆ นี่ล่ะครับ คุยกับพนักงานเรือนหมื่น เขียนบ่อยจนพนักงานติดกันงอมแงม บางคนเขียนไปคุยกับเธอ ส่วนใหญ่เธอจะไม่ตอบเพราะงานเยอะมาก แต่สิ่งหนึ่งที่คุณ Carol บอกตลอดคือ “ฉันตอบอีเมลทุกคนไม่ได้ แต่ทุกคนมั่นใจได้ว่าฉันอ่านอีเมลของพวกคุณทุกฉบับ อย่างน้อยทีมงานเลขาฯ ของฉันก็จะอ่านและเล่าให้ฉันฟังว่าพวกคุณพูดอะไร รู้สึกอย่างไร” ตรงนี้เองที่เป็นการสื่อสารแบบ “เปิด”

สไตล์ก็สำคัญนะครับ
ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณ Carol เธอยังไม่หยุดแค่นั้นครับ เธอรู้ว่าสื่อบางแห่ง โดยเฉพาะ TechCrunch ที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์ Yahoo! ในเชิงลบตลอดมา ขอสัมภาษณ์เธอ เธอก็เอานะครับ คนที่สัมภาษณ์เป็น Tech blogger ชื่อดัง Michael Arrington โดยคำถามที่เขาตั้งกับคุณ Carol คำถามแรกก็คือ “So how the fuck are you?”. ซึ่งเธอตอบว่า “นี่มันเหมาะสมแล้วเหรอ” พร้อมกับสอน Michael Arrington ไปว่า “you are involved in a very tiny company” และบอกให้ Michael หุบปาก ด้วยคำว่า “fuck off.” จากเรื่องนี้ทำให้กูรูอินเทอร์เน็ตชื่อดังอย่าง Guy Kawasaki ยังออกมาพูดทาง Twitter ว่า “I respect Carol Bartz even more now.” คงเป็นเพราะ Guy Kawasaki เองฟัง Michael Arrington พูดจาไม่ให้เกียรติผู้หญิงอย่างนั้นก็ทนไม่ไหว

คือสไตล์ของคุณ Carol แกจะออกแรงๆ นิดนึงครับ แต่ก็ตรงไปตรงมา “เปิดเผย” และ “ชัดเจน” และใช้เทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายๆ อาทิ อีเมลที่ทุกคนต้องอ่านอยู่แล้ว หรือประกาศผ่านทาง Intranet ของบริษัท หรือเรียกคนในบริษัทประชุมแบบสบายๆ คล้ายๆ จิบกาแฟนั่งคุยกันในตอนบ่ายก่อนแยกย้ายไปทำงาน แล้วเรียกมาคุยกันให้รู้เรื่อง เอาให้จบ และจะยิ่งดีมากขึ้นหากคุณได้คุยกับทุกคนในองค์กรแบบเห็นหน้าเห็นตากันจริงๆ เพราะมนุษย์อย่างไรก็ต้องอาศัย Human touch

สรุปง่ายๆ ก็คือ อย่าปล่อยให้องค์กรของคุณสื่อสารกันด้วยข่าวของสื่อมวลชน อย่าปล่อยให้พนักงานลือกันเอง เราต้องคุยกัน คุยกันให้มากเข้าไว้อย่างเปิดเผย ชัดเจน และมาด้วยสื่อที่เหมาะสม ทันเวลาด้วยนะครับ

Categories: Personal opinion
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 6,392 other followers