Archive for the ‘ I like it! ’ Category
ในที่สุดหนังสือธุรกิจเล่มโปรดก็วางแผงเสียที แต่ตอนนี้วางที่อเมริกาเท่านั้น ยังมาไม่ถึงเมืองไทย (เซ็งเลย) Kindle ก็ยังไม่มีขาย…. สำหรับคนที่เพิ่งผ่านเข้ามาอ่านบล็อกของผม ผมเคยเขียนไว้ว่า Groundswell เป็นหนังสือธุรกิจดิจิตอลที่ผมชอบมากที่สุดเล่มหนึ่ง แต่หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่ปี 2008 ล่าสุดวางแผงอัพเดตแล้ว ก็เลยอยากชวนๆ ใครที่สนใจธุรกิจดิจิตอลในเมืองไทย ถ้าสนใจก็ลองหามาอ่านกันด่วน หนังสือดีๆ แบบนี้อยากให้มีคนแปลจัง จะได้เข้าถึงคนอ่านในวงกว้างมากขึ้น มีใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้บ้างไหมครับ ชอบไม่ชอบอย่างไรมาแชร์กันนะ[ READ MORE ]
Q: พี่ชอบอ่านหนังสือด้านธุรกิจดิจิตอลเล่มไหนคะ/ครับ? A: ด้วยความที่ผมบ้าอ่านหนังสือ อ่านมันดะตั้งแต่ถุงกล้วยแขกยันสารานุกรม มีความรักความชอบเรื่องธุรกิจอินเทอร์เน็ต ก็เลยมีคนถามบ่อยว่าอ่านหนังสืออะไร มีเล่มโปรดในใจไหม จริงๆ มีเยอะ แต่ที่ชอบ และเอามาใช้ได้จริงก็มีอยู่ประมาณ 3 เล่มครับ 1. Groundswell เล่มนี้เล่มโปรด – Charlene Li และ Josh Bernoff 2. Here Comes Everybody (พลังกลุ่มไร้สังกัด) – Clay Shirky 3. Trust Agents – Chris Brogan 3 เล่มนี้เป็นความรู้เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วนะครับ ผมแนะนำว่าถ้าจะซื้อตาม ลองดูที่ชื่อคนแต่งก่อนดีกว่าว่ามีเล่มใหม่ออกมาหรือยัง เพราะหนังสือแนวนี้มีวงจรชีวิตสั้น[ READ MORE ]
วันแรกของเดือนสุดท้ายของปี หลายคนคงคิดถึงเรื่องการฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างไรให้สนุก เริ่มวางแผนหยุดยาวอย่างไรให้คุ้ม บ้างก็รีบเคลียร์งานบอกลาเจ้านายเนิ่นๆ ไม่ก็เตรียมจับจ่ายซื้อของขวัญปีใหม่ ดูจะเป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความสุขเนอะ แต่อย่างที่หลายคนคงรู้ดี โลกของเรามีคนนับล้านๆ คน บางคนมีความสุขสบาย บางคนมีความทุกข์ และบางประเทศที่มีปัญหาความยากจนก็ยังต้อง “ดิ้น” กันต่อไปเพียงเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด แล้วในช่วงเทศกาลนี้ พวกเราได้ทำอะไรที่ช่วยให้โลกที่เราอยู่ทุกวันนี้ดีขึ้นหรือเปล่า? ผมไม่ได้เจ้าปรัชญาอะไรครับ เพียงแต่มันเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เราน่าจะแบ่งปันความสุขที่เรามีให้กับคนอื่นบ้าง หวังว่าบทความใน Blog นี้จะเป็นส่วนช่วยจุดประกายความคิดความฝันเล็กๆ ในใจคุณช่วงปลายปีนะครับ วันนึงผมเข้าไปในเว็บไซต์ TED.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์แหล่งรวมของคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับการให้แรงบันดาลใจกับคนทั่วโลก และจะมีคนหมุนเวียนกันเข้ามาพูดในฟอรั่มนี้ มีตอนหนึ่งที่ผมสะดุดใจกับมันมากๆ นั่นก็คือ “Jessica Jackley: Poverty, money — and love” Jessica เป็นหญิงสาวชาวอเมริกันผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Kiva.org เว็บไซต์ Online Micro-lending ที่เปิดให้คนจนทั่วโลกเข้ามากู้เงินจากเราได้แบบไม่มีดอกเบี้ย โดยมีจุดหมายว่าให้คนจนที่อยากจะสร้างกิจการหาเลี้ยงตัวเองนั้นเข้ามากู้เงินจากคนบนโลกอินเทอร์เน็ตได้ คือแทนที่เราจะให้เปล่าๆ แต่เราทำตัวเป็นแบบธนาคารกรามีนของ โมฮัมหมัด ยูนุส* ซะเลย นั่นคือปล่อยเงินกู้ที่ให้กับผู้ประกอบการที่ยากจนที่ปกติแล้วไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารใหญ่ๆ ได้ เพราะธนาคารทั่วไปไม่ปล่อยให้คนจนกู้อยู่แล้ว เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกตื้นตันกับไอเดียนั้นมากๆ ฉันเลยลาออกจากงานของฉัน [ READ MORE ]
เพื่อนๆ ที่ชอบอ่านหนังสือเวลาเจอหน้าผม มักจะชอบถามถึง Amazon Kindle เพราะอ่านบล็อกนี้แล้วรู้ว่าผมหลวมตัวซื้อไปแล้ว แถมผมยังมี iPad ที่อดใจซื้อไม่ได้มาอีกตัว คำถามโดยทั่วไปก็จะถามให้ผมเปรียบเทียบว่า ของดีไหม ซื้อดีหรือเปล่า เทียบกับ iPad หรือ Nook, Sony Readers หรือยี่ห้ออื่นๆ แล้วเป็นยังไงบ้าง วันนี้เลยขอเกาะกระแส Amazon Kindle 3 ที่เพิ่งออกวางขาย มาพูดถึงเจ้า e-reader ตัวนี้สักหน่อย เอาแบบเล่าว่าในฐานะคนๆ นึ่งที่ซื้อมันมาใช้งานจริงมากว่า 7 เดือนแล้วพอใจแค่ไหน คำตอบง่ายๆ ของผมก็คือ ถ้าคุณชอบอ่านหนังสือกระดาษ ไม่เน้นทำอะไรไปมากกว่าการอ่านหนังสือ Amazon Kindle เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้ครับ (และตอนนี้ Kindle 3 ออกมาแล้ว ราคาถูกกว่าเดิม คุณภาพดีกว่าเดิม หน้าจอชัดกว่าเดิม วัสดุดีกว่าเดิม ทำให้ปฎิเสธมันได้ยากขึ้นครับ) แต่ถ้าคุณต้องการเครื่องที่ทำได้สารพัดสารเพ มีความสามารถด้านมัลติมีเดียสูงกว่ามากๆ แต่อ่านหนังสืออาจจะเคืองตาง่ายหน่อยก็ iPad ครับ ลองอ่านประสบการณ์ผมตามนี้ครับ 1. [ READ MORE ]
เมื่อคืนผมเกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจค้นลังหนังสือเก่าที่บ้าน ก็เจอหนังสือการ์ตูนชื่อ “กว่าจะเป็น 26 สุดยอดสินค้าขายดีของญี่ปุ่น” โดย Ryuji Fujii แปลเป็นไทยโดยคุณอังคณา รัตนจันทร์ ในหนังสือเล่มนี้รวบรวมสินค้าจากญี่ปุ่นที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน เจาะลึกไปว่าใครเป็นคนสร้าง ทำมาได้อย่างไร แล้วทำไมขายดี อ่านสนุกได้ความรู้ดีครับ วันนี้เอาสินค้า นิสชิน คัพนูดเดิลมาแชร์ให้อ่านกันก่อนละกัน พวกเราทุกคนคงคุ้นเคยกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมานานแล้ว ประเภทเปิดฝา เติมน้ำร้อน 3 นาทีกินได้เลย ที่มาที่ไปของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรกในโลก “นิสชิน คัพนูดเดิล” เกิดมาจากคุณโมโมฟุกุ อันโด อดีตนักธุรกิจผู้ร่ำรวย แต่วันนึงก็ต้องสะดุดล้มลง แต่สิ่งที่โมโมฟุกุมีเหนือคนอื่นก็คือ ใจที่สู้และหาช่องทางในการทำธุรกิจใหม่ นั่นก็คือ การทำบะหมี่ราเมนขาย โมโมฟุกุมองว่า จริงๆ บะหมี่น่าจะทำเป็นแบบกินที่บ้าน เก็บได้นาน ถูกและกินง่าย ก็เลยทดสอบค้นหาวิธีการทำให้บะหมี่แห้งโดยใช้ความร้อนจากน้ำมัน ตอนแรกหน้าตาก็ออกมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยม (นึกภาพไปแล้วคงคล้ายๆ กับมาม่าบ้านเรา) ต่อมาก็ทำเป็นก้อนกลมเพื่อให้ใส่ในชามได้ และเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1958 บะหมี่ “นิสชินโชะขุฮิน” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกของโลกก็ออกวางขาย ในปีนั้นบะหมี่ของโมโมฟุกุขายดีถึง 13 ล้านซอง แต่หลังจากที่โมโมฟุกุสร้างสรรค์นวัตกรรม [ READ MORE ]
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปเดินเล่นที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หลังจากไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนเสียนาน ขากลับก็ซื้อหนังสือ “ปัญญาญี่ปุ่น” โดยนักเขียนชื่อดัง ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วแทบวางไม่ลงเลยทีเดียว จะบอกว่าบล็อกโพสต์นี้ผมเขียนเชียร์หนังสือก็คงไม่ผิด แต่ที่แน่ๆ เมื่อมันมาอยู่ในเว็บนี้มันต้องเกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมแน่นอน ปัญญาญี่ปุ่น เป็นการเล่าเรื่องว่าเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม สังคมแตกแยก เศรษฐกิจล่มสลาย กษัตริย์ถูกท้าทาย ญี่ปุ่นพลิกฟื้นจากหายนะได้อย่างไร โดยคุณภิญโญได้เล่าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นผ่านวิกฤตอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น ที่แรกเริ่มเดิมทีเกิดจากการผลิตรถเพื่อเป็นยานพาหนะสำหรับทหารญี่ปุ่นในการสงคราม และเมื่อสงครามเลิกแล้วบริษัทอย่างโตโยต้า ฮอนด้าเดินทางต่อไปอย่างไร ท่ามกลางสภาพความขัดสนทางสังคม ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับหนังสือเล่มนี้อยู่ตรงที่ จุดเปลี่ยนหรือจุดผลิกผันของญี่ปุ่นนั้นเกิดขึ้นจากจังหวะและโอกาส บวกกับความกล้าคิดกล้าทำ จนเกิดนวัตกรรม อย่างเช่น ตอนที่ญี่ปุ่นพบกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ โซอิจิโร่ ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งฮอนด้า ณ ขณะนั้นทำงานอยู่ในอู่รถยนต์แห่งหนึ่ง อู่นั้นได้รับความเสียหายมาก ช่างเก่งๆ ลาออกกันมาก ไม่ก็แยกย้ายกลับบ้านไป จากเดิมที่ไม่ค่อยมีโอกาสในการทำงาน ทำให้โซอิจิโร่มีโอกาสในการฝึกฝนทักษะ และแสดงฝีมือ จากจุดนั้นเองโซอิจิโร่เริ่มเห็นว่าซี่ล้อรถยนต์ที่ทำด้วยไม้นั้น ถ้าหากประเทศญี่ปุ่นมีไฟไหม้ขึ้นมาอีกก็จะเสียหายได้ง่าย เขาจึงริเริ่มสร้างซี่ล้อจากอะลูมิเนียม ที่มีความแข็งแกร่งทานทนมากขึ้น จากนั้นเขาก็ร่ำรวย และหันมาจับตลาดอะไหล่รถยนต์ทำดีขึ้นเรื่อยๆ จนโตโยต้าขอถือหุ้นบริษัทเขาถึง 40% จากนั้นในปี 1946 โซอิจิโร่ก็คิดถึงผลิตรถจักรยานยนต์ จากการที่เคยเห็นเครื่องยนต์ที่กองทัพญี่ปุ่นเคยใช้กับวิทยุสื่อสาร เขาเลยคิดว่าจำเครื่องยนต์ที่ว่านี้มาใช้กับจักรยาน [ READ MORE ]
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้ดูหนังมานานก็แวะไปดูหนังเรื่อง ยิปมัน อาจารย์บรูซลี ซึ่งเป็นภาค 2 ของ ยิปมัน จ้าวกังฟูสู้ยิบตา หลังจากดูเสร็จออกมาก็รู้สึกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ดีกว่าที่คาดไว้เยอะ โดยเฉพาะฉากการต่อสู้สลับกับเนื้อหาแฝงแง่คิดดีๆ มากมาย สรุปรวมเอาไปเลย 8/10 ถึงขั้นที่ว่าผมดูเสร็จแล้วกลับบ้านไปเช่าภาค 1 มาดูใหม่เลย ผมไม่ใช่นักวิจารณ์หนังครับ แต่ชอบดูชอบศึกษา พอดูชื่อหนังเขาบอกว่ายิปมันเป็นอาจารย์ของบรูซ ลีก็เลยลองเสิร์ชวิกิพีเดียดูปรากฏว่า อาจารย์ยิปมันมีตัวตนจริงๆ เป็นอาจารย์มวยหย่งชุน มวยซึ่งว่ากันว่าเป็นมวยที่สอนต่อๆ กันมาเฉพาะผู้ที่อยู่ในสายเลือด หย่งชุนก็เลยเป็นหมัดมวยของคนรวย สมัยก่อนอาจารย์ยิปก็เป็นคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีอันจะกินในประเทศจีน ต่อมาพอกองทัพญี่ปุ่นบุกจีน ก็ต้องอพยพหนีไปฮ่องกง พอไปฮ่องกงก็ตั้งโรงเรียนสอนมวยหย่งชุน อาจารย์ยิปมีฝีมือเป็นที่ลือเลื่องไปทั่วทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย จากนั้นลูกศิษย์ของอาจารย์ยิปก็ช่วยกันเผยแพร่ให้มวยหย่งชุนนั้นโด่งดังในระดับอินเตอร์ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ในวิกิพีเดียเขียนไว้ประมาณนี้ครับ หนังเรื่องนี้ได้ดอนนี่ เยน มาเล่นถึง 2 ภาค เมื่อก่อนผมไม่เคยนึกชอบนายคนนี้เลย แต่ต้องยกให้ทีมแคสติ้งของหนังเรื่องนี้จริงๆ เพราะบทของอาจารย์ยิปจะต้องเป็นคนมาจากสกุลสูงศักดิ์ แต่เข้มแข็งแกร่งแรงกังฟู ซึ่งดอนนี่ เยนเล่นได้ถึงอกถึงใจมาก น่าเสียดายว่าดอนนี่ เยนออกมาประกาศแล้วว่าถ้ามีการสร้างภาค 3 ตนจะไม่รับเล่นแล้ว หนังเรื่องนี้มันมากครับ มีหงจินเป่ากลับมาเล่นด้วย อยากให้ลองดูกัน ใครไม่ใช่แฟนหนังบู๊แอคชั่นแหลกก็จะชอบ ใครชอบดราม่าก็จะชอบ มันเป็นหนังที่มีจุดสมดุลระหว่างสองอย่างนี้ในระดับพอดีๆ[ READ MORE ]
ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2553 นิตยสาร Positioning - – - – - ปัญหาของนักการตลาดที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือธุรกิจ เห็นจะไม่พ้นเรื่องเวลาที่มีจำกัด วันๆ ต้องวุ่นวายกับการทำงาน จะมีเวลาที่ไหนมาอ่านหนังสือหาความรู้ใหม่ๆ หรือถ้าหากว่าจัดเวลาได้จริงๆ กว่าจะอ่านจบสักเล่มหนึ่งก็ใช้เวลาเยอะ และที่สำคัญเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าหนังสือเล่มที่อ่านนั้นเหมาะกับเราไหม รีวิวหนังสือที่ไหนอาจจะว่าดี แต่อาจจะไม่ดี สำหรับเราก็ได้ ปัญหานั้นจะหมดไปหากคุณลองใช้บริการของเว็บไซต์ GetAbstract.com GetAbstract.com ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าเป็นเว็บที่มีไว้สำหรับการอ่าน Abstract หรือบทคัดย่อของหนังสือทางด้าน ธุรกิจ โดยทางเว็บไซต์ระบุไว้ว่ามีกองบรรณาธิการที่ทำงานอยู่ในบริษัทด้านมีเดียที่มีชื่อเสียง อย่าง The New York Times, Fortune, Financial Times, BusinessWeek และอื่นๆ เป็นผู้อ่านหนังสือธุรกิจให้กับเราแล้วเอามาย่อความเป็นบทสรุปสั้นๆ ให้เราอ่านกันรวมแล้วกว่า 5,000 เล่มในหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกอ่าน ในแบบ PDF, ไฟล์เสียง MP3, หรือแม้กระทั่ง Kindle บทคัดย่อที่ว่านี่มันคืออะไร? มีลักษณะอย่างไร? ลองนึกภาพว่ามีคนทำบทสรุปสั้นๆ 5 หน้าของหนังสือธุรกิจเล่มหนาๆ ให้คุณอ่าน [ READ MORE ]
เพลงลืมแล้วหรือเปล่า โดย Friday เป็นเพลงที่มีเนื้อหาดีมากๆ แต่งทำนองพ็อพลงตัวฟังสบาย สมดุลย์กันดีระหว่างศิลปะกับพาณิชย์ครับ[ READ MORE ]
ต่อไปนี้มีหนังสืออะไรจะเอามาอัพเดทนะครับ ส่วนใครที่ Follow ผมใน Twitter ตามอ่านได้ที่ “#mybooklist” ละกันนะครับ เมื่อวานแวะ B2S ซื้อหนังสือมาสองเล่ม เล่มแรกผมอ่านจบแล้ว “All about ต่าย ขายหัวเราะ – 30 ปีแห่งความขำ ชีวิตมหาสนุก ที่ไม่เคยหมดมุก” หนังสือที่คุณภักดี แสนทวีสุข เจ้าของนามปากกา “ต่าย ขายหัวเราะ” นักวาดการ์ตูนชื่อดัง ผู้วาดและเขียนปังปอนด์ ในหนังสือเล่มนี้นอกจากเราจะได้อ่านการ์ตูนเก่าๆ สมัยแรกที่คุณต่ายแกวาด ยังได้รู้อีกว่าคนที่มี “ใจรัก” ในเรื่องอะไรสักเรื่อง ถ้าเอาจริง ยังไง๊ยังไงมันก็ต้องสำเร็จครับ นอกจากนี้เราจะยังได้เห็นปังปอนด์ตัวจริงของคุณต่ายด้วยครับ ใครที่เป็นแฟนขายหัวเราะ ผมแนะนำว่าน่าจะหามาอ่านนะครับ ใครชอบวาดการ์ตูนยิ่งขาดไม่ได้ เพราะคุณต่ายแกบอกหมดเลยว่าแต่ละวันแกพัฒนา “แก๊ก” ของแกได้อย่างไร เวลาแซวบอกอวิติ๊ดของแกนี่แกมีที่มาอย่างไร “แมงกะพรุนถนัดซ้าย” หนังสือชุด “คุยกับประภาส” ลำดับที่ 8 เล่มนี้คงไม่ต้องสาธยายอะไรกันมาก คุ้มมากๆ ครับ ใครที่อ่านคอลัมน์ “คุยกับประภาส” ในมติชน คงรู้ว่าคุณจิกแกมีคมความคิดแสบๆ [ READ MORE ]
Get every new post delivered to your Inbox.
Join 5,955 other followers