Archive

Archive for the ‘Music’ Category

เพลงดีๆ อีกเพลงของ Friday ในเวลาที่บ้านเมืองไม่ปกติ

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 16, 2010 5 ของความคิดเห็น

ลืมแล้วหรือเปล่า(Forget)
Artist : Friday
Album : Color Code 02: Lavender / Label : Spicydisc

มันก็เป็นธรรมดา ที่คนเราจะไม่เหมือนกัน
มีหัวใจคนละดวง มันก็เลยต่างคิดต่างฝัน
แต่ว่าในวันนี้ จะปล่อยไปแบบนี้
ฉันก็เริ่มกลัว ว่ารักที่มีอาจจะต้องเสียไป

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
ทำไมเราเหมือนไม่รักกัน
ทำไมมันไม่เหมือนก่อนนั้น
เธอกับฉัน เราเปลี่ยนไปได้ยังไง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
แบบคนที่รักกัน จะต่างยังไงก็เข้าใจ

มัวแต่มองว่าไม่เหมือนกันยังไง ใจก็ยิ่งห่าง
มัวแต่มองแต่ความคิดของตัวเอง คงยิ่งอ้างว้าง

ถ้าหากว่ายังรัก (ก็เป็นเพราะรัก)
ก็ไม่อยากจะหมางหรือเมินกันไป
อย่างนั้น ได้โปรดอย่าทําร้ายรักเรา

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
ทำไมเราเหมือนไม่รักกัน
ทำไมมันไม่เหมือนก่อนนั้น
เธอกับฉัน เราเปลี่ยนไปได้ยังไง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
แบบคนที่รักกัน

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
ทำไมเราเหมือนไม่รักกัน
ทำไมมันไม่เหมือนก่อนนั้น
เธอกับฉัน เราเปลี่ยนไปได้ยังไง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
แบบคนที่รักกัน จะต่างยังไงก็เข้าใจ

Categories: I like it!, Music

A Moment in Time – Kavin Hoo

วันพฤหัส, มีนาคม 18, 2010 2 ของความคิดเห็น

วันนี้ผมมีงานเพลงเพราะๆ แนวพ็อพ ผสมนิวเอจมาแนะนำครับ อัลบั้ม A Moment in Time โดย Kavin Hoo

Kavin เป็นนักเปียโนแนวนิวเอจ เขาเกิดและเติบโตที่มาเลเซีย แต่ต่อมาไปเรียนต่อด้านดนตรีที่ Berklee ที่สหรัฐฯ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมืองลอสแองเจลิส กับภรรยาซึ่งเป็นศิลปินสาวชาวสิงคโปร์ชื่อดังอย่าง Corrine May งานของ Kavin ชุดนี้ เป็นการรวบรวมเอาเพลงโปรดจากศิลปินยุคเก่าๆ อย่าง Claude Debussy รวมทั้งงานเก่าของตัวเองมาเรียบเรียงใหม่ให้นุ่มนวลขึ้นกว่าชุดก่อนๆ รวมถึงมีเพลงใหม่ๆ อย่าง “Forever Yours”, “The Day I let You Go”. และแน่นอนว่าอุตสาหกรรมในครอบครัวหนีไม่พ้นในการเอา Corrinne May มาร้องนำในเพลง “Pilgrim’s Journey” กับเพลง “The Winding Path” ใครที่ชอบฟัง Solo piano สบายๆ อารมณ์ก่อนนอนอยากหลับฝันดี ฟังเพลงคลอเบาๆ ก่อนนอนไม่ผิดหวังครับ ผมหลับสบายมาแล้วหลายคืนด้วยงานเพลงชุดนี้ อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ทุกคนฟังกันครับ

หาเพลงชุดใหม่ของเขาไม่เจอ ลองฟังชุดเก่าๆ ดูนะครับ

Myspace ของ Kavin http://www.myspace.com/kavinhoo
ซื้อเพลงของ Kavin ฟังได้ที่นี่ครับ http://www.pinkarmchair.com/store.htm

Categories: I like it!, Music ป้ายกำกับ:, ,

New Single from Da Endorphin (March 2010)

วันอังคาร, มีนาคม 2, 2010 ใส่ความเห็น

Surprisingly, there are so many Singaporeans love Thai music. At least, I were asked to buy Thai CD, MP3 for my colleague oftenly. Top 3 of Thai Artists here are Da Endorphin, Bodyslam, and Bird for Auntie and Uncle here :)

This song is the brand new single from Da Endorphine named “Mai Krai kor Krai” (If it’s not me, it must be you)  Enjoy the music!

เนื้อเพลง ไม่ใครก็ใคร
ดา เอ็นโดรฟิน – ไม่ใครก็ใคร(Ost.พระจันทร์ลายพยัคฆ์)
คำร้อง เผ่าพันธุ์ อมตะ
ทำนอง สุวัธชัย สุทธิรัตน์
เรียบเรียง สุวัธชัย สุทธิรัตน์

ไม่เหลือทาง ทางให้เดินต่อไปได้สองคน
คงต้องมีหนึ่งคนที่ต้องไป ไม่ฉันก็เธอ
ไม่มีทางไหนเลือกได้เลย

เหมือนฟ้าไกล มันไม่เคยจะมีสักค่ำคืน
ฟ้าไม่เคยส่งจันทร์ขึ้นสองดวง ขึ้นมาพร้อมกัน
ไม่เธอก็ฉันคนหนึ่งจะต้องไป

แผ่นดินมันเล็กเกิน ไม่พอ ให้เราสองคนยืน
จำไว้ใส่หัวใจ

ไม่ว่าจะแพ้ชนะ แต่ฉันไม่ไหวหวั่น
แพ้ชนะไม่รู้จะสู้ไป ไม่ยอมให้มีใคร
หยิบเอาสิ่งที่รักแย่งไปจากมือ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่สนจะสู้ต่อ
ฉันไม่ขอยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ต้องมีใครคนหนึ่ง
ออกไปจากตรงนี้ นี่คือโชคชะตา

เพราะรักจริง จึงไม่ยอมให้ใครได้แย่งไป
ใครเข้ามาก็จะต้องสู้ตาย
ทุ่มเททั้งใจไม่มีวันถอย ถอยให้ใคร

เหมือนฟ้าไกล มันไม่เคยจะมีสักค่ำคืน
ฟ้าไม่เคยส่งจันทร์ขึ้นสองดวง ขึ้นมาพร้อมกัน
ไม่เธอก็ฉันคนหนึ่งจะต้องไป

แผ่นดินมันเล็กเกิน ไม่พอ ให้เราสองคนยืน
จำไว้ใส่หัวใจ

ไม่ว่าจะแพ้ชนะ แต่ฉันไม่ไหวหวั่น
แพ้ชนะไม่รู้จะสู้ไป ไม่ยอมให้มีใคร
หยิบเอาสิ่งที่รักแย่งไปจากมือ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่สนจะสู้ต่อ
ฉันไม่ขอยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ต้องมีใครคนหนึ่ง
ออกไปจากตรงนี้ นี่คือโชคชะตา

ไม่ว่าจะแพ้ชนะ แต่ฉันไม่ไหวหวั่น
แพ้ชนะไม่รู้จะสู้ไป ไม่ยอมให้มีใคร
หยิบเอาสิ่งที่รักแย่งไปจากมือ
ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่สนจะสู้ต่อ
ฉันไม่ขอยอมแพ้อย่างง่ายดาย
ต้องมีใครคนหนึ่ง
ออกไปจากตรงนี้ นี่คือโชคชะตา

Categories: I like it!, Music

แร็พด้วย iPhone กับ “I am T-Pain”

วันพฤหัส, กุมภาพันธ์ 25, 2010 3 ของความคิดเห็น

ช่วงวีคเอนด์ที่ผ่านมาผมทดลองเล่น iPhone Application หลายตัวครับ ทั้งที่ฟรีและเสียตังค์ App ตัวที่ผมจะพูดถึงนี้เสียตังค์แต่ว่า “สนุกโคตร” ครับ App ตัวนี้ชื่อว่า I am T-Pain “ทีเพน” เป็นชื่อของศิลปินแร็พคนหนึ่ง ที่เอาทำนองเพลงของเขามาลงใน iPhone ให้คนมาแร็พตามแบบที่ตัวเองชอบ ดูเผินๆ คล้ายกับคาราโอเกะครับ แต่ด้วยความที่มันเป็น Sampling Loops หรือทำนองดนตรีแร็พให้เราแร็พอะไรใส่เข้าไปก็ได้ โดยใน App จะมีตัว Auto-tuned ปรับเสียงของเราให้ฟังแล้วออกแร็พๆ ได้ด้วย มันเลยกลายเป็นว่า I am T-Pain ได้เปิดให้คนมาทำเพลงของตัวเองได้แบบง่ายๆ

คุณผู้อ่านอาจจะบอกว่า เฮ้ย คนไทยจะไปแร็พอะไรกับเขา เราไม่ใช่ไทเทฯ นะ ผมเลยทดสอบทำเพลงของตัวเองครับ ผมแค่เลือกทำนองที่ผมชอบ (I am T-Pain ทีให้เลือกหลายแบบ หรือถ้าจะเอาเพลงโดนๆ ก็กดเลือก Premium track ที่เสียตังค์เพิ่มได้อีกครับ) ผมแร็พกับเขาไม่เป็น ก็เอาเพลงย้ำ ของ Bodyslam มายำซะเละเป็ดเลย ลองฟังเล่นๆ ฮาๆ ครับ

ในแง่มุมการตลาด ถามว่า App แบบ “I am T-Pain” มีประโยชน์กับใครบ้าง ผมว่ามันเป็นรูปแบบที่เราสามารถโปรโมทศิลปินได้ ศิลปินอาจไม่ต้องดังก็ได้ครับ แต่เพลงของคุณขายทาง iTunes ราคาประมาณ 100 กว่าบาท (3 เหรียญสหรัฐฯ) เพลงของคุณจะมีคนเอาไปร้องต่อในแบบ Remix กันอีกเป็นพันๆ หมื่นๆ ครั้ง โดยผ่าน iPhone Application ดังนั้นมันจะไม่เหมือนกับ “คาราโอเกะ” ซะทีเดียว คาราโอเกะคือต้องร้องให้เหมือน แต่ถ้าเป็นแบบ I am T-Pain คือมีทำนองมาให้แล้วเราลองแร็พอะไรใส่เข้าไป มันก็ไม่ต้องซ้ำแบบใคร ผมว่าเจ้า App ตัวนี้ดังก็เพราะมันเปิดโอกาสให้เราได้สร้างอะไรแบบที่เราต้องการด้วยตัวเองนี่ล่ะครับ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโจอี้บอย ไทเทเนียม หรือแม้กระทั่งเจ เจตริน ออกมาทำ App แบบนี้ สนุกพิลึกครับ

อ้อ ลืมบอกไป I am T-Pain ถูกยกให้เป็นสุดยอด iPhone Application โดย “Apple” ของปี 2009 ด้วยครับ

Categories: Music ป้ายกำกับ:

ธุรกิจดนตรี เอาไงดีเนี่ย?

วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 20, 2010 6 ของความคิดเห็น

ช่วงปีที่ผ่านมาเราจะเริ่มเห็นว่าค่ายเพลงไทยเริ่มหันมาขายเพลงผ่านการดาวน์โหลดเข้า device ชนิดต่างๆ เหมือนเมืองนอกอย่างเต็มสูบ ซึ่งส่งผลกระทบกับผู้บริโภคอย่างหนึ่งคือ จากเดิมเคยซื้อเพลงทั้งอัลบั้ม ก็เปลี่ยนมาเป็นซื้อกันเป็นเพลงๆ ไป ศิลปินแต่ละรายถ้าไม่ดังจริง อาจไม่ได้ออกอัลบั้ม ออกแค่ซิงเกิลดูกระแสไปก่อน ถ้าหากว่าดีค่อยออกเป็นอัลบั้มต่อไป

อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ที่ผมเขียนขึ้นมาวันนี้ก็เพียงแค่จะอัพเดททั่วๆ ไปว่า ตอนนี้ธุรกิจเพลงกำลังเปลี่ยนแปลง “วิธีการ Delivery” เพลง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของค่ายเพลง จำเป็นต้องหันมาทำกันแบบดิจิตอลมากขึ้น ระยะนี้เห็นเน้นขายผ่านการดาวน์โหลด *123 ไม่ก็ดาวน์โหลดผ่านเว็บตัดบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, Cash card, บิลโทรศัพท์ และสุดท้ายค่อยเป็นการขายซีดี  จากนั้นก็ต่อยอดไปพวกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์คาราโอเกะ ไม่ก็เปลี่ยนโมเดลเป็นการหาเงินจากสปอนเซอร์แทน อย่างปีก่อนๆ เราจะเห็นค่าย True จ่ายให้ บอย โกสิยพงษ์, โอม ชาตรี

ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร? ในมุมมองผมคือ ค่ายเพลงจะมีบทบาทลดลง โมเดลเดิมใช้ไม่ได้ รายได้ที่เคยได้จากเทปและซีดีมากกว่า 90% หดหายไป ส่วนดาวน์โหลด และการแสดงสดทำรายได้แค่ 10-20% (คร่าวๆ นะครับ) นอกจากนี้ศิลปินยังเริ่มมา “ทำเอง” มากขึ้น ถ้าลองสังเกตบนปกซีดีตอนนี้ จะเห็นว่าศิลปินหลายคนเริ่มไม่ต่อสัญญาค่ายเพลง (อาจจะเพราะค่ายก็ไม่อยากต่อ หรือศิลปินไม่อยากต่อ อันนี้แล้วแต่) และออกมาเปิดค่ายเพลงเล็กๆ ซัพพอร์ตตัวเองมากขึ้น อย่างล่าสุดผมเห็นอัลบั้มใหม่ของคุณโก้ มิสเตอร์แซ็กแมน ก็ทำค่าย Chilling Groove แล้ว Outsource การจัดจำหน่ายให้บริษัทจัดจำหน่ายอย่าง Platinum ไป

ดังนั้นในช่วงนี้ถ้าถามว่าแนวโน้มธุรกิจน่าจะเป็นอะไร ก็น่าจะเป็น Music marketing อย่างเช่นที่ผมเคยเขียนไปเกี่ยวกับโมเดลการทำงานร่วมกับศิลปินของ Topspin Media เมื่อเกือบสองปีที่แล้วนี่เป็นโมเดลนึง อีกแบบนึง อันนี้ผมคิดเล่นๆ แต่ก็น่าจะเป็นไปได้ นั่นก็คือ ค่ายอาจลองให้ทุนศิลปินไปเปิดค่ายเล็กๆ ของตัวเอง เน้นออกคอนเสิร์ตบ่อยๆ ไม่ต้องขายซีดี คือค่ายเพลงเป็นนายทุนเหมือนเดิม แต่ว่าการแบ่งรายได้จะไม่ใช่แบบค่ายได้ 95% ศิลปินไม่ถึง 5% แต่ว่าศิลปินค่ายเล็กนั้นๆ จะต้องให้สิทธิ์ในการขายดาวน์โหลดกับค่ายเพลง ซึ่งถือเป็นช่องทางในการทำรายได้ที่ชัดเจน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมตามข่าวดูตอนนี้เมืองนอกกำลังทดลองกันกับ Vevo.com เว็บไซต์มิวสิควิดีโอซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างค่าย โซนี่, ยูนิเวอร์ซัล, อะบูดาบี มีเดีย โฮสต์ (ไม่ค่อยแน่ใจว่า EMI ด้วยหรือเปล่า) โดย Youtube จะโฮสต์คอนเทนท์ให้ ส่วนรายได้ก็มาจากโฆษณาก็แบ่งกับ Google ไป ตอนนี้ยังดูใน Vevo.com ตรงๆ ไม่ได้ครับ ยังไม่เปิดให้บริการเมืองไทย แต่ว่าดู Vevo Channel ใน Youtube ได้ครับ

- – - – -

ท้ายสุดนี้ขอแอบเชียร์ศิลปินในดวงใจหน่อย ถ้าอยากให้ Bodyslam ทำผลงานดีๆ ออกมาให้เราฟังกัน ช่วยกันดาวน์โหลดอย่างถูกกฏหมายด้วยนะครับ :)

Categories: Music

สัมภาษณ์ปอนด์ ไฮดร้าทาง Twitter + ช่วยโปรโมทคอนเสิร์ตพี่ปอนด์ พี่ป้างกันหน่อย

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 14, 2010 6 ของความคิดเห็น

ใครที่เกิดทันวงดนตรี “ไฮดร้า” กรุณาอ่านครับ

เมื่อต้นปีผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณธนา ลวสุต หรือคุณปอนด์ ไฮดร้า อดีตวงดนตรีพ็อพร็อกชื่อดัง ที่เป็นการรวมตัวกันของปอนด์ กับ “ป้าง” นครินทร์ กิ่งศักดิ์ อัลบั้ม “อัศเจรีย์” ของพวกเขาออกมาวาดลวดลายในวงการดนตรีได้ไม่นาน ปอนด์ก็ย้ายไปเป็นโปรดิวเซอร์ในค่ายแกรมมี่, อาร์เอส ส่วนป้างก็ไปเป็นศิลปินและผู้บริหารในค่ายโซนี่มิวสิค ประเทศไทย และเมื่อปีสองปีก่อนวงโคจรของทั้งสองคนก็วกกลับมาเจอกันที่แกรมมี่ ทำให้ทุกอย่างลงตัว และเมื่อทั้งสองคนมาเจอกัน คำถามที่แฟนๆ ถามคือ “คิดจะทำอัลบั้มใหม่หรือไม่ อย่างไร”

ผมเจอปอนด์แวะเวียนมาบน Twitter บ่อยครั้งเลยถามไปตรงๆ ว่า ขอสัมภาษณ์หน่อย พร้อมกับยิงคำถามยาว… เนื้อความทั้งหมดที่ผมลงตรงนี้ไม่ได้ตรงตามที่คุณปอนด์เขียนเป๊ะๆ ทีละ 140 คาแรกเตอร์ แต่ว่ากันตามใจความหลัก และเรียบเรียงเพื่อความสะดวกในการอ่าน

่@jakrapong: ผมเพิ่งซื้ออัลบั้มของ The Famous Five ที่เอาเพลงของพวกคุณมา Cover ใหม่ คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่มีคนเอางานเก่ามาทำใหม่
@poundhydra: อัลบั้มของ The Famous Five เป็นอัลบั้ม Tribute ที่ทางค่ายของคุณดัง (พันกร บุญยะจินดา) เขาติดต่อมาครับ ซึ่งทางเราก็ยินดี

@jakrapong: ผมเคยสัมภาษณ์คุณเมื่อหลายปีก่อนว่ามีสิทธิ์จะรวมตัวกันใหม่ไหม ตอนนั้นทั้งคุณและป้างต่างก็เงียบไปทั้งคู่ ไม่ได้ตอบอะไรกับสื่อ คุณคิดว่าคงจะทำอัลบั้มชุด 2 ของไฮดร้าแน่นอน?
@poundhydra: ผมกับป้างกำลังคิดกันอยู่ มีหลายเรื่องที่ต้องคิด

@jakrapong: เป็นเพราะซีดีขายไม่ได้แล้วด้วยหรือเปล่า
@poundhydra: ผมยอมรับว่ามันก็มีส่วน ยอดขายซีดีมันไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน แต่การแสดงสดก็ยังคงไปได้

@jakrapong: แล้วล่าสุดที่คุณเล่นคอนเสิร์ตกัน รู้สึกไหมว่าควรจะทำอัลบั้มชุดสอง
@poundhydra: ตอนนี้ส่วนตัวผมเองไม่มีปัญหาอะไร รอพี่ป้างคิดเนื้อเพลงออกมาก่อน แล้วก็ต้องดูกระแสแฟนเพลงด้วยครับว่ายังให้การต้อนรับไฮดร้าเหมือนเดิมไหม

@jakrapong: แต่จากเพลงดังๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น “ไว้ใจ” “ดึกแล้ว” “ตัวปลอม” “ชุดแดง” และอีกหลายต่อหลายเพลง ก็ยังมีวิทยุเล่นจนถึงเดี๋ยวนี้ คงไม่ต้องรอกระแสแล้วมั้งครับ
@poundhydra: ก็อย่างที่บอก มันมีเรื่องต้องคิดเยอะจริงๆ ครับ ยอมรับว่าเคยคุยกับพี่ป้างเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้เรากำลังจะมีเซอร์ไพร์สแฟนเพลง

@jakrapong: อะไรเอ่ย
@poundhydra: แหม บอกไปก็ไม่เซอร์ไพร์สสิครับ แต่ว่าวันที่ 13 มีนา ผมฝากด้วยครับเราจะมีคอนเสิร์ต A Tribute to Hydra และแน่นอนว่าชุด 2 จะเกิดไม่เกิด แล้วแต่กระแสของแฟนเพลงใน Twitter ด้วย อยากให้แฟนๆ เรียกร้องเข้ามาเยอะๆ ถ้ามีมาเยอะ เราจะทำชุดใหม่ครับ

@jakrapong: คุณพูดแบบนี้เพื่อกดดันให้ค่ายเพลงทำหรือเปล่า แล้วคงจะเป็นแกรมมี่แน่นอน?
@poundhydra: เฮ้ย ไม่ใช่นะ ผมเพียงแต่บอกว่าโอเค เราคิดที่จะทำงานตรงนี้ แต่ส่วนผสมทั้งหมดต้องลงตัวก่อน ทั้งป้างกับผม แต่ถ้าเราทำ ก็ต้องเป็นแกรมมี่แน่นอน เพราะทั้งผมกับป้างอยู่แกรมมี่แล้วในตอนนี้

*ข้อมูลจากวิกิพีเดียไทย: สมาชิกวงไฮดราได้ประกาศรวมตัวอีกครั้งเพื่อขึ้นคอนเสิร์ต “The Famous Five A Tribute To Hydra” ในวันที่ 13 มีนาคมพ.ศ. 2553 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก โดยเป็นการแสดงสดของศิลปิน 5 วงที่นำเพลงของวงไฮดรามาขับร้องใหม่ ภายใต้การดูแลของ พันกร บุณยะจินดา และวงไฮดราในฐานะศิลปินต้นฉบับก็ได้ร่วมขึ้นเวทีในครั้งนี้ด้วย จองตั๋วกันเลย

ส่วนวันที่ 8 เมษายน ทางเบียร์สิงห์ ก็ช่วยจัดด้วยครับ ตอนนี้ทางไฮดร้ากำลังอยากออกทัวร์ มีอะไรติดต่อ –> ทัวร์คอนเสิร์ต สิงห์-ไฮดร้า มาแล้วๆๆ เริ่มอาละวาด กุมภานี้ ติดต่อจองคิวไฮดร้า ที่คุณดอน : 086-6995254 , 086-3093869 และ GMM หรือคุยกับคุณปอนด์ได้ที่ Facebook profile ของคุณปอนด์ได้เลย

ใครที่เป็นแฟนวงไฮดร้า ก็มาเชียร์กันมากๆ นะครับ เพราะมันมีส่วนที่ว่าพวกเขาจะทำชุด 2 ออกมาหรือไม่

Categories: Journalism, Music ป้ายกำกับ:,

Bon Jovi – The Circle

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 7, 2010 4 ของความคิดเห็น

ไม่เคยอายที่จะบอกใครๆ เลยว่าผมเป็นแฟนเพลงของ Bon Jovi ขนานแท้ ถึงขั้นที่กล้าไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ถ้าเกิดคิดจะจัดกันขึ้นมาล่ะก็ สำหรับคุณผู้อ่านที่ไม่ค่อยติดตามวงการเพลงเท่าไหร่ ก็ขออธิบายว่าที่ต้องบอกว่าไม่เคยอาย เพราะ Bon Jovi มักจะขึ้นชื่อว่าขายแต่นักร้องหล่อ (Jon Bon Jovi) แต่จริงๆ แล้ววงดนตรีวงนี้มีอะไรมากกว่าที่เราเห็นนะครับ ไม่งั้นอาจจะไม่หลุดรอดมาจากช่วง “ทรุด” ของดนตรีเฮฟวี่เททัลในยุค ต้นๆ 90 มาอย่างทุกวันนี้หรอก

สำหรับประวัติของวงผมคงไม่ลงรายละเอียดอะไรมาก อยากอ่านละเอียดๆ เชิญที่นี่เลยครับ ถ้าอยากฟังเพลงทั่วๆ ไป ดูมิวสิควิดีโอ ก็ไปที่นี่ครับ

ล่าสุด Bon Jovi ออกอัลบั้ม The Circle ซึ่งเป็นผลงานชิ้นที่ 11 ของวง ดนตรีของ Bon Jovi หลักๆ จะเป็นฝีมือของ Jon Bon Jovi กับ Richie Sambora และ Producer ที่มาร่วมดูแลการผลิตในแต่ละชุดจะเป็นคนปรับซาวด์โดยรวมให้อีกที เพื่อให้แต่ละชุดมีความโดดเด่นและร่วมสมัย อย่างอัลบั้มนี้ก็ได้จ้าง John Shanks Producer ที่เคยทำงานร่วมกับศิลปินเลื่องชื่อหลายต่อหลายคน อย่าง Sting, Sheryl Crow, Santana, Fleetwood Mac, Chris Isaak, Rod Stewart หรือแม้กระทั่งศิลปินรุ่นใหม่ๆ อย่าง Kelly Clarkson

ไล่กันทีละเพลงนะครับ
We weren’t born to follow – เพลงเร็วเปิดอัลบั้ม ทางคอร์ดสวย เสียงผสานดีตามสไตล์ Bon Jovi เป็น “เพลงขาย” ที่ฟังทีเดียวติดหู
When we were beautiful – เพลงร็อกที่มีชั้นเชิงในการแต่งอยู่ในขั้นดีมาก เริ่มจากอินโทรแช่มช้า ไล่ขึ้นมาเป็นความเร็วระดับมิดเดิล และไล่ไปถึงร็อกแตกหักช่วงท้ายเพลง
Work for the working man – ร็อกแบบฉบับ Bon Jovi ขนาดแท้ เดินไลน์เบสแน่นๆ ขึ้นมา คล้ายๆ Livin’ on the Prayer เนื้อเพลงเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันดี
Superman tonight – เป็นเพลงร็อกเนี้ยบๆ ที่ฟังแล้วสุขุมดี ผมไม่เคยได้ยินเพลงแบบนี้จากพวกเขาเลยนับตั้งแต่อัลบั้มเดี่ยว Destination Anywhere ของ Jon Bon Jovi เพลงนี้น่าสนใจที่การสับคอร์ดที่ผสานกับคีย์บอร์ดของ David ได้กลืนกันมากๆ ทำให้เพลงนี้เด่นในด้านการเรียบเรียงเสียงประสานมากๆ
Bullet – ผมไม่ได้ประทับใจอะไรกับเพลงนี้มากมายนัก ทำนองมันใช้ได้ ที่น่าสนใจคือท่อนโซโล แต่ดันทำซะสั้นจนผมเซ็ง
Thorn in my side – เพลงนี้น่าสนใจตรงที่เป็นฝีมือของพวกเขาล้วนๆ ไม่ค่อยใส่อะไรเข้ามาปรุงแต่งเสียงมากนัก ดิบๆ สนับสนุนการแสดงสดดี
Live before you die - เพลงช้าประจำอัลบั้มที่พวกเขาถนัด และทำได้ดีมาทุกๆ ชุด ไม่มีอะไรแตกต่างกับทุกๆ ชุดที่ผ่านมา แต่ก็เพราะดี ฟังติดหูแบบไม่ต้องคิดมากครับ แนะนำให้อ่านเนื้อเพลงครับ ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของเขาครับ
Brokenpromiseland – ไม่เข้าใจว่ามันจะเขียนชื่อเพลงให้ติดกันไปทำพระแสงของ้าวอะไร ผมชอบสไตล์การเรียบเรียงไลน์กีตาร์ของเพลงนี้ครับ คีย์บอร์ดโซโลลงตัวดี ทั้งเพลงไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษ
Love’s the only rule – เพลงนี้คีย์บอร์ดเป็นพระเอก ต้องบอกว่ามีไม่กี่ครั้งหรอกครับที่ตา Jon & Richie จะปล่อยให้ David มือคีย์บอร์ดได้มีส่วนมากเท่านี้ แต่ผมแอบเดาว่าจริงๆ เป็นเพราะ Producer ชุดนี้เขาแม่นเรื่องเสียงประสานมากกว่า ถึงไม่ได้เด่นอะไรแต่ก็ฟังลื่นไหลไปกับเพลงอื่นๆ ได้ดี
Fast cars – ผมว่าเพลงนี้เป็นพ็อพร็อกที่ใช้ได้เพลงหนึ่งครับ แต่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเท่าไหร่
Happy now – เนื้อเพลงแต่งดีครับ ให้กำลังใจคนกำลังตามหาฝันดี ทำนองไม่เด่นเท่าไหร่ รวมๆ แล้วกลางๆ
Learn to love เพลงปิดท้ายอัลบั้ม ฟังแล้วเหมือนฟังหลวงพ่อสวดยังไงชอบกล เนื้อหาดีครับ แต่ดนตรีขอผ่าน

สรุปแล้ว ในฐานะแฟนเพลงของ Bon Jovi ติดตามกันมาทุกอัลบั้ม มีหนังสือ มีบทสัมภาษณ์เก็บไว้ มี Boxset กี่อันซื้อหมด ผมรู้สึกว่าชุดนี้ผมให้ B- สาเหตุที่ให้แค่ B- เพราะหลายๆ เพลงในอัลบั้มนี้อ่อนพลังลงไปมาก เมื่อเทียบกับผลงานในยุคเก่าก่อนของพวกเขา คงต้องยอมรับว่าช่วงที่พีคที่สุดของ Bon Jovi จะเป็นอัลบั้ม Slippery when wet ที่มีเพลงชูโรงอย่าง Livin’ on the Prayer, Dead or Alive และอัลบั้มถัดมาอย่าง New Jersey ที่มีเพลงอย่าง Bad Medicine, I’ll be there for you และเมื่อเอาไปเทียบกับอัลบั้มยุคหลังๆ ยุคที่ Bon Jovi เปลี่ยน Sound ให้ร่วมสมัยขึ้น อัลบั้มนี้ก็ยังสู้อัลบั้ม Crush ที่มีเพลงเด่นอย่าง It’s my life, Thank you for lovin’ me ไม่ได้อยู่ดี

ผมเลยขอฟันธงดื้อๆ ว่า The Circle เป็นอัลบั้มพ็อพร็อกที่มีคุณภาพพอตัว ทำนองแต่งสวย การเรียบเรียงเสียงประสานเรียบง่าย ไม่โฉ่งฉ่าง โดยเฉพาะการเรียบเรียงท่อนคอรัสที่เป็นจุดเด่นของวงและ Producer คนนี้อยู่แล้ว ทำให้อัลบั้ม The Circle มีเชิงศิลป์ที่ดีขึ้นกว่า Lost Highway ที่หลุดออกไปทาง Country ซะเยอะ คนที่ชอบดนตรีพ็อพร็อกในแบบ New Jersey Sound ควรจะซื้อเก็บไว้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟน Bon Jovi ก็ฟังได้

เกร็ดอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Bon Jovi เป็นวงดนตรีที่ Jon เป็นเพียงคนเดียวที่จะเซ็นสัญญากับค่ายเพลง ส่วนสมาชิกที่เหลืออย่าง Richie, David, Tico มีสถานะเป็นลูกจ้างประจำของ Jon อย่างไอ้ตอนปี 1994 ที่มือเบส Alec Jon Such ลาออกจากวง จริงๆ แล้ว Jon เป็นคนขอให้ Alec ออก เพราะฝีมือ Alec ไม่ถึงขั้น Alec ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารหลายๆ เล่มว่า “Jon ไม่ชอบซาวด์ดนตรีของผม เขาเกลียดทุกๆ โน้ตที่ผมเล่น”

เอ้า ฟังกันเล่นๆ ครับ

Categories: Music
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 6,392 other followers