กรงเทพมหานคร


ดึงภาพมาจาก http://market.mthai.com/product/244190

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดเลย ผมเขียนคำว่า “กรงเทพมหานคร” โดยตั้งใจไม่ได้ใส่สระอุ อันนี้ผมคิดเล่นๆ นะครับ คุณผู้อ่านลองดูป้ายทะเบียนรถยนต์ในกทม. ไม่รู้ว่าคุณคิดคล้ายๆ ผมหรือเปล่าว่า ส่วนใหญ่กรอบของป้ายทะเบียนมันจะบังสระอุ จน “กรุงเทพฯ” มันกลายเป็น “กรงเทพฯ” ไปเสียอย่างนั้น เลยพาลทำให้ผมนึกเล่นๆ ว่าชีวิตคนกรุงเทพฯ จริงๆ แล้วเราได้อยู่ในกรุงที่มีเทพมากมายอย่างที่ชื่อบอก หรือว่าเรากำลังอยู่ในกรงที่มีเทพมากมายสถิตย์กันอยู่แบบเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่?

ถึงชีวิตจริง ถ้าเราไม่ได้ฝ่าฝืนกฏหมายบ้านเมือง เราก็คงไม่ต้องเข้าไปอยู่ในคุกในกรง หากแต่ถ้าใจเราปิด อยู่กับเพียงการทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่เปิดให้ชีวิตได้พบเจอแง่งามในหลายๆ ด้านของชีวิตมนุษย์ เราก็อาจจะเหมือนอยู่ในกรง และกับดักที่สังคมมันวางไว้ก็ได้

ผมเองรู้สึกว่าบางทีตัวเองก็อยู่ในกรงมากไปหน่อย แล้วคุณล่ะอยู่ในกรุง หรืออยู่ในกรง?

ฟังเสียงผู้บริโภคออนไลน์ด้วยวิธีง่ายๆ

ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร Positioning ฉบับที่ 73 เดือนมิถุนายน 2553 หน้า 160-161 หน้าปก iPad เล่มนี้ Positioning ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 7 แล้ว ยินดีไปกับเขาด้วย แป๊บๆ เขียนคอลัมน์กับนิตยสารเล่มนี้มาจะครบปีแล้ว
- – - – -

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่นักการตลาดจำเป็นต้องทำก็คือการ “ฟัง” และทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค สมัยก่อนบริษัท จำเป็นต้องพึ่งพาบทวิจัย บทสำรวจทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณจาก สำนักต่างๆ ที่มีราคาค่างวดสูง สมัยนี้พอมีอินเทอร์เน็ตอะไรๆ ก็ดูสะดวกง่ายดายไปเสียหมด เพราะเรามีเครื่องมือในการ รับฟังผู้บริโภคมากขึ้น และ “เครื่องมือในการฟังเสียงผู้บริโภค” คือสิ่งที่ผมจะเอามาแชร์ กับคุณผู้อ่านในวันนี้…

ต้องขอออกตัวก่อนว่าเครื่องมือที่ผมจะนำมาแชร์วันนี้อาจยังเทียบ กับบทสำรวจราคาแพงไม่ได้ แต่มันก็ทำให้เราสามารถรู้คร่าวๆ ได้ว่าคนทั่วไปคิดอย่างไรกับแบรนด์ของเรา และเราจะทำแบรนด์ของเรา ให้น่าติดตามได้อย่างไร

http://search.pantip.com

Pantip.com เป็นเว็บบอร์ดคุณภาพของไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมานับสิบปี ซึ่งใช้ Search Engine ไทยชื่อ Smart Office ในการค้นหากระทู้ต่างๆ ในเว็บโดยเฉพาะตรงส่วน Café ที่มีคนเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับทุกๆ เรื่องตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ตลอดจนสินค้าและบริการ ต่างๆ ด้วย
สำหรับ Pantip เนื่องจากมีกระทู้สดๆ ร้อนๆ วันหนึ่งเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ช่วยเราได้ก็คือการ Search ค้นหาคำที่เกี่ยวเนื่องกับแบรนด์ของเรา อย่างเช่น ผมทำงานที่ Samsung ผมก็เข้าไปเสิร์ชที่นี่

จากนั้นผมก็ใส่คีย์เวิร์ดที่น่าจะเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของผม ในห้องมาบุญครองที่คนคุยกันเรื่องมือถือซะเยอะ เช่น ผมกำลังจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ออก (ในกรณีนี้คือ Samsung Galaxy S) ผมอยากรู้ว่าตอนนี้ในตลาดมี ความคิดเห็นอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ผมก็จะต้องนึกถึงคีย์เวิร์ดที่ “Samsung Galaxy S” หรือ “SS Galaxy S” “Galaxy S” “Samsung Android” หรือ “ท้าชนไอโฟน”

จากนั้นเราก็จะพบครับว่ามีผู้บริโภคพูดถึงโทรศัพท์ของแบรนด์เราว่าอย่างไรบ้าง พูดไปในทางไหน บวกหรือว่าลบ ถ้าบวกบวกอย่างอย่างไร หรือถ้าลบ มันลบอย่างไร เพราะเราอาจอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจได้โดยตรง ผ่านทางเว็บบอร์ดไปเลยก็ได้ อย่างกรณีของผมที่เจอคือมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยพอใจศูนย์บริการ ผมก็เอาเรื่องนี้ไปคุยกับทีมงานเพื่อประสานงานต่อเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ เป็น Research & Development ย่อยๆ ได้เลยทีเดียว

http://search.twitter.com/advanced

ถัดจาก Pantip มา แน่นอนว่า Twitter ก็เป็นแหล่งที่คนเข้ามาแชร์ความ คิดเห็นกันค่อนข้างมาก ลักษณะการทำงานโดยทั่วไปของ Twitter Search ก็ดูไม่แตกต่างจาก Pantip Search มากนัก แต่ Twitter เป็นเว็บฝรั่ง ถ้าผมใส่คีย์เวิร์ดแค่ “Samsung Home theater” อย่างเดียว ก็จะแสดงผลว่าคนต่างชาติทั่วโลกทวีตถึงสินค้าของผมอย่างไร ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของผมเลย

โชคดีที่ว่าทาง Twitter นั้นมี Advanced Search ให้เราเลือกค้นหาเฉพาะข้อความทวีตที่เป็นภาษาไทยได้ด้วย ดังนั้นเมื่อผมเข้าไปที่ Twitter Search แล้วจัดการเลือกภาษาไทยซะ แค่นี้เราก็จะเห็นว่าคนไทยซึ่งทวีตว่าอย่างไรถึงสินค้าและบริการของเรา เมื่อเราพบว่าดีก็ควรพัฒนาต่อไป เมื่อพบว่าอะไรไม่ดีก็ต้องรีบแก้ไข
และที่สำคัญที่สุด Twitter เป็นแหล่งข้อมูลแบบ Real-time ครับ มันจะทันใจมากๆ

Google เจาะลึกการค้นหา

สำหรับ Google เจาะลึกการค้นหานั้นไม่ได้เน้นว่าเราจะดูว่าคนสนทนากันว่าอย่างไร แต่เราจะดูได้ว่า ณ ตอนนี้มีคนสนใจในสินค้าและบริการของเราแค่ไหน เพราะมันจะโชว์ว่ามีคนเสิร์ชหาสินค้าและบริการของเราแค่ไหน และแสดงออกมาเป็นกราฟให้เห็นได้ชัดๆ พร้อมกับการเลือก ภาษาไทยให้เราได้เลยเช่นกัน เข้าไปลองเลยที่ http://www.google.com/insights/search/?hl=th

Truehits.net

คนทำเว็บไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก Truehits แน่นอน ใครที่อยากรู้ว่า มีคนเข้าเว็บเรากี่คน เข้ามาอ่านกี่หน้า มาจากที่ไหน เพราะปัจจุบันนี้ถ้าจะ กล่าวว่า Truehits เป็นมาตรฐานของวงการเว็บไทยก็คงพูดได้ และบริการตัวหนึ่งของ Truehits ที่น่าสนใจก็คือ Keyword Trend ที่บอกได้ว่าตอนนี้คีย์เวิร์ดไหนที่กำลังฮอตๆ

คุณผู้อ่านอาจจะบอกว่า ที่มีคนเสิร์ชเยอะๆ ในเมืองไทยก็คงเป็น “เกม” “ดูดวง” “เพลง” อยู่แล้ว จะมีอะไรมาเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณได้ อันนี้ทาง Truehits เขาจัดไว้ให้เราถึง 100 อันดับ รวมทั้งยังมีการเรียงลำดับคีย์เวิร์ดฮอตประจำวันด้วยที่ http://directory.truehits.net/keyword.php และนอกจากนี้ถ้าเราอยากรู้เพิ่มเติม สมัครสมาชิก Truehits ก็จะเสิร์ชดูเทรนด์ของคีย์เวิร์ดที่ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีกได้ครับ

อย่างไรก็ตามคุณผู้อ่านคงทราบดีใช่ไหมครับว่าปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ บางทีมันไม่ได้อยู่แค่ว่าสินค้าเราดีแค่ไหน อาจจะอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจ อยู่ที่ความคิดความรู้สึกในเชิงอารมณ์ด้วย ดังนั้นอีกวิธีที่เราจะดูได้คร่าวๆ ก็คือ การดู Status ใน MSN หรือ Group ที่ผู้บริโภคไปร่วมใน Facebook

เดี๋ยวนี้คนมักจะบอกอารมณ์ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ ทำอะไรอยู่ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสินค้าและบริการ อันนี้ก็ดูได้คร่าวๆ และที่สำคัญโดยเฉพาะ Facebook นั้น เวลาเราลงโฆษณา เราจะมีข้อมูลที่ลึกกว่า Demographic นั่นคือ Psycho-graphic ที่ลึกไปถึงความคิดความรู้สึกทีเดียว

ท้ายสุดนี้นอกจากเครื่องมือในการที่จะ “ฟัง” เสียงของผู้บริโภคแล้ว ผมยังอยากจะหยอดวิธีการรายงานผลต่อทีมงานการตลาดและผลิตภัณฑ์อีกสักนิด นั่นคือ
เวลาเราได้ข้อมูลทั้งหมดจากเครื่องมือข้างต้นมาแล้ว เราควรจะลงไปในรายละเอียดในเนื้อหาของการแสดงความคิดเห็น ทั้งทาง Pantip, Twitter, Blog, Webboard ต่างๆ

เสร็จแล้วแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วนแบ่งเป็น Positive (บวกสุดๆ), Neutral (ไม่ชมไม่ด่า พูดถึงเฉยๆ), Negative (ก่นด่า) ส่วนใครอยากให้ละเอียด กว่านี้ก็ลองแบ่งเพิ่มเติมได้ครับ เช่น Positive Negative มากหน่อย หรือน้อยหน่อย เหมือนให้เกรด B+ B- ทำนองนี้ ก็จะทำให้เราตีออกมาเป็นตัวเลขได้ว่าผู้บริโภครู้สึกกับสินค้าและบริการของเราอย่างไรได้คร่าวๆ และน่าเชื่อถือพอสมควรครับ

ปล. ในเมืองนอกเขาจะมีบริษัทที่จัดการทำ Social Media Measurement Tools ขึ้นมาเยอะมาก หลายๆ เจ้าก็สนับสนุนภาษาไทยด้วย ลองเข้าไปเล่นเว็บพวกนี้ดูนะครับ น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยครับ
- http://www.icerocket.com/ (รองรับภาษาไทยบางส่วน)
- http://www.trackur.com/ (ยังไม่รองรับภาษาไทย)
- http://www.jamiq.com/

วิธีเขียนบล็อกเวลาไอเดียตันด้วยสูตรเลข 5

เคยเป็นแบบผมไหมครับ อ่านๆ ข้อความบน Twitter กับ Facebook แล้วเหลือบไปเห็นข้อความที่คนชอบ Retweet หรือ Like กันเยอะมากก็คือบทความประเภท How to ที่ชอบให้มีตัวเลขมานำในบทความก่อน เช่น 5 วิธีในการใช้ Social Media อย่างมีประสิทธิภาพ, 5 วิธีสุดยอดในการเพิ่ม Follower บน Twitter, 10 สุดยอดเว็บไซต์ที่คุณต้องเข้า , 10 วิธีในการสอยเธอคืนนี้อย่างเนียนๆ, 10 วิธีพิชิตใจชาย, 10 วิธีเร้าอารมณ์เธอ อะไรก็แล้วแต่ แต่ถึงมันจะน่าเบื่อ เซ็งโคตรแค่ไหน แต่คนก็ยังคลิก เพราะคนจำนวนมากชอบอ่าน How to (อย่างน้อยหนังสือ How to ก็ยังขายดี) จริงไม่จริงไม่รู้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร เอามาอ่านก่อนแล้วค่อยว่ากัน

อย่างไรก็ตามประเด็นที่ผมมาบ่นๆ อยู่นี่ ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้ามองอีกแง่นึง ไอ้ 5 วิธี 10 วิธีนี่มันก็มีประโยชน์สำหรับ Blogger เหมือนกัน คือเวลานึกอะไรไม่ออก เช่น อยากเขียนเรื่องการออกเดท แทนที่จะเขียนเป็นบทความยาวๆ แต่นึกประเด็นไม่ออก ดึงตัวเลขมาเลยครับ สมมุติว่าคุณชอบเลข 5 ก็วางเลย

1
2
3
4
5

วางไว้แบบข้างบนนี้เลยครับลอยๆ ไม่ต้องมีหัวข้ออะไร เสร็จแล้วคุณไปเสิร์ชบทความในอินเทอร์เน็ตมารวบรวม แล้วตบสำนวนใหม่ในแบบของคุณเอง แป๊บเดียวคุณอาจจะได้ออกมาแบบนี้ครับ บอกตรงๆ ว่าห้าข้อข้างล่างนี้ผมไม่ได้คิดเองเลยนะ หาจากเน็ตแล้วตบๆ ให้เข้า 5 ข้อก็พอ อย่างผมไปเจอ http://www.meetnlunch.com./th/tips ก็เลือกเอาเลยครับ ไม่ได้สอนให้ลอกนะ แค่หาแรงบันดาลใจ :) อย่างในบทความนี้เขาเขียนดี สุภาพมากๆ คุณก็ตบด้วยสำนวนโฉดๆ ของคุณ เช่น “เดทแรกให้สร้างความประทับใจ” คุณก็อาจปรับเป็น “เดทแรกอย่าให้ไก่ตื่น” หรือ “อย่าเล่าแต่เรื่องของคุณเอง” ก็เปลี่ยนเป็น “ฟังเธอไว้ก่อนพ่อสอนไว้” ลองอ่านตัวอย่างข้างล่างเลยครับ

1 เดทแรกอย่าให้ไก่ตื่น – สร้างความประทับใจแรกให้กับเธอ (แล้วก็แตกประเด็นไปเรื่องอย่าไปเลท การแต่งตัว น้ำหอม ระวังกลิ่นปาก ถึงคุณจะไม่ใส่น้ำหอมก็เหอะ)
2 ฟังเธอไว้ก่อน พ่อสอนไว้ – พยายามฟังเธอให้มาก แล้วตอบเมื่อเธอต้องการ ผู้หญิงชอบคนฟังเธอ (แล้วตีสำนวนไปว่า เชื่อสิ ไม่มีคนไหนทนฟังเรื่องส่วนตัวคุณนานนักหรอก)
3 สถานที่นัดเดท – ทำการบ้านซะก่อนว่าเธอชอบแบบไหน ถ้านัดกินข้าวดูหนังแบบเบสิค ขอแนะว่าอย่ากินสปาเก็ตตี้เด็ดขาดเพราะมันเลอะง่าย แล้วอาจดูไม่ดีเท่าไหร่ ดูหนังก็อย่าให้มันเป็น ไอ้ถึกเลือดเดือด ให้เป็นหนัง Romantic Comedy ไว้รับรองเวิร์ค แต่อย่าถึงกับ Girly ขนาด Sex in the city 2
4 เตรียมเรื่องคุย – เชื่อว่าหนุ่มขี้อายหลายคนอาจจะไม่มีเรื่องคุยเยอะนัก เราแนะนำว่าให้เตรียมไว้เลยว่าเรื่องแบบไหนที่กำลังอินเทรนด์ ไม่ควรเป็นเรื่องบอลโลก เรื่องนิตยสารที่คุณชอบอ่าน แต่เป็นเรื่องกลางๆ ที่ทั้งเธอและคุณรับได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เรื่องกินเรื่องเที่ยว ถ้าชอบหนังสือหน่อยก็วรรณกรรม เน้นอะไรกลางๆ ไว้ก่อน
5 เป็นตัวของตัวเอง – อันนี้ไม่ได้หมายความว่าชอบใส่เสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้นคีบแตะก็ใส่ไปเลย อันนี้ให้คิดซะว่าคุณกำลัง “โฆษณา” ตัวคุณเองให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน keep positive ไว้ หาจุดขายให้เจอ เช่น คุณชอบดนตรี ก็ชวนคุยเรื่องดนตรี อาจจะไป “คลิก” ต่อมดนตรีของเธอเข้าก็ได้ คุยออกรสไปเลย และที่สำคัญการออกเดทไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ดังนั้นการที่คุณเป็นตัวของตัวเอง ก็จะทำให้เธอค้นพบเสน่ห์ในตัวคุณได้ไม่ยาก และอาจมีรอบ 2 รอบ 3 ต่อไป

5 ข้อข้างบนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ได้ลอกบทความจากในลิงก์มาเลย แต่เอามาคิดต่อ แตกประเด็นต่อ มันก็ลง 5 ข้้อ 10 ข้อได้เอง อาจจะดูไม่ทรงภูมิมาก แต่เหมาะมากครับเวลาใครขัดสนซึ่งไอเดีย ตั้งไว้เลย 5 ข้อ 10 ข้อ 20 ข้อ มากเท่าที่คุณอยากจะเขียน เพราะมันตอบโจทย์ทั้งตัวคุณเองที่รีบเขียนช่วงไอเดียตัน และถูกใจคนอ่าน อ่านก็ง่ายด้วยครับ

ดูยิปมัน อาจารย์บรูซ ลีกันหรือยัง?

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้ดูหนังมานานก็แวะไปดูหนังเรื่อง ยิปมัน อาจารย์บรูซลี ซึ่งเป็นภาค 2 ของ ยิปมัน จ้าวกังฟูสู้ยิบตา หลังจากดูเสร็จออกมาก็รู้สึกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ดีกว่าที่คาดไว้เยอะ โดยเฉพาะฉากการต่อสู้สลับกับเนื้อหาแฝงแง่คิดดีๆ มากมาย สรุปรวมเอาไปเลย 8/10 ถึงขั้นที่ว่าผมดูเสร็จแล้วกลับบ้านไปเช่าภาค 1 มาดูใหม่เลย

ผมไม่ใช่นักวิจารณ์หนังครับ แต่ชอบดูชอบศึกษา พอดูชื่อหนังเขาบอกว่ายิปมันเป็นอาจารย์ของบรูซ ลีก็เลยลองเสิร์ชวิกิพีเดียดูปรากฏว่า อาจารย์ยิปมันมีตัวตนจริงๆ เป็นอาจารย์มวยหย่งชุน มวยซึ่งว่ากันว่าเป็นมวยที่สอนต่อๆ กันมาเฉพาะผู้ที่อยู่ในสายเลือด หย่งชุนก็เลยเป็นหมัดมวยของคนรวย สมัยก่อนอาจารย์ยิปก็เป็นคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีอันจะกินในประเทศจีน ต่อมาพอกองทัพญี่ปุ่นบุกจีน ก็ต้องอพยพหนีไปฮ่องกง พอไปฮ่องกงก็ตั้งโรงเรียนสอนมวยหย่งชุน อาจารย์ยิปมีฝีมือเป็นที่ลือเลื่องไปทั่วทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย จากนั้นลูกศิษย์ของอาจารย์ยิปก็ช่วยกันเผยแพร่ให้มวยหย่งชุนนั้นโด่งดังในระดับอินเตอร์ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ในวิกิพีเดียเขียนไว้ประมาณนี้ครับ

หนังเรื่องนี้ได้ดอนนี่ เยน มาเล่นถึง 2 ภาค เมื่อก่อนผมไม่เคยนึกชอบนายคนนี้เลย แต่ต้องยกให้ทีมแคสติ้งของหนังเรื่องนี้จริงๆ เพราะบทของอาจารย์ยิปจะต้องเป็นคนมาจากสกุลสูงศักดิ์ แต่เข้มแข็งแกร่งแรงกังฟู ซึ่งดอนนี่ เยนเล่นได้ถึงอกถึงใจมาก น่าเสียดายว่าดอนนี่ เยนออกมาประกาศแล้วว่าถ้ามีการสร้างภาค 3 ตนจะไม่รับเล่นแล้ว หนังเรื่องนี้มันมากครับ มีหงจินเป่ากลับมาเล่นด้วย อยากให้ลองดูกัน ใครไม่ใช่แฟนหนังบู๊แอคชั่นแหลกก็จะชอบ ใครชอบดราม่าก็จะชอบ มันเป็นหนังที่มีจุดสมดุลระหว่างสองอย่างนี้ในระดับพอดีๆ

ทุ่นเวลาอ่านหนังสือด้วย GetAbstract.com

ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2553 นิตยสาร Positioning

- – - – -

ปัญหาของนักการตลาดที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือธุรกิจ เห็นจะไม่พ้นเรื่องเวลาที่มีจำกัด วันๆ ต้องวุ่นวายกับการทำงาน จะมีเวลาที่ไหนมาอ่านหนังสือหาความรู้ใหม่ๆ หรือถ้าหากว่าจัดเวลาได้จริงๆ กว่าจะอ่านจบสักเล่มหนึ่งก็ใช้เวลาเยอะ และที่สำคัญเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าหนังสือเล่มที่อ่านนั้นเหมาะกับเราไหม รีวิวหนังสือที่ไหนอาจจะว่าดี แต่อาจจะไม่ดี สำหรับเราก็ได้ ปัญหานั้นจะหมดไปหากคุณลองใช้บริการของเว็บไซต์ GetAbstract.com

GetAbstract.com ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าเป็นเว็บที่มีไว้สำหรับการอ่าน Abstract หรือบทคัดย่อของหนังสือทางด้าน ธุรกิจ โดยทางเว็บไซต์ระบุไว้ว่ามีกองบรรณาธิการที่ทำงานอยู่ในบริษัทด้านมีเดียที่มีชื่อเสียง อย่าง The New York Times, Fortune, Financial Times, BusinessWeek และอื่นๆ เป็นผู้อ่านหนังสือธุรกิจให้กับเราแล้วเอามาย่อความเป็นบทสรุปสั้นๆ ให้เราอ่านกันรวมแล้วกว่า 5,000 เล่มในหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกอ่าน ในแบบ PDF, ไฟล์เสียง MP3, หรือแม้กระทั่ง Kindle

บทคัดย่อที่ว่านี่มันคืออะไร? มีลักษณะอย่างไร?
ลองนึกภาพว่ามีคนทำบทสรุปสั้นๆ 5 หน้าของหนังสือธุรกิจเล่มหนาๆ ให้คุณอ่าน นั่นล่ะครับ ใช่เลย ถ้าคล่องภาษาอังกฤษหน่อย อ่านแป๊บๆ 10-20 นาทีก็จบแล้ว เพราะเขาจะสรุปเอาแต่ใจความสำคัญมาให้เราอ่าน และเรียบเรียงมาได้เรียบร้อยน่าอ่านดีครับ ตอนนี้ทางทีมงานระบุว่ามีทั้งหมด 5,000 เล่ม และกำลังเพิ่มขึ้นทุกๆ ปีประมาณปีละ 50 เล่ม
หนังสือแนวไหนบ้าง?
GetAbstract.com จะรวบรวมแต่หนังสือด้านธุรกิจมาให้คุณ เรียกได้ว่าเหมาะกับนักการตลาดอย่างเราๆ ท่านๆ มากครับ ทางทีมงานจะตรวจสอบหนังสือกว่า 10,000 เล่มในแต่ละปี แล้วคัดเลือกหนังสือที่คัดกันแล้วว่าดี โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือกที่การปรับใช้ได้จริง มีนวัตกรรมและมีสไตล์

ดีจริงหรือ?
หนังสือที่ได้รับคัดเลือกจากทีมงาน ที่เป็นกองบรรณาธิการอยู่ในบริษัทมีเดียที่มีชื่อเสียงต่างๆ จะถูกนำมาคัดย่อ เสร็จแล้วกองบรรณาธิการภายในบริษัท GetAbstract จะนำบทคัดย่อมาเกลี่ยอีกประมาณ 4 รอบก่อนที่จะส่งให้ทาง เจ้าของหนังสือ (ในที่นี้อาจจะเป็นสำนักพิมพ์หรือผู้แต่งหนังสือเองก็ได้) เพื่อตรวจสอบว่าใจความไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ เรียกได้ว่าการันตีคุณภาพกันได้ในระดับหนึ่งทีเดียว นอกจากนี้หนังสือที่ทางทีมงานคัดมายังรวมไปถึงหนังสือในเครือ Harvard Business Press ด้วย ส่วนตัวผมเองลองใช้บริการแล้วก็พอใจครับ

ฟรีหรือเปล่า?
ของฟรีไม่มีในโลกครับ แต่สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจ ทีมงานเขามีตัวอย่างให้อ่านกันเรื่องสองเรื่องก็ลองเข้าไป ดาวน์โหลดอ่านกันได้ฟรี ถ้าหากว่าชอบก็สมัครสมาชิกบอกรับบทคัดย่อหนังสือธุรกิจได้เลย โดยคุณสามารถเลือก ได้ครับว่าจะเอาหนังสือประเภทอะไร มี 12 หมวดหลักให้เลือก Leadership & Management , Strategy, Sales & Marketing, Finance, Human Resources, IT, Production & Logistics , Career & Self-Development , Small business, Economics & Politics , Industries, Intercultural Management, Concepts & Trends และยังมีหมวดย่อยลงไปอีกเยอะทีเดียวครับ ลองดูภาพข้างล่างสิครับ

ประสบการณ์การใช้งาน
ก่อนที่จะเอามาเขียนลง Positioning ผมทดลองด้วยการสมัครเป็นสมาชิกด้วยตัวเองก่อนเลยครับ เขาจะมีแพคเกจให้เราเลือก 2 แบบ แบบแรกคือ Gold package ที่จะเปิดให้เราเข้าถึงคลังหนังสือเขาได้ไม่จำกัด แถมมีบทคัดย่อหนังสือที่คิดว่าเราน่า จะสนใจ (ทางทีมงานจะดูจากโปรไฟล์ของเราที่กรอกตอนสมัครสมาชิก ว่าชอบหนังสือแบบไหน) มาให้ทุกๆ อาทิตย์ สำหรับผมตังค์ไม่เยอะ ก็ขอแค่ Silver package ก่อน โดยผมจะมีสิทธิ์อ่านแค่ปีละ 30 เรื่องเท่านั้น และมีบทคัดย่อส่งมาให้สองอาทิตย์ครั้งนึง

ผมเองรู้ว่าหนังสือดังๆ อย่าง Freakonomics นั้นดีแน่ แต่ยังไม่แน่ใจอยากอ่านสรุปก่อน ก็เลยเลือกมาลองอ่านดู ดาวน์โหลดลงเครื่อง Amazon Kindle ก็อ่านสะดวกเลยครับไม่ต้องมานั่ง print กันออกมาอีกที เนื้อหาก็กระชับได้ใจความ ผมอ่านไปเรื่อยๆ แป๊บๆ ก็จบครับ นอกจากนี้เรายังดาวน์โหลดมาเป็น PDF แจกเพื่อนๆ ก็ได้นะครับ หรือถ้าหากว่าคุณเป็นผู้บริหาร คิดว่าเว็บไซต์นี้มีประโยชน์ ทาง GetAbstract.com เขามี Corporate solutions ให้ครับ ซึ่งจะมีอะไรมากกว่าแค่บทคัดย่อหนังสือธรรมดาๆ แต่จะเน้นไปในเรื่องเน้นให้พนักงานใน บริษัทคุณเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และสั่งให้บริษัท GetAbstract คัดย่อเนื้อหาให้ก็ได้ และเขามีลูกค้าบริษัทใหญ่ๆ เยอะนะครับ อย่าง Boeing, Microsoft, UBS, Johnson & Johnson, Deutsche Post, Ernst & Young, Credit Suisse, Novartis, Roche, Dell และ SAP

ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือที่มากขึ้นในเวลาที่สั้นลงครับ

เพลงดีๆ อีกเพลงของ Friday ในเวลาที่บ้านเมืองไม่ปกติ

ลืมแล้วหรือเปล่า(Forget)
Artist : Friday
Album : Color Code 02: Lavender / Label : Spicydisc

มันก็เป็นธรรมดา ที่คนเราจะไม่เหมือนกัน
มีหัวใจคนละดวง มันก็เลยต่างคิดต่างฝัน
แต่ว่าในวันนี้ จะปล่อยไปแบบนี้
ฉันก็เริ่มกลัว ว่ารักที่มีอาจจะต้องเสียไป

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
ทำไมเราเหมือนไม่รักกัน
ทำไมมันไม่เหมือนก่อนนั้น
เธอกับฉัน เราเปลี่ยนไปได้ยังไง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
แบบคนที่รักกัน จะต่างยังไงก็เข้าใจ

มัวแต่มองว่าไม่เหมือนกันยังไง ใจก็ยิ่งห่าง
มัวแต่มองแต่ความคิดของตัวเอง คงยิ่งอ้างว้าง

ถ้าหากว่ายังรัก (ก็เป็นเพราะรัก)
ก็ไม่อยากจะหมางหรือเมินกันไป
อย่างนั้น ได้โปรดอย่าทําร้ายรักเรา

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
ทำไมเราเหมือนไม่รักกัน
ทำไมมันไม่เหมือนก่อนนั้น
เธอกับฉัน เราเปลี่ยนไปได้ยังไง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
แบบคนที่รักกัน

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
ทำไมเราเหมือนไม่รักกัน
ทำไมมันไม่เหมือนก่อนนั้น
เธอกับฉัน เราเปลี่ยนไปได้ยังไง

ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า
วันที่เราเคยรักกัน ยังจําได้ไหม
กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
แบบคนที่รักกัน จะต่างยังไงก็เข้าใจ

ความเห็นเล็กๆ จากใจผู้บริโภคถึงเว็บโฆษณาไทยที่ใส่ Flash เยอะๆ

วันก่อนผมเห็นเว็บบริษัทตัวเองมี Flash เยอะมาก รู้สึกไม่ค่อยชอบเพราะมันโหลดช้า ผมแค่ต้องการหาข้อมูลเท่านั้นเอง ทำไมต้องให้มาโหลดอะไรยุ่งยากแบบนี้ ก็เลยลองถามเพื่อนๆ ใน Facebook + Twitter ว่า “ในฐานะผู้บริโภค คุณว่าเว็บโฆษณาสินค้าและบริการต่างๆ ด้านดิจิตอล จำเป็นไหมที่จะต้องมี Flash สวยๆ อนิเมชั่นตื่นตาตื่นใจ?” คำตอบที่ได้รับคือ 80% บอกว่าไม่ต้องการ อยากให้เน้นเนื้อหามากกว่า ขี้เกียจรอโหลด 15% ที่เหลือบอกว่าอยู่ตรงกลางดีกว่า มีให้พอดีๆ บางเว็บมันรกไป 5% บอกว่าจำเป็นอยู่เพราะยังไงก็ดูดี มันทำให้เราคิดได้จริงๆ ว่าต่อไปจะทำอะไรกับเว็บเรา ดูรายละเอียดกันเลยนะครับ อันนี้ผมลอกมาจาก Facebook ผมเอง

คิดว่าจพเป็นต้องมี flash จ้า แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตาตื่นใจ เอาให้มันง่ายและสะดวกต่อการใช้ มัน user friendly แล้วก็น่าสนใจกว่าอะ ^^

ในฐานะผู้บริโภค ผมคิดว่าถ้ามีในปริมาณที่เหมาะ สม ไม่ถึงกับต้องตื่นตาตื่นใจ แต่ดูแล้วฉลาดและสร้างสรรค์ ผมว่าดีครับ จุดหนึ่งมันสร้าง ความรู้สึกให้ผมว่า เออ ดูแล้วแปลกใหม่, สามารถนำเสนอมุมมองใหม่ๆให้ผมเห็นได้บนภาพเคลื่อนไหว, เห็นคุณสมบัติของสินค้าได้ชัด เจนขึ้น (แม้ว่านั่นคือการโฆษณาให้ดู ดีก็เถอะ), ทำให้ผมมั่นใจในตัวสินค้าได้มากกว่า ฯลฯ สิ่งทั้งหมดพวกนั้น เป็นปัจจัยในการโน้ม น้าวให้ผมสนใจและซื้อสินค้า ได้ครับ

Flash เป็นส่วนนึงที่ทำให้ Content ดูน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า.. แต่ในกรณีอื่นถ้า Content น่าสนใจอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ Flash เพราะว่าบางทีมันก็ไปโหลด resource เวลาเข้าดูหน้าจอนั้นๆ.. :D

ไม่จำเป็นครับ เพราะดูแล้วรกรุงรังไปเปล่าๆ แล้วทำให้เสียเวลาโหลดนาน

ต้องไม่มาก ไม่น้อยเกินไป .. บางอันก็ดูเยอะเกินไปจริง ๆ

ไม่ดีกว่า ขอแค่มีข้อความโดน ๆ ครบถ้น ไม่เยอะกินน่าอ่านกว่าว่ะ

ไม่จำเป็นครับ ขึ้นอยู่กับ Content ที่จะนำเสนอมากกว่า ว่าให้ข้อมูลในการตัดสินใจต่อ ผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้อาจจะใช้ ajax แทนก็ได้ครับ สามารถทำให้ดูตื่นตาตื่นใจได้เช่นกัน อีกทั้งยังไม่ต้องโหลดนาน ไม่ต้องติดตั้ง plugin ก็เล่น/ดูเว็บได้แล้ว

ทั้งหมดนี้ผมกำลังจะบอกอะไร? ทั้งหมดนี้ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่า แนวทางการทำเว็บโฆษณา มันน่าจะมีการคุยกันในรายละเอียดที่ลึกลงไปอีกว่าผู้บริโภคเขาต้องการอะไร เว็บโบรชัวร์ชั่วคราวดูแล้วทีเดียวจบไป หรือว่าเว็บที่ดูได้บ่อยๆ มีเนื้อหาอัพเดทเรื่อยๆ แบบเว็บแนวสื่อทั่วไป แบบไหนจะน่าดูกว่ากัน จุดพอดีอยู่ที่ตรงไหน นักโฆษณากับนักการตลาดต้องสร้างจุดสมดุลย์ที่ตรงนี้ให้ได้

เพราะผู้บริโภคนี่แหละคนจ่ายเงินเดือนพวกเราตัวจริง ไม่ฟังเขาแล้วจะฟังใคร

หนอนอัพเดท: “ต่าย ขายหัวเราะ”, “แมงกะพรุนถนัดซ้าย”

ต่อไปนี้มีหนังสืออะไรจะเอามาอัพเดทนะครับ ส่วนใครที่ Follow ผมใน Twitter ตามอ่านได้ที่ “#mybooklist” ละกันนะครับ

เมื่อวานแวะ B2S ซื้อหนังสือมาสองเล่ม เล่มแรกผมอ่านจบแล้ว
All about ต่าย ขายหัวเราะ – 30 ปีแห่งความขำ ชีวิตมหาสนุก ที่ไม่เคยหมดมุก” หนังสือที่คุณภักดี แสนทวีสุข เจ้าของนามปากกา “ต่าย ขายหัวเราะ” นักวาดการ์ตูนชื่อดัง ผู้วาดและเขียนปังปอนด์ ในหนังสือเล่มนี้นอกจากเราจะได้อ่านการ์ตูนเก่าๆ สมัยแรกที่คุณต่ายแกวาด ยังได้รู้อีกว่าคนที่มี “ใจรัก” ในเรื่องอะไรสักเรื่อง ถ้าเอาจริง ยังไง๊ยังไงมันก็ต้องสำเร็จครับ นอกจากนี้เราจะยังได้เห็นปังปอนด์ตัวจริงของคุณต่ายด้วยครับ ใครที่เป็นแฟนขายหัวเราะ ผมแนะนำว่าน่าจะหามาอ่านนะครับ ใครชอบวาดการ์ตูนยิ่งขาดไม่ได้ เพราะคุณต่ายแกบอกหมดเลยว่าแต่ละวันแกพัฒนา “แก๊ก” ของแกได้อย่างไร เวลาแซวบอกอวิติ๊ดของแกนี่แกมีที่มาอย่างไร

“แมงกะพรุนถนัดซ้าย” หนังสือชุด “คุยกับประภาส” ลำดับที่ 8 เล่มนี้คงไม่ต้องสาธยายอะไรกันมาก คุ้มมากๆ ครับ ใครที่อ่านคอลัมน์ “คุยกับประภาส” ในมติชน คงรู้ว่าคุณจิกแกมีคมความคิดแสบๆ คันๆ มันๆ อย่างไร ถ้าเคยอ่านบางเล่มก็ไปเช็คได้นะครับ ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์เขาออกมาทั้ง 8 เล่มพิมพ์กันใหม่หมด ถ้าใครไม่เคยอ่านเลย จะให้ดีควรจะซื้อมาทั้ง 8 เล่มเลยครับ มี Blogger ชื่อคุณ chelie รีวิวไว้น่าสนใจดีครับ เดี๋ยวขอตัวไปอ่านเล่มนี้ก่อน

รายการขายของที่ผมคิดว่าน่าจะชอบกัน (UPDATE กติกา)

Disclaimer: พื้นที่นี้ปกติผมจะมีไว้อัพเดทความคิด ความรู้สึกส่วนตัว รวมถึงบทความที่ผมเขียนลงนิตยสารในเรื่องการตลาดออนไลน์ แต่วันนี้พอดีเจ้ามือถือ Samsung Galaxy Spica มันมีเรื่องอัพเดท 2 เรื่องคือ ตอนนี้เราปล่อยให้อัพเกรดเป็น Android เวอร์ชั่นล่าสุด 2.1 ได้แล้ว และแถมมีโปรโมชั่นลดราคา ทั้งหมดนี้ไปดูได้ที่ http://www.samsung.com/th/spica_upgrade/ ส่วนข้างล่างต่อไปนี้ เป็นแคมเปญรายการขายของอีกเช่นกัน แต่ผมว่า มันเหมาะสำหรับ Blogger และ Tweeple อย่างคุณ อย่างผม (ถ้าผมไม่ได้ทำงานซัมซุง ผมก็จะเอาด้วยเหมือนกัน)

ถ้าหากว่าไม่ชอบเล่นอะไรพวกนี้ก็ ignore ไปก่อนนะครับ แต่ถ้าหากอยากลองฝึกฝนทักษะ “การเขียน” และถ้าชนะ คุณก็จะได้มือถือ Samsung Galaxy Spica ไปใช้ฟรีๆ ;) ก็อ่านกันได้เลยครับ

- – - – - – - – - -

สวัสดีครับ

วันนี้คุณผู้ใช้ Samsung Galaxy Spica คงเห็นว่าเราทำอะไรออกมาหลายอย่างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้อัพเกรด ระบบปฎิบัติการ Android 2.1 รุ่นล่าสุด พร้อมทั้งโปรโมชั่นพิเศษส่วนลด 3,000 บาท แต่ทีนี้สิ่งหนึ่งที่ทางทีมงาน Samsung คิดอยู่ตลอดเวลาก็คือ จริงๆ เรามีแฟนๆ คุณผู้ใช้ที่ชื่นชอบ Spica อยู่เยอะ การที่คุณไว้ใจซื้อ Samsung Galaxy Spica ไปแล้ว ก็หมายถึงคุณไว้ใจจริงๆ ว่าเจ้า Spica ตัวนี้จะเป็นโทรศัพท์ที่ใช้งานได้ดี และทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

ทางทีมงานซัมซุงเลยคิดกันว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องคอยติดตามดูและทำความเข้าใจความคิดเห็น และความเคลื่อนไหวของคุณผู้ใช้ผ่านทาง Social Media ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะรู้ได้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ มีปัญหาการใช้งานอะไรไหม หรือถ้าเรามีอะไรใหม่ๆ มาอัพเดทแล้วจะคุยกับคุณผู้ใช้อย่างไรแบบง่ายๆ เป็นกันเอง และรวดเร็ว เราก็เลยใช้หนึ่งในอุปกรณ์ยอดฮิตทาง Social media นั่นก็คือ Twitter ที่ทุกคนสามารถติดตาม เข้ามาคุยกับเราได้ทาง @samsunglover

เกริ่นมาซะยาวเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า วันนี้เรามีกิจกรรมที่อยากเชิญคุณผู้ใช้ Spica มาร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์การใช้งาน Samsung Galaxy Spica ผ่านทาง Blog และ Twitter ครับ และแน่นอนว่าเรามี Spica ให้คุณเป็นของรางวัลฟรีครับ ;)

ทำอะไร ยังไงน่ะ?
เราแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภทครับ

ประเภทแรก Blogger + Tweeple คนเก่ง
คุณจะต้องเป็นทั้ง Blogger ที่มี Blog ของตัวเอง หรือมี Blog อยู่กับผู้ให้บริการ Blog ต่างๆ เช่น Exteen, Bloggang, WordPress และอื่นๆ
- ให้คุณผู้เขียน Blog เข้ามา ไม่จำกัดความยาว มีภาพอย่างน้อย 1 ภาพ บอกถึงประสบการณ์การใช้งาน และความประทับใจที่มีต่อ Samsung รุ่นไหนก็ได้ เป็น Spica ได้จะพิจารณาเป็นพิเศษครับ
- Follow @samsunglover
- ส่งลิงก์ของ Blog ที่คุณเขียน และชื่อจริง นามสกุลจริง ทาง Direct Message ของเราทาง @samsunglover เพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของบทความบน Blog นั้นจริงๆ
- เมื่อเขียนเสร็จ โพสต์ขึ้น Blog ไปแล้ว คุณจะต้องนำไปโพสต์ใน Twitter พร้อมกับใส่ hashtag #samsunggalaxyspica บน Twitter.com
- ทางทีมงานจะคัดเลือกบทความบน Blog ที่ดีที่สุด เจ้าของบทความที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับเครื่อง Samsung Galaxy Spica ฟรี 1 เครื่อง และบทความของคุณจะได้รับการตีพิมพ์บนนิตยสาร What Phone เดือนมิถุนายน

ประเภทที่ 2 สำหรับชาวทวิตเตอร์ ที่ไม่มีเวลาเขียนบล็อกยาวๆๆๆๆๆ
- Follow @samsunglover
- คุณจะต้องโพสต์ข้อความบน Twitter ที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้งานมือถือ Samsung อย่างคุ้มค่า เช่น คุณใช้ Apps ตัวไหน ในชีวิตประจำวัน แล้วมีประโยชน์อย่างไร อย่างน้อยประมาณ 1-2 ครั้ง
- ใส่ hashtag #samsunggalaxyspica บน Twitter.com ท้ายข้อความที่คุณโพสต์บน Twitter
- ส่ง URL เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆ พร้อมเลขที่บัตรประชาชน ผ่านทาง Direct message มาที่ @samsunglover
– คุณจะมีสิทธิ์ลุ้นรับ Samsung Galaxy Spica ฟรี 1 เครื่อง

ทั้งหมดนี้ทำไปได้เรื่อยๆ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคมนี้เท่านั้นนะครับ ;) ขอให้สนุกครับ

Terms & Conditions
- เนื้อหาที่คุณเขียนลง Blog จะต้องเป็นของคุณเองเท่านั้น
- การร่วมสนุก จะต้องผ่านการทวีตบน Twitter และจะต้องใส่ #samsunggalaxyspica จึงจะถือว่าสมบูรณ์
- หมดเขตร่วมสนุกในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคมนี้เท่านั้น
- พนักงานของบริษัทไทยซัมซุง ไม่มีสิทธิ์เ้ข้าร่วมรายการ
- การตัดสินของทางทีมงานถือเป็นที่สุด

เริ่มงานที่ Samsung + ข่าวประชาสัมพันธ์

สวัสดีครับ ก่อนอื่นขอโทษที่หายหน้าหายตาไปอาทิิตย์หนึ่งเต็มๆ นะครับ คุณผู้อ่านคงพอทราบแล้วว่า ขณะนี้ผมกลับมาเมืองไทยเป็นการถาวรแล้ว พอกลับมาเมืองไทยปุ๊บก็ยุ่งทันที งานที่ Thai Samsung Electronics ก็ยุ่งมากมาย เลยจัดเวลามาเขียนบล็อกไม่ได้ (ผมรู้สึกผิดจริงๆ นะเอ้า!)

วันนี้ผมอัพเดทเรื่องงาน Full-time ของผม มันเลยจะโฆษณาบริษัทมากไปสักนิดนึง ถ้าหากว่าวันนี้คุณไม่สนใจก็ข้ามไปก่อนได้นะครับ วันอื่นผมจะเข้ามาอัพเดทเรื่องแนวการตลาดออนไลน์เหมือนเคย

อย่างไรก็ตามผมขออัพเดทไว้ตรงนี้ว่า งานใหม่ของผมคือ Online marketing ของโทรศัพท์มือถือ Samsung ในประเทศไทย ถ้าหากว่าเรามีอะไรทำด้วยกันได้ก็ติดต่อมาได้เลยนะครับ และถ้าหากว่าคุณเป็นนักพัฒนา Mobile Application ตอนนี้ผมกำลังดูแลระบบปฎิบัติการของ Samsung ที่เรียกว่า “Bada” (บาด้า-ภาษาเกาหลีแปลว่า มหาสมุทร) ถ้าหากว่าคุณสนใจพัฒนา Application บน Bada ก็ดูรายละเอียดใน Bada.com ได้เลยนะครับ นอกจากนี้ เรากำลังจะจัดแข่งขันสร้าง Mobile application บน Bada มูลค่ากว่า 9.6 ล้านบาทนะครับ ถ้าสนใจติดตามนะครับ ผมจะประกาศกันอีกครั้งครับ ติดต่อผมทาง Twitter @jakrapong หรือทิ้งคอมเมนต์ไว้ที่นี่ก็ได้ครับ

นอกจากนี้ตอนนี้เรายังมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจหลายรุ่นเลยครับ อย่างเช่น Samsung Monte (มอนเต้) ดูหนังโฆษณาด้านล่างได้ครับ

Samsung Spica ที่ออกมาได้พักหนึ่งแล้ว แต่ว่าตอนนี้คุณสามารถอัพเกรดเป็น Android 2.1 ได้
แล้ว
ในราคาสบายกระเป๋า ส่วนตอนนี้ที่ว่ามีข่าวลือออกมาว่า Android 2.2 กำลังจะมาเดือนพฤษภาคม อันนี้ขอลองไปเช็คดูก่อนนะครับว่าอัพเกรดได้ไหม แต่ 2.1 นี่ก็มันล่ะครับ มันมี Live Wallpaper เหมือน Nexus One เลย