เรื่องของไดอารี่ 2020

Leather covered vintage ntoebook on an open diary on a dark wooden board

เรื่องของไดอารี่วันนี้ผมมีโอกาสอ่านหนังสือ “ล้ม ลุก เรียน รู้” ของพี่โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ ครับ สารภาพว่ายังอ่านไม่จบ แต่อ่านมาครึ่งค่อนเล่มแล้วชอบทุกตอน เพราะพี่โจ้เขียนสนุก สั้นกระชับ ได้ข้อคิดดีๆ เยอะมาก (Short – Sharp -Sweet ว่างั้น) รู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้อ่านไดอารี่ของพี่เค้า

พอนึกถึงคำว่า ‘ไดอารี่’ ผมเลยย้อนคิดได้ว่าจริงๆ แล้วชีวิตผมผ่านมา 40 กว่าปีล้วนแล้วแต่มีไดอารี่เข้ามาเกาะอยู่กับจังหวะชีวิตไม่น้อย

ย้อนกลับไปสมัยยุค 80 คุณครูสอนภาษาไทย ภาษาอังกฤษที่โรงเรียนก็จะสอนให้เด็กๆ ได้หัดเขียนไดอารี่ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้หัดเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเองในชีวิตประจำวัน แต่ก็เป็นแค่การหัดเขียนพอเรียน

จบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ผมเริ่มต้นอาชีพเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ต้องทำมาหากินด้วยการเขียน คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของกลุ่มผู้จัดการท่านคงสังเกตเห็นความอ่อนด้อยของเด็กคนหนึ่งที่อาจจะยังไม่รู้เรื่องรู้ราว เลยกรุณาสอนวิธีการเขียนหนังสือให้ โดยมีอยู่วันหนึ่ง แกก็เรียกมาคุยว่า

“ปองไปซื้อสมุดมาเล่มนึง เขียนเป็นไดอารี่แล้วส่งให้พี่วรรณ (เลขาคุณสนธิ ณ เวลานั้น) ทุกเช้าตอน 8 โมง ผมจะอ่านด้วยตัวเองแล้ววิจารณ์ให้ เวลาเขียนข่าวจะได้อ่านรู้เรื่อง”

ผมก็พาซื่อถามแกไปตรงๆ “เขียนเรื่องอะไรดีล่ะครับ”

“เขียนได้ทุกเรื่อง ในชีวิตเจออะไร ทำอะไร มันคือไดอารี่”

บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นเกร็งมากเพราะชีวิตของนักข่าวตัวเล็กๆ คนนึงมันไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเท่าไหร่ จะมีก็แต่ชีวิตประจำวันจริงๆ ซึ่งต้องบอกว่าคุณสนธิก็อ่านทุกวันติดต่อกัน 1 เดือน แล้วเขียนวิจารณ์กลับมาให้ทุกๆ วัน

จากนั้นพอเขียนคล่องขึ้น แกก็เริ่มมอบวิธีคิดให้ โดยให้ผมเข้าประชุมข่าวเช้าร่วมกับพี่ๆ นักข่าวมากประสบการณ์ของกลุ่มผู้จัดการด้วย ผมเลยได้เข้าใจวิธีคิด วิธีเขียน ระบบบรรณาธิการข่าว การสัมภาษณ์ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เวลาผ่านมาราวๆ ช่วง 2000-2005 เป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตเพิ่งได้รับความนิยมใหม่ๆ ในบ้านเรา ยุคนั้นมีเว็บไซต์แนวไดอารี่ออนไลน์เกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Diaryhub, DiaryIs, Storythai แทนที่จะเขียนอยู่บนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ ผมก็เริ่มไปเขียนในแพลตฟอร์มเหล่านั้น จนต่อมาคำว่าไดอารี่ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นศัพท์ที่เป็น Global มากขึ้น นั่นก็คือ Blog, Vlog

จากคนชอบอ่านไดอารี่ ผมเลยกลายเป็นคนเขียน Blog คนหนึ่งที่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน ต้องอ่านเรื่องราวต่างๆ ผ่าน Blog หลากหลายช่องทาง เช่น Exteen, Bloggang, Oknation พออ่านเรื่องไทยๆ มาพอแล้ว ผมก็แอบไปดูว่าเมืองนอกใช้อะไรเขียน Blog ก็เริ่มไปเจอ WordPress, Drupal, Yahoo! Geocities, Yahoo! 360

ความสนใจบนโลกออนไลน์ของผมที่เริ่มจากไดอารี่ มาบล็อก มาเว็บบอร์ด มาถึงการทำงานกับบริษัทอินเทอร์เน็ต บริษัทเทคโนโลยี มันเลยเถิดไปถึงการคบเพื่อน เจอะเจอคนในแวดวงอินเทอร์เน็ตไทย ทำ Blog เป็นอาชีพที่จริงจังขึ้น และทำมาหากินในวงการนี้มาทั้งหมดนี้เกิดจากการแค่ชอบอ่านชอบคิดชอบเขียนไดอารี่เท่านั้นเอง

ที่เขียนร่ายรำมายาวนานไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่จะบอกว่า ระยะหลังนี้ผมมาทำธุรกิจ แต่พอไม่ได้เขียนนานๆ ก็เซ็ง บวกกับแรงเชียร์ของเพื่อนๆ รอบตัวว่า “น่าจะกลับมาเขียนได้แล้ว” ทั้งหมดนี้เลยกลายเป็นแรงผลักดันให้ผมจะกลับมาเขียนหนังสืออีกทีในรูปแบบ Public Diary ผมจะไม่ได้เปิดเพจอะไรใหม่ ผมอยากเขียนสนุกๆ ใครคิดว่าน่าอ่านก็ฝากแชร์ ฝาก Follow กันไป คิดอะไรก็จะเขียนออกมาครับ ไม่ confirm ว่าจะมาได้ทุกวัน

แต่จะเขียนบ่อยๆ ให้มีประโยชน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s