"Search Engine for Everyday Life" Seminar

เมื่อประมาณช่วงต้นปีผมมีโอกาสได้ไปแชร์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ Search Engine สำหรับพนักงานภายในกลุ่ม Shin เนื่องทางกลุ่มฯ มีนโยบายที่จะให้พนักงานในแต่ละ BU (Business unit) มา Demonstrate เรื่องอะไรก็ได้ที่ตัวเองถนัด ในโครงการที่ชื่อ “I Demo” ผมเองทำแผนกอินเทอร์เน็ตที่ไทยแลนด์ เยลโล่เพจเจส ก็เลยคิดว่า เอ๊ เราพอพูดเรื่อง Search Engine ได้นะ เราหา Content จาก Search Engine ก็บ่อย แต่มันมีประเด็นว่าจะใช้ Search Engine ในที่ทำงานอย่างไรให้เวิร์ค พี่ ๆ ที่กลุ่มชินฯ เขาก็สนใจครับ เพราะมันเน้นไปในเรื่องการ Search สำหรับการทำงาน

งานนี้เราก็เลยจัดเป็นสัมมนาขึ้นมาเล็ก ๆ ชื่อว่า “I Search” ผมเองก็เกร็ง ๆ ครับ ไม่เคยต้องพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ เหมือนกัน แถมพี่ ๆ HR ที่บริษัทก็บอกว่าเฮ้ย ไม่เยอะหรอก 20-30 คนเอง แต่หลังจากโปรโมทออกไป ปรากฏว่าคนสมัครมาตั้ง 80 คน เล่นเอาห้องที่เลือกไว้ตอนแรกต้องเปลี่ยนไปเป็นห้องที่ใหญ่ขึ้น (อิอิ ภูมิใจ) เอาเข้าจริง ๆ มาประมาณ 70 คน พี่ ๆ HR จากทั้งที่กลุ่มฯ และที่บริษัทมาช่วยกันแจก Handouts แต่เช้า

งานนี้เริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปเสร็จเอาเกือบ ๆ เที่ยง สไลด์ที่เตรียมมาได้ใช้หมดจนครบ ผมอยากเล่าบรรยากาศให้ฟัง (อ่าน) เหมือนกันครับ แต่ไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้ เป็นอันว่าผมเอา ไฟล์ Presentation มาให้ดาวน์โหลดอ่านกันนะครับ ผมทำมาเป็น PDF ครับเหมาะสำหรับการพิมพ์ดีครับ ถ้าเอาไปใช้ที่ไหนช่วย refer มาด้วยนะครับ

Yellowikis.org – สมุดหน้าเหลืองการกุศลบน MediaWiki

วันนี้ผมเปิดไปเจอเว็บไซต์ชื่อ www.Yellowikis.org ซึ่งเป็นสมุดหน้าเหลืองออนไลน์ที่เปิดให้คนทั่วโลก ทุกชาติทุกภาษา มาร่วมกันใส่รายชื่อธุรกิจได้ฟรี ตามประสาคนทำสมุดหน้าเหลืองตัวจริงก็เข้าไปอ่านดูสักหน่อย ก็ปรากฏว่า เจ้าเว็บ YellowWiki เขาก็ออกตัวเลยว่าเขาอยากเป็นอย่าง YellowPages , D&B และ Hoovers รวมกัน – แต่เปิดกว้างสำหรับทั้งบริษัทและผู้ใช้, ครอบคลุมทั่วโลก, มีหลายภาษา, และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ ฟรีครับ เจ้าเว็บไซต์นี้เปิดบริการมาได้เราได้เมื่อเดือน มกราคม 2005 ตอนนี้รายชื่อบริษัทยังค่อนข้างน้อย แต่ก็เริ่มมีรายชื่อภาษาไทยแล้ว อย่างเช่น การบินไทย

ไอ้ประเด็นที่ว่าทำสมุดหน้าเหลืองออนไลน์แข่งกับ YellowPages ผมว่าเฉย ๆ นะครับ ในยุคเสรีโทรคมนาคมใคร ๆ ก็แข่งได้ แต่ที่สำคัญคือเจ้า YelloWikis มันเกิดมาได้จากฟรีซอฟท์แวร์ที่เปิดให้ใช้กันได้ทั่วไปคือ MediaWiki ซึ่งเป็นทีมงานเดียวกันกับ Wikipedia ที่หลาย ๆ คนรู้จักนั่นเอง ดังนั้นมันจึงมาในรูปแบบของ Open Source และการกุศล พูดง่าย ๆ ว่าถึงมันจะยังไม่ได้เติบโตอะไรนักหนา แต่ถ้าหากบริษัททางด้านฐานข้อมูลใด ๆ ก็ตามชะล่าใจ ไม่ให้ความสำคัญกับมัน ผมว่าก็เกินไปนะ

ท้ายสุดวันนี้มีคำคมฝรั่งมาฝากครับ จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าของใคร แต่ฟังแล้วอืมมม น่าคิด “เรากำลังประเมินอินเทอร์เน็ตสูงเกินไป และในขณะเดียวกันเราก็กำลังมองค่ามันต่ำเกินไปเช่นกัน” จากวันนี้ อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้แม้แต่พริบตาเดียวสำหรับธุรกิจออนไลน์ครับ

หนังสือน่าอ่านของ Paul Arden

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมติดหนังสืออยู่ 2 เล่มครับ ทั้งคู่เป็นหนังสือของ Paul Arden อดีต creative ชั้นครูแห่งเอเย่นต์โฆษณา Saatchi & Saatchi เล่มแรกชื่อว่า “It’s not how good you are, It’s how good you want to be” และเล่มถัดมาคือ Whatever You Think, Think the Opposite สาเหตุที่ติดก็เพราะว่าเนื้อหาที่ยียวนกวนประสาทของ Paul ล่อลวงให้เราเข้าไปสัมผัสแนวคิดแบบ Individualism แบบสุดโต่งของเขาได้โดยที่ผมไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลย

แต่จะว่าโดยเนื้อแท้แล้วมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า อ่านแล้วมัน self-motivate ดี อ่านแล้วให้กำลังใจตัวเองได้ กำลัง down-down อยู่ ถ้าอ่านแล้วก็น่าจะดีขึ้นครับ ว่าแล้วขอลอกมาบทนึงให้อ่านกันนะครับ

Nearly all rich and powerful people are not notably talented, educated, charming or good-looking.
แทบจะทุกคนที่รวยและมีอำนาจไม่ได้มีพรสวรรค์ มีการศึกษาดี มีเสน่ห์ หรือดูดีหรอก
They become rich and powerful by wanting to be rich and powerful.
พวกเขารวยและมีอำนาจได้เพราะพวกเขา”อยาก”ที่จะรวยและมีอำนาจ
Your vision of where or who you want to be is the greatest asset you have.
วิสัยทัศน์ของคุณที่บอกว่าคุณอยากจะไปถึงจุดไหน และเป็น somebody ต่างหากที่เป็นสินทรัพย์ที่เยี่ยมยอดที่สุดที่คุณจะพึงมี
Without having a goal it’s difficult to score
ไม่มีประตูจะยิงประตูทำแต้มได้ไง คุณต้องมีเป้าหมาย

เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาต่อนะครับ

Bill Gates กับอีกก้าวสำคัญของ Microsoft

วันนี้ผมยังไม่ได้อัพเดทอะไรครับ แต่เปิดอีเมล์อ่านก็เจอบทความน่าสนใจจาก SEO Agency ‘Globlet’ เขาส่งข่าวที่แปลมาจากต่างประเทศแล้วน่าสนใจดีครับ ลองอ่านกันดูครับ

Bill Gates กับอีกก้าวสำคัญของ Microsoft

Google ในโลกของการแข่งขันของการโฆษณาออนไลน์ที่ ทางบริษัท Microsoft ได้จัดการประชุมหารือกับผู้สนับสนุนและลงโฆษณารายใหญ่กับ Microsoft ในการประชุมที่มีชื่อว่า MSN Strategic Account Summit โดยจุดสำคัญของการประชุมอยู่ที่แถลงการณ์อยู่ก้าวใหม่ครั้งสำคัญของทาง Microsoft ในการก้าวเข้ามาในโลกธุรกิจโฆษณาออนไลน์อย่างเต็มตัว

โดยนายบิล เกตส์ ประธานบริหารของบริษัท Microsoft กล่าวในที่ประชุมว่า “ความก้าวหน้าในธุรกิจออนไลน์ของ Google แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่มีแข็งแกร่งในการที่เป็นเว็บฐานข้อมูลในการค้นหา แต่ในส่วนของการโฆษณาออนไลน์นั้น ทาง Google อาจคิดว่าตัวเองทำได้ดีและอยู่เหนือคู่แข่งรายอื่นๆ ในส่วนนี้ทาง Microsoft คิดว่าเราถูกประเมินค่าต่ำเกินไป”

ขณะเดียวกันทาง Microsoft ได้เปิดให้บริการออนไลน์รูปแบบใหม่ต่างๆ มากขึ้น ในปี 2006 ซึ่งบริการเหล่านี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ลงโฆษณาประเภทต่างๆ ได้เลือกลงโฆษณาในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ยกตัวอย่างเช่น Windows Live Mail Desktop โปรแกรมที่สามารถใช้งานได้จากฮาร์ดดิสเครื่องคอมพิวเตอร์โดยมีพื้นที่ให้ลงโฆษณา โดยทาง Microsoft แสดงความมุ่งมั่นเพื่อก้าวเป็นผู้นำในด้านธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ด้วยบริการต่างๆ เช่น Windows Live Spaces, Windows Live Safety Center, Windows Live for Mobile, Office Live and Office Online และ Xbox.com

Web Content คืออะไร?

มาคุยกันต่อถึงเรื่อง Web Content ในเชิงกึ่ง ๆ วิชาการสักนิดนะครับ

สำหรับมุมมองของวิชา Web Content ใน Young Webmaster Camp นี้ ครั้งนี้ผมจะบอกกับทุกคนที่อยู่ใน Class ว่าเราจะมองภาพร่วมกันว่า Content คือภาพ, ภาพเคลื่อนไหว, เสียง, ตัวอักษร, บทความ, hyperlink ที่รวมกันจนเป็น ‘สาระสำคัญ’ ที่เว็บไซต์จำเป็นจะต้องมี (เฉพาะเว็บนะครับ ไม่รวมโทรศัพท์มือถือ แบบ Smart Phone และ PDA อย่าง Palm, Pocket PC) และจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องสร้างให้ดีมากเพียงพอที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะเข้ามาแล้วรู้สึกโดนใจใช่เลย หรือไม่ก็นึกในใจว่า “นี่แหละ! หามานานแล้ว”

Web Content ที่ดีในแนวคิดของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็น Content ที่มีวรรณศิลป์สูงส่ง มีสำนวนเยี่ยมยอด หรือถูกต้องตรงตามหลักไวยากรณ์ภาษาอย่างใดอย่างหนึ่ง หากแต่เป็น Content ที่…
– มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้เยี่ยมชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์นั้น ๆ
– เป็นการสื่อสารแบบสองทางที่สามารถโต้ตอบกันได้ระหว่างเว็บไซต์กับผู้เยี่ยมชมได้รวดเร็วฉับไวตามสไตล์ของสื่ออินเทอร์เน็ต
– สามารถค้นหาและนำมาใช้ได้ง่าย
– อ่านง่าย เข้าใจง่าย

คนอ่าน Web Content เขาอ่านกันยังไง?
เว็บไซต์เป็นสื่อที่ค่อนข้างตามใจคนอ่าน คนเข้ามาอ่านเว็บไซต์มักจะไม่อ่านแบบตั้งใจอ่านมาก ๆ เหมือนอ่านหนังสือ แต่มักจะ ‘สแกน’ อ่านแบบผ่าน ๆ เพื่อจับใจความสำคัญ และค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าคนที่เข้าเว็บไซต์มาไม่คิดที่จะอ่าน Content อย่างจริงจังนะครับ เพราะแต่ละคนเข้ามาด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น บางคนเข้ามาทำวิจัย ต้องทำความเข้าใจเพื่อเอาไปถ่ายทอดต่อ เขาก็ต้องอ่านแบบละเอียดถี่ถ้วนแต่เราบอกได้ว่าส่วนใหญ่มักจะเข้ามา ‘สแกน’เท่านั้นเอง
เมื่อเรารู้แล้วว่าคนอ่านของเราชอบอ่านผ่าน ๆ แล้วมองหาหัวข้อที่ตัวเองสนใจที่สุด มากกว่าที่จะอ่านจริง ๆ ก็มาดูกันว่าเขาสแกนกันแบบไหน…

อ่านต่อคราวหน้านะครับ

ฝากถึงน้อง ๆ Young Webmaster Camp

ผมเป็นกรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Association) มาได้เกือบสามปีแล้วครับ ที่สมาคมฯ เรามีโครงการอยู่โครงการหนึ่งชื่อ Young Webmaster Camp ที่พวกเราชาวเว็บมาสเตอร์วันนึงก็เกิดอยากจะถ่ายทอดวิชา(มาร) ของพวกเราไปสู่น้อง ๆ นักศึกษา ที่ผ่านมามี Inet เป็นสปอนเซอร์หลัก และเคยมี One-2-Call! สปอนเซอร์พวกเราครั้งแรกที่พวกเราบ้าคิดจะทำโครงการนี้ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ปัจจุบันนี้เรากำลังจะทำโครงการนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วล่ะครับ

Young Webmaster Camp เราจะออกต่างจังหวัดไปทำ Workshop กันโดยแบ่งน้อง ๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ Web Design, Web Programming, Web Marketing และ Web Content …ผมในฐานะประชาสัมพันธ์ของสมาคมฯ เวลามีเรื่องอะไรขีด ๆ เขียน ๆ เขาก็ชอบโยนกันมาให้ผม(อย่างที่ผมยินดีรับนะ)ทำ โดยเฉพาะเรื่องการเปิด Class สอนน้อง ๆ เกี่ยวกับ Web Content

เมื่อพูดถึง Web Content มีหลายคนมากระซิบใน Young Webmaster Camp รุ่นเก่า ๆ ให้ผมฟังว่า Web Content น่ะเหรอก็แค่เขียนบทความต่าง ๆ ขึ้นเว็บไซต์ไม่เห็นจะยากเย็นอะไร ขอแค่รู้ว่าจะเขียนอะไรแค่นั้นก็พอ ไม่จำเป็นจะต้องมีองค์ความรู้อะไรมากำกับก็ได้ ไม่เหมือนกับ เรื่อง Web Design, Web Programming และ Web Marketing ที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มอื่นเรียนกัน น่าเรียนกว่า Web Content เป็นไหน ๆ

ผมตอบไปว่า ไอ้ครั้นจะบอกอย่างนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ไว้ถ้าผมมีโอกาสอธิบายจะเล่าให้ฟัง จนแล้วจนเล่าหาโอกาสไม่ได้เลยต้องมาเขียนเป็นบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่

ผมเชื่อนะครับว่า คนที่อ่านบทความนี้อยู่ อย่างน้อยก็ต้องมียีนส์ หรือมี DNA อะไรบางอย่างของคนที่ชอบ Content อย่างน้อยที่สุดก็จะมีความเชื่อเล็ก ๆ แล้วว่า Web Content เป็นบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษและแตกต่างไปจากองค์ความรู้อื่น ๆ ว่าแต่แตกต่างอย่างไรล่ะ?

ถ้าเราศึกษาพฤติกรรมการใช้เว็บไซต์ของคนทั่วไป หรือแม้กระทั่งสำรวจจากมุมมองของตัวเราเองก็ตาม เราจะเห็นว่าผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ไม่ได้เข้าไปเพียงเพื่อดูว่าเว็บไซต์นั้นสีสันสวยสดถูกใจ มีลูกเล่นสคริปต์เจ๋ง ๆ หรือมีกลยุทธ์การตลาดน่าตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หากแต่เราเข้าไปเสพ ‘สาระสำคัญ’ ที่เป็นภาพรวมอันประกอบไปด้วย Design, Programming Marketing และแน่นอน… Content

จะขาดอะไรไปสักอย่างไม่ได้หรอกครับ จะว่าไปก็เหมือนคนหนึ่งคนนั่นล่ะ จะเป็นคนขึ้นมาได้ก็ต้องประกอบด้วย ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สี่ธาตุใช่ไหม
น่าน ว่าเข้าไปนั่น เดี๋ยวคราวหน้าเรากลับมาเข้าหลักวิชาการกันสักหน่อยดีกว่า

เมื่อต้นไม้ชื่อ Microsoft ใกล้ผลัดใบ?


หายไปเกือบอาทิตย์เช่นเคย สัปดาห์นี้เลยรีบกลับมาอัพเดทเรื่องที่ค้างกันเอาไว้ตั้งแต่คราวที่แล้ว นั่นก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน Microsoft แต่บอกกับคุณ ๆ ไว้ก่อนนะครับว่าที่ผมเอามาอัพเดทกันนี่เป็นเรื่องที่ผมอ่านจากนิตยสาร Fortune มาล้วน ๆ ไม่ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมในแหล่งข่าววงในวงลึกของหลาน ๆ Uncle Bill มาเลย

พูดง่าย ๆ ก็คือมันเป็นสิ่งที่ Microsoft เขาอยากโปรโมทนั่นล่ะครับ ใครรู้แล้วก็ดี แต่ถ้าใครยังไม่รู้ Content Machine มีรายงาน…

จากบทความเรื่อง Inside Microsoft’s New brain: The man who would be Bill ในนิตยสารเขาเขียนถึงผู้ชายที่ชื่อว่า Ray Ozzie CTO คนใหม่ของ Microsoft ที่มีหน้าที่เข้ามา ‘webify’ Microsoft โดยเนื้อความโดยรวมแล้วก็มีบทสัมภาษณ์สั้น ๆ และ quote ของ Bill Gates, Steve Ballmer มาชื่นชมว่า CTO คนนี้เจ๋งยังไง ทั้งเป็นคนที่สร้าง Lotus Notes ทั้งเป็นคนที่ Microsoft อยากชวนมาร่วมงานด้วยนานแล้วแต่ไม่ได้จังหวะซักที

สิ่งที่สำคัญในบทความนี้ก็คือ บทบาทของ Bill Gates ที่เปลี่ยนไปใน Microsoft โดยสังเกตได้จากการที่ Bill Gates เริ่มกระอักกระอ่วนในการที่จะตอบผู้สื่อข่าวในประเด็นที่ว่า Microsoft ไม่มี CTO มาตั้งนานแล้ว จู่ ๆ มี Ray Ozzie เข้ามา บทบาทของ Bill จะตกลงไปบ้างไหม คำถามนี้ Bill Gates ไม่ได้ตอบอะไรมากมาย ได้แต่เงียบ ๆ ไป

บทความนี้อ่านแล้วก็น่าสนใจดีนะครับ ในแง่ที่ว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงภายใน โดยเฉพาะการแข่งขันกับคู่แข่งอันดับ 1 อย่าง Google Inc. ที่ประกาศความร่วมมือกับ Sun ในแง่การสร้าง Open Office ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องกระทบกับโครงสร้างธุรกิจของ Microsoft ที่เก็บค่า License ของ Windows มานานหลายปี ในบทความนี้เขาเลยรายงานว่า Ray ได้รับมอบหมายจาก Bill และ Steve ให้ ‘Webify’ ทุกสิ่งทุกอย่าง สินค้าทุกไลน์ใน Microsoft ทั้งซอฟต์แวร์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ เลยไปถึง XBox โดยเดิมพันกันที่อินเทอร์เน็ต

Microsoft กำลังเดิมพันกับอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ โดยจะเห็นได้ว่า Steve Ballmer เมื่อไม่ได้เดินทางไปโปรโมท Windows ตัวใหม่ “Vista” และ Microsoft Office ตัวใหม่ เขากลับทำหน้าที่เป็น “ad-salesman-in-chief” คือเดินสายขายของไปทั่วในแง่ของการโฆษณา อย่างเช่นการเดินสายใน L.A. เพื่อที่จะนัดพบกับบรรดานักการตลาดจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เนสเล่ โตโยต้า โดยเน้นไปในเรื่อง Online advertising และในรายงานยังได้ระบุอีกว่า “Microsoft is becoming a media company.”

Quote อีกตัวนึงที่น่าสนใจในบทความนี้ที่ยืนยันสิ่งที่ผมแปลมาฝากวันนี้ก็มีดังนี้ครับ
“Everything we do should have a presence on the Web,” Ray Ozzie

งานนี้น่าติดตามดีครับ