อ่านสักนิดก่อนซื้อ iPhone 3G

สำหรับคุณผู้อ่านคอลัมน์ของผมในนิตยสาร Positioning เนื่องจากทางกอง บก. มีความจำเป็นต้องตัดข้อความบางส่วนออกไป ทำให้ดูไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ผมจึงเอาต้นฉบับที่สมบูรณ์มาไว้ให้อ่านกันที่นี่ ขออภัยด้วยนะครับ และขอขอบคุณ คุณ jetboat ไว้ที่นี้ด้วย

– – – – – – – – – –
iphone

ทันทีที่ทาง True ประกาศออกมาว่าจะเปิดขาย iPhone 3G ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2552 เชื่อว่าแฟนๆ สินค้าค่าย Apple คงตื่นเต้นกันน่าดู ผมเลยขอเอาประสบการณ์ของผมในการใช้ iPhone 3G ในรอบหลายเดือนที่สิงคโปร์มาแชร์กันที่นี่นะครับ เผื่อคุณผู้อ่านจะเอามาคิดต่อกันอีกทีว่าควรจะซื้อหรือไม่ควรซื้อ

เมื่อหลายเดือนก่อนผมบุกไปซื้อ iPhone 3G มาจากตึก Singtel (Singtel เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสิงคโปร์) ด้วยราคา 500 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณหนึ่งหมื่นบาทเศษๆ และผูกพันสัญญาสองปีและต้องจ่ายรายเดือนๆ ละ 1,000 บาทโดยประมาณ ทาง Singtel เสนอแพลนที่ค่อนข้างโอเคมาให้ผม นั่นคือ SMS ฟรี 500 ข้อความต่อเดือน ฟรี GPRS 1GB และบริการเสริมอื่นๆ อีกเยอะเลย ณ ตอนนี้ผมใช้ iPhone 3G มาร่วม 4 เดือนเต็มๆ แล้ว ส่วนใหญ่เวลาเจอใครเขาก็จะถามกันว่า “เป็นไง iPhone 3G เวิร์คไหม?” สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่านผมบอกได้คร่าวๆ ว่าจากประสบการณ์คนใช้ PDA, Smart Phone มาเกือบ 10 ปี ผมให้ 8/10 ครับ น่าซื้อมาใช้ครับ แต่น่าใช้อย่างไร มาดูกันเลยดีกว่า

คุณจะรัก iPhone 3G ถ้าหาก…

1. คุณชอบที่จะใช้อินเทอร์เน็ตทุกที่ทุกเวลา iPhone ตอบสนองความต้องการแทบทุกรูปแบบ บราวซ์เว็บต่างๆ ได้ไม่สะดุด เช็คเมล Yahoo! Mail, Gmail ได้คล่องถ้าเล่นเน็ตบนเครื่องมือถืออื่นๆ มันจะไม่สะดวกเท่ากับ Safari ใน iPhone ครับ ยิ่งระบบย่อภาพขยายภาพนี่แจ่มมากๆ แต่สำหรับเมืองไทย เนื่องจากเรายังลักลั่นอยู่ระหว่าง 2.5G กับ 3G ในแง่ของคนใช้งานแล้วผมว่าต้องให้บริการ 3G เปิดตัวแบบเป็นทางการแล้วจริงๆ ถึงจะเวิร์คนะครับ

2. คุณไม่ชอบที่จะเรียนรู้วิธีการเขียนของ PDA ระบบเก่า คุณไม่ชอบใช้ระบบ Word Recognition ของ Windows Mobile หรือ Graffiti ของ Palm Inc. อันนี้จริงๆ แล้วผมชินกับการเขียนบน PDA มาก แต่การใช้ Touch screen เป็นการป้อนตัวอักษรเข้าระบบก็ไม่ได้ทำให้ผมลำบากเท่าไหร่ แถมเวลาขอเบอร์เพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็กดที่เครื่องของผมได้เลยไม่ต้องมานั่งงงว่ามันเขียนยังไง

3. คุณใช้ Mac คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จาก iPhone ได้เต็มที่ ผมใช้ Mac อยู่จะซิงก์กับ Windows Mobile ก็ไม่เวิร์คแล้วครับ

4. คุณหลงทางบ่อยๆ คุณไปไหนมาไหนชอบใช้ Map ใช้ GPS ประกอบการดูแผนที่ ล่าสุดผมไปใช้ที่ภูเก็ตมาแล้วเวิร์คมากครับ คือดูแผนที่เราแน่ใจว่าไม่หลงแน่ แต่เราอยากคอนเฟิร์มว่าตอนนี้เราอยู่ไหนแล้วแน่ๆ ก็ดีตรงที่ผมไม่ต้องไปซื้อพวก Garmin มาใช้ สบายดีครับ แต่ก็นะ มันเป็นแค่ Google Map พวก POI หรือ Point of interest ก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่

5. ความสามารถด้านมัลติมีเดีย เช่นการดูวิดีโอผ่าน Youtube พยากรณ์อากาศจาก Yahoo! ฟังเพลงแบบ iPod หรือใช้เป็นกล้องถ่ายรูป แม้ว่าเสียงของ iPod classic จะขับออกมาได้ดีกว่า iPhone แต่ผมก็ไม่แคร์ครับ เพราะ MP3 ยังไงก็ไม่เพราะเท่า CD อยู่แล้ว กล้องถ่ายรูป 2Mega Pixel เหมือนรุ่นอื่นๆ แต่ภาพก็ชัดมากนะครับ คุณภาพเลนส์ดีกว่า Smart Phone หลายๆ รุ่นครับ ส่วนวิดีโออันนี้แล้วแต่สัญญาณ 3G ครับ แต่ที่สิงคโปร์เวิร์คใช้ได้ครับ

ดูทั่วๆ ไปก็ดูเหมือนว่าซื้อ iPod Touch ดีกว่าไหมเพราะมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก จริงๆ แล้วค่อนข้างต่างนะครับ เพราะ iPod Touch จะใช้กับ Wi-Fi ถ้าไปที่ไหนที่ไม่มีคลื่นนี่เสร็จกันเลย ถึงทาง True จะออกมาบอกว่าติดตั้ง Hot Spot ทั่วกรุงเทพฯ และคอนเวอร์เจนซ์ ซินเนอร์ยี่อะไรของเค้าก็เหอะ แต่ถ้า iPhone 3G ยังไง GPRS ก็ไปถึงครับ อย่างผมนี่ใช้ GPRS ได้เดือนละ 1GB ฟรี ก็เลยเล่นไม่ค่อยบันยะบันยังเท่าไหร่ และการพกพาอุปกรณ์ที่เป็นแบบ All-in-one ถ้าฟังก์ชั่นการใช้งานมันทำได้ดีพอสมควร มันก็น่าใช้ครับ ถ้าเทียบกับเครื่อง HTC ที่ผมเคยใช้เรียกว่า iPhone กินขาดในแง่รูปลักษณ์และฟังก์ชั่นเท่าที่จำเป็น

บางคนอาจจะบอกว่าไม่จริง เพราะตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่ามีคู่แข่งของ iPhone ที่ดีกว่าออกมาตั้งเยอะ เช่น HTC รุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า G1 ที่จะมีระบบปฎิบัติการของ Google ผมเองก็ไม่เคยเห็นครับยังตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะดีกว่ายังไง บางคนบอก Samsung i900 ดีกว่าในแง่ของฟังก์ัชั่น ผมลองใช้แล้วก็ดีนะครับ เป็นมือถือ Windows Mobile ที่น่าสนใจทีเดียว แต่ ณ วันนี้ นาทีนี้ iPhone 3G ตอบโจทย์ผมเกือบทุกอย่างครับ ผมเป็นคนอินเทอร์เน็ต ชอบติดต่อสื่อสารตลอดเวลา เช็คเมลทุกที่ คือมันทำบนมือถือรุ่นอื่นๆ ก็ได้ครับ แต่มันไม่ลื่นไหลใช้ง่ายเท่ากับ iPhone ยิ่งถ้าคุณซื้อเครื่องถูกกฏหมายที่ไม่ต้องมานั่ง jailbreak กันแล้วยิ่งใช้งานง่ายใหญ่เลยครับ

อีกอย่างหนึ่งคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมอะไรมาใส่มากมายหรอกครับ เท่าที่มันมีอยู่ก็พอใช้งานแล้ว แต่นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน iPhone ต่างก็พากันพัฒนาแอพฯ ของตัวเองมาให้เราใช้กันสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Yahoo!, Facebook, LinkedIn, eBay, Twitter, Google, etc. สรุปสำหรับเมืองไทย iPhone 3G มาถึงเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว เลิกเล่นเครื่องหิ้วกันเถอะครับ

ท้ายสุดเพื่อให้บทความนี้สมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากผมได้เขียนประสบการณ์ที่ค่อนข้างเอียงไปทาง iPhone 3G ไปแล้ว ผมเลยได้ขอความช่วยเหลือจากเซียนมือถืออีกท่านหนึ่ง คือคุณวรทรรศน์ วงษ์ไทย คอลัมนิสต์ด้านโทรศัพท์มือถือ หรือที่คนออนไลน์รู้จักกันในนาม Jetboat ขาใหญ่จาก Pantip.com ห้องมาบุญครองมาช่วยวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับระบบปฎิบัติการ Windows Mobile ด้วยครับ

1. ส่วนตัวเชื่อว่า คนใช้ Windows กันเป็นหลัก ฉะนั้นพอจะปรับตัวมาใช้ Windows Mobile (wm) มันค่อนข้างง่ายกว่า
2. สำหรับ hardcore user wm ยังคงเป็นที่ลองวิชาได้ขนาดใหญ่ ในการปรุง rom แบบ customize ซึ่งเรื่องการปรุง rom พี่ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
3. wm ยังมีความได้เปรียบเรื่องการ input นิดนึง ทั้งเขียนแบบลายมือด้วย stylus / จิ้ม virtual keyboard คือมันยังมีทางเลือกให้คนทั้งใช้ได้ 2 แบบอยู่
4. ความสามารถ เรื่องพื้นฐานการเป็นโทรศัพท์ ณ ปัจจุบัน การใช้ Bluetooth แบบอิสระมากๆ /mms /การ copy & paste ข้อความ ที่แฟน iPhone ตะโดนตอบกลับมาดังๆ ว่า มันมีซอฟต์แวร์ใส่เพิ่มได้ แต่ถ้ามองในความเป็นจริง นี่มันคือคุณสมบัติ ขั้นพื้นฐานของโทรศัพท์มิใช่หรือ
5. ความเข้ากันได้ กับชุดออฟฟิศ…คนส่วนนึง ซื้อมันมาเพื่อใช้งานชุดออฟฟิศออนไลน์ ตราบใดที่ Microsoft ยังทำชุด Microsoft office ขาย… คนไทยยังใช้ office ด้วยความเคยชิน wm ก็ยังแข็งแรงด้วยเรื่องพวกนี้อยู่
6. คนที่จะกำเงินถอย iPhone 3G ได้..ใช้เงินกันคนละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่น เพราะถูกผูกขาด แต่ในเมืองไทย เครื่องมือ 1 คุณสัมผัสประสบการณ์ของ wm ได้ด้วยที่ราคา 8-9 พันบาทเท่านั้น
7. ระบบความปลอดภัยเมื่อใช้งานกับองค์กร..ยอมรับกันเถอะว่า ระบบพวก mail server มันของใคร Microsoft ถูกมั้ย… wm 6.1 ชูจุดขายเรื่องการ encrypt เรื่องการเชื่อมต่อข้อมูล แต่ถ้าการเช็คเมลจาก web based ทั่วไป โอเค.. iPhone 3G สะดวกกว่าอยู่แล้วล่ะ แต่ความปลอดภัย นั่นคือเรื่องที่ต้องมาว่ากัน
8. ระบบความบันเทิง…ในราคาทีจ่ายเท่ากัน เครื่องที่ใช้ wm ความสามารถก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่ แต่การลากวางไฟล์เข้าออกเครื่อง wm ยังถือว่าสะดวกกว่าเยอะ เมื่อเทียบกับ iPhone 3G ที่ต้องพึ่งพา itune
9. wm ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ใช้ภาษาไทยเต็มรูปแบบ เพราะเรามีบริษัทที่พัฒนาระบบภาษาไทย แอพพลิเคชั่นภาษาไทย ที่มีรากฐานมาค่อนข้างนานอยู่ ในขณะที่ iPhone 3G เพิ่งทำความรู้จักภาษาไทยมาไม่นานนี้เอง (ทั้งที่มีขายในตลาดมืดเป็นแสนเครื่อง..)

– – – – – – –
เกี่ยวกับผู้เขียน
จักรพงษ์ คงมาลัย อดีตคนข่าวจาก manager.co.th และเว็บนิตยสารในเครือผู้จัดการอย่าง marsmag.net ที่ผันตัวเองเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตด้วยการสร้างเว็บไซต์คนไทยในต่างแดนทั้ง ในออสเตรเลียและสิงคโปร์ เคยร่วมพัฒนาสมุดหน้าเหลืองออนไลน์ กับบริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย และเป็นอดีตรองเลขาธิการสมาคม ผู้ดูแลเว็บไทย ปัจจุบัน จักรพงษ์กำลังสนุกกับการร่วมงานกับบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของโลกอย่าง Yahoo! ในตำแหน่ง Community Manager คุณสามารถติดต่อกับเขาได้ทาง jakrapong.com หรือ jakrapong@ymail.com

ควรจะซื้อ iPhone 3G มั้ย? อ่านประสบการณ์ของผมก่อนไหมครับ

เวลาผ่านไปไวเหมือนกันครับ เมื่อเดือนที่แล้วผมบุกไปซื้อ iPhone 3G มาจากตึก Singtel ด้วยราคาประมาณหนึ่งหมื่นบาทเศษๆ และผูกพันสัญญาสองปีและต้องจ่ายรายเดือนๆ ละ 1,000 บาทโดยประมาณ ทาง Singtel เสนอแพลนที่ค่อนข้างโอเคมาให้ผม นั่นคือ SMS ฟรี 500 ข้อความต่อเดือน ฟรี GPRS 1GB และบริการเสริมอื่นๆ อีกเยอะเลย ตอนนั้นเพื่อนผมที่เป็น Blogger ชื่อดังใน Cnet ก็สัมภาษณ์ผมลงบล็อกของเธอในเรื่องนี้อ่านได้ที่นี่ครับ…. ณ ตอนนี้ผมใช้ iPhone 3G มาครบหนึ่งเดือนเต็มๆ แล้ว ส่วนใหญ่เวลาเจอใครเขาก็จะถามกันว่า “เป็นไง iPhone 3G เวิร์คไหม?” สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่านผมบอกได้คร่าวๆ ว่าจากประสบการณ์คนใช้ PDA, Smart Phone มาเกือบ 10 ปี ผมให้ 8/10 ครับ น่าซื้อมาใช้ครับ แต่น่าใช้อย่างไร มาดูกันเลยดีกว่า

คุณจะรัก iPhone 3G ถ้าหาก…
1. คุณชอบที่จะเื่ล่นเน็ตทุกที่ทุกเวลา iPhone ตอบสนองความต้องการแทบทุกรูปแบบ บราวซ์เว็บต่างๆ ได้ไม่สะดุด เช็คเมล Yahoo! Mail, Gmail ได้คล่องถ้าเล่นเน็ตบนเครื่องมือถืออื่นๆ มันจะไม่สะดวกเท่ากับ Safari ใน iPhone ครับ ยิ่งระบบย่อภาพขยายภาพนี่แจ่มมากๆ แต่สำหรับเมืองไทย ล่าสุดผมลองไปใช้ดูแล้วเราเล่นได้แค่ Edge บอกได้เลยว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ คือ 2.5G กับ 3G ในแง่ของคนใช้งานแล้วผมว่าต่างกันเยอะครับ ดังนั้นตราบใดเมืองไทยยังไม่มี 3G ผมว่ายังไม่น่าใช้เท่าไหร่ครับ

2. คุณไม่ชอบที่จะเรียนรู้วิธีการเขียนของ PDA ระบบเก่า
คุณไม่ชอบใช้ระบบ Word Recognition ของ Windows Mobile หรือ Graffiti ของ Palm Inc. อันนี้จริงๆ แล้วผมชินกับการเขียนบน PDA มาก แต่การใช้ Touch screen เป็นการป้อนตัวอักษรเข้าระบบก็ไม่ได้ทำให้ผมลำบากเท่าไหร่ แถมเวลาขอเบอร์เพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็กดได้เลยไม่ต้องมานั่งงงว่ามันเขียนยังไง

3. คุณใช้ Mac
คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จาก iPhone ได้เต็มที่ ผมใช้ Mac อยู่จะซิงก์กับ Windows Mobile ก็ไม่เวิร์คแล้วครับ

4. คุณหลงทางบ่อยๆ
คุณไปไหนมาไหนชอบใช้ Map ใช้ GPS ประกอบการดูแผนที่ ล่าสุดผมไปใช้ที่ภูเก็ตมาแล้วเวิร์คมากครับ คือดูแผนที่เราแน่ใจว่าไม่หลงแน่ แต่เราอยากคอนเฟิร์มว่าตอนนี้เราอยู่ไหนแล้วแน่ๆ ก็ดีตรงที่ผมไม่ต้องไปซื้อพวก Garmin มาใช้ สบายดีครับ แต่ก็นะ มันเป็นแค่ Google Map พวก POI หรือ Point of interest ก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่

5. ความสามารถด้านมัลติมีเดีย
เช่นการดูวิดีโอผ่าน Youtube ฟังเพลงแบบ iPod เป็นกล้องถ่ายรูปและอื่นๆ ถึงเสียงของ iPod classic จะขับออกมาได้ดีกว่า iPhone แต่ผมก็ไม่แคร์ครับ เพราะ MP3 ยังไงก็ไม่เพราะเท่า CD อยู่แล้ว กล้องถ่ายรูป 2Mega Pixel เหมือนรุ่นอื่นๆ แต่ภาพก็ชัดมากนะครับ คุณภาพเลนส์ดีกว่า Smart Phone หลายๆ รุ่นครับ ส่วนวิดีโออันนี้แล้วแต่ว่าประเทศที่คุณอยู่มี 3G ใช้กันแพร่หลายแค่ไหน

ดูทั่วๆ ไปก็ดูเหมือนว่าซื้อ iPod Touch ดีกว่าไหมเพราะมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก จริงๆ แล้วค่อนข้างต่างนะครับ เพราะ iPod Touch จะใช้กับ Wi-Fi ถ้าไปที่ไหนที่ไม่มีคลื่นนี่เสร็จกันเลย ถึงทาง True จะออกมาบอกว่าิติดตั้ง Hot Spot ทั่วกรุงเทพฯ และคอนเวอร์เจนซ์ ซินเนอร์ยี่อะไรของเค้าก็เหอะ แต่ถ้า iPhone ยังไง GPRS ก็ไปถึงครับ อย่างผมนี่ใช้ GPRS ได้เดือนละ 1GB ฟรี ก็เลยเล่นไม่ค่อยบันยะบันยังเท่าไหร่ และการพกพาอุปกรณ์ที่เป็นแบบ All-in-one ถ้าฟังก์ชั่นการใช้งานมันทำได้ดีพอสมควร มันก็น่าใช้ครับ ถ้าเทียบกับเครื่อง HTC ที่ผมเคยใช้เรียกว่า iPhone กินขาดในแง่รูปลักษณ์และฟังก์ชั่นเท่าที่จำเป็น

บางคนอาจจะบอกว่าไม่จริง เพราะตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่ามีคู่แข่งของ iPhone ที่ดีกว่าออกมาตั้งเยอะ เช่น HTC รุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า G1 ที่จะมีระบบปฎิบัติการของ Google ผมเองก็ไม่เคยเห็นครับยังตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะดีกว่ายังไง บางคนบอก Samsung i900 ดีกว่าในแง่ของฟังก์ัชั่น ผมลองใช้แล้วก็ดีนะครับ เป็นมือถือ Windows Mobile ที่น่าสนใจทีเดียว แต่ ณ วันนี้ นาทีนี้ iPhone ตอบโจทย์ผมเกือบทุกอย่างครับ  ผมเป็นคนอินเทอร์เน็ต ชอบติดต่อสื่อสารตลอดเวลา เช็คเมลทุกที่ คือมันทำบนมือถือรุ่นอื่นๆ ก็ได้ครับ แต่มันไม่ลื่นไหลใช้ง่ายเท่ากับ iPhone ยิ่งถ้าคุณซื้อเครื่องถูกกฏหมายที่ไม่ต้องมานั่ง jailbreak กันแล้วยิ่งใช้งานง่ายใหญ่เลยครับ

อีกอย่างหนึ่งคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมอะไรมาใส่มากมายหรอกครับ เท่าที่มันมีอยู่ก็พอใช้งานแล้ว แต่นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน iPhone ต่างก็พากันพัฒนาแอพฯ ของตัวเองมาให้เราใช้กันสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Yahoo!, Facebook, LinkedIn, eBay, Twitter, Google, etc.

สรุปสำหรับเมืองไทย ถึง iPhone 3G จะดีและน่าใช้แค่ไหน แต่ผมแนะนำว่าเก็บเงินไว้ก่อนครับ อย่าเพิ่งเล่นเครื่องหิ้ว ถ้าอยากเล่นจริงๆ ก็เล่น iPod Touch กันไปก่อนไม่เปลืองแบตดีด้วย เพราะ iPhone ยังไงก็กินถ่านพอสมควรครับ เทคโนโลยีของบ้านเรากว่าจะได้ 3G จริงๆ ผมฟังมาจาก Podcast ใน Macdd.com คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหาร Dtac ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาคิดว่าอย่างเร็วก็คงกลางปี 52 คนไทยถึงจะได้ใช้ 3G กัน ซึ่งตอนนั้นน่าจะเป็นไปได้ว่า iPhone รุ่นใหม่ที่ไม่มีปัญหาต่างๆ เช่น เป็นรอยขีดข่วนง่าย, มีปัญหาเรื่องการรับสัญญาณ, ตัว USB Charge มีปัญหาต้องเรียกเก็บคืน อะไรพวกนี้จะถูกแก้ และคนไทยก็น่าจะได้ใช้ของที่ดีกว่าในตอนนั้นครับ

ไปดูคนสิงคโปร์เขาแห่ซื้อ iPhone 3G กัน

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ผมแทบไม่เป็นอันทำอะไรเลยครับนอกจากนั่งเล่นเจ้า iPhone 3G ตัวใหม่ที่หลงไปซื้อมาจนได้ พอได้มาแล้วก็อยากจะเก็บเอาบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ ในงานขาย iPhone ที่สิงคโปร์นี้มาฝากเพื่อนๆ คนไทยกันหน่อย

I've got iPhone 3G
I've got it!

คืนวันพฤหัสฯ ผมเริ่มจากการเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์นั่นก็คือ Singtel ที่ได้รับสิทธิ์ในการขาย iPhone 3G ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือจากลุงจ๊อบส์ (บางคนก็เรียกแกว่าเจ้าชาย บางคนก็เรียกแกว่าศาสดา ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ)  แล้วผมก็พบว่าเป็นเรื่องง่ายมากครับ ก็แค่จองทางเว็บแล้วไปรับที่ตึก Singtel

ป้ายโฆษณาหน้าตึก Singtel ว่า iPhone 3G มาแว๊ววว!!

แต่! การซื้อ iPhone 3G ในสิงคโปร์ *ทุก plan* จะมีสัญญาผูกพันกับเรานาน 2 ปี ซึ่งทาง Singtel ก็มีให้เลือกหลากหลายครับ ตั้งแต่ได้รับ iPhone ฟรี แต่ต้องจ่ายรายเดือนแพงๆ ไปจนถึงจ่ายรายเดือนนิดเดียว แต่จ่ายค่าตัวเครื่องแบบแพงมหากาฬ ส่วนตัวผมเองเลือกที่จะจ่ายแบบไม่เจ็บตัวเกินไป และแต่ละเดือนก็อยู่ในวิสัยที่จะจ่ายได้ นั่นก็คือ iFlexi Value จ่ายแบบรายเดือนๆ ละ 50 กว่าเหรียญ แล้วจ่ายค่าเครื่อง 508 เหรียญ ตกประมาณไม่เกิน 11,000 บาทครับ นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมมาล่อใจ gadget freak อย่างผมอีก นั่นก็คือให้ใช้ GPRS ได้ฟรี 1GB ส่งข้อความ SMS ฟรี 500 ข้อความ ฯลฯ

ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่ผมจ่ายรายเดือนอยู่เดิมแล้ว ผมจำได้ว่าเดือนที่แล้วมัวแต่เล่น Twitter บนมือถือมากไปหน่อย เดือนที่แล้วเล่นไป 17MB ซัดไปเกือบ 200 เหรียญ (แล้วค่า GPRS ที่นี่แพงมาก) ผมถือว่าถูกกว่า และคุ้มค่าครับ ก็เลยย้ายสังกัดจาก StarHub ที่ผมหมดสัญญาแล้ว ไป Singtel โดยไม่ลังเล แม้ว่าจะมีข่าวว่าคู่แข่งอย่าง StarHub จะนำเข้า iPhone มาเองทีหลังภายในปีนี้ก็ตามทีเถอะ

เช้าวันเสาร์ หลังจากเช็คเมลแล้วได้เมล confirm ว่าเรามีสิทธิ์ซื้อแล้ว ให้เราไปช่วงเวลา 11.00 -13.00 ไม่งั้นผิดกติกา อิอิ เราก็ไปเข้าคิวที่ตึกนั้นแต่โดยดี ไปถึงเขาก็ตรวจบัตรก่อนครับว่าเรานี่ตัวจริงเสียงจริงหรือเปล่า ก็ยื่นบัตรให้เขาดู แล้วก็ผ่านฉลุยครับ งานนี้เพื่อนที่ทำงานผมที่ Yahoo! คนนึง เจ้านี่ก็บ้า iPhone ครับ แต่ปรากฏว่ามีปัญหาเรื่องเอกสารซะก่อน เลยชวดไป เห็นบ่นอุบอิบกลับบ้านไป

ซักพักนึงคิวแล่นไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเอาโบรชัวร์ เอกสารต่างๆ มาแจก มีแจกน้ำแจกข้าวระหว่างทางด้วยนะครับ เพราะเขาบอกว่าเมื่อคืนวันพฤหัสฯ ก่อนศุกร์เช้ามีคนล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสนมาต่อคิวตั้งแต่ดึกๆ เพื่อที่จะเป็นคนซื้อ iPhone คนแรกๆ ของเกาะ แล้วคนบ่นหิวกันครับ ทีมงาน Singtel เลยต้องมาแจกน้ำแจกข้าวอยู่เป็นระยะ ใครทำท่าไม่ไหว เจ้าหน้าที่ยังมีกาแฟให้โด๊บอีก เอ้อ เอาเข้าไป… ระหว่างที่รอทีมงานก็จะไล่ตรวจเอกสาร เอาสัญญามาให้เซ็น แล้วย้ำกับทุกคนว่าสัญญานี้ผูกพัน 2 ปี ถ้าหากคุณยกเลิก จะปรับ 800 เหรียญ โอ้ว พระเจ้าจอร์จ ตั้งเกือบ 2 หมื่นบาท! เงินนี่เอาไปซื้อเครื่องหิ้วที่ฮ่องกง หรือเมกาดีกว่าไหม? แต่เอาน่า…การที่ผมเลือกซื้อ iPhone ที่นี่เพราะผมไม่อยากเล่นเครื่องหิ้ว และต้องการบริการหลังการขายที่ดีมากเพียงพอ ไม่ต้องมานั่งไล่ตามเว็บบอร์ดว่าจะแคร็กอย่างไร พี่ครับ แงะยังไงดี ไม่เอาล่ะครับ แบบนั้นไม่เวิร์คสำหรับผม

ภายในบริเวณงาน จริงๆ คนเย�ะกว่านี้มากครับ ผมถ่ายรูปนี้ต�นที่คนซาๆ แล้วในช่วงหัวค่ำ
ภายในบริเวณงาน จริงๆ คนเยอะกว่านี้มากครับ ผมถ่ายรูปนี้ตอนที่คนซาๆ แล้วในช่วงหัวค่ำ

ในที่สุดก็ถึงคิวของผม เจ้าหน้าที่บอกให้เข้าไปที่ counter ข้างใน ตรวจสอบเอกสารกันเป็นรอบที่ 3 คราวนี้ทาง Singtel เขาอธิบายละเอียดเลยครับว่าแต่ละ plan เป็นยังไง ต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน ผมอ่านข้อมูลมาจากเว็บแล้วก็เลยไม่มีข้อสงสัยอะไรมาก แค่ดูว่า condition ต่างๆ ที่เขาให้ผมวันนี้ตรงกับในเว็บหรือเปล่า ผมตรวจดูแล้วตรงกัน ก็เลยตกลงเซ็นสัญญา จ่ายตังค์ แล้วก็รับเครื่องมาเลยครับ

ผมไม่ได้เ�ากล้�งติดตัวมา แต่ใช้ iPhone ถ่ายรูป เลยถ่ายตัวเครื่�งไม่ได้ เ�าหน้าจ�ให้ดูละกัน �ิ�ิ
ผมไม่ได้เอากล้องติดตัวมา แต่ใช้ iPhone ถ่ายรูป เลยถ่ายตัวเครื่องไม่ได้ เอาหน้าจอให้ดูละกัน อิอิ

พอเสร็จจากตรงบูธที่รับมอบเครื่อง iPhone 3G แล้ว พนักงานก็บอกผมว่ามี accessories ของ iPhone 3G จากเมกามาขายในราคาลด 10% ด้วย และถ้าอยากจะเอามือถือเครื่องเก่ามาขายในราคาถูกๆ ก็ได้ครับ ผมเช็คว่าเจ้า HTC Dual ของผมเท่าไหร่ เขารับ trade in แค่ 200 เหรียญ ไม่ไหว ไม่คุ้มเลย ผมเพิ่งซื้อมา เก็บไว้เอาไปให้คนอื่นยังดีกว่า ช่วงนี้คนก็เข้าคิวกันเยอะครับ

ที่จริงราคาก็ลดแค่ 10% แต่ก็ไม่รู้จะจ่ายแพงกว่าทำไม คนก็เลยเข้าคิวซื้�กัน
ที่จริงราคาก็ลดแค่ 10% แต่ก็ไม่รู้จะจ่ายแพงกว่าทำไม คนก็เลยเข้าคิวซื้อกันทาง Singtel เขาก็ชวนพาร์ทเนอร์มาขายหลายๆ เจ้าครับ งานนี้ก็ดีนะครับ ครบวงจรดี

พอเสร็จจากการเสียเงินค่าเครื่องและค่า accessories ไปแล้ว (ผมได้แผ่นป้องกันหน้าจอกับซองหนังสำหรับตัวเอง และซองซิลิโคนไปฝากหมุยเหมียว) เดินออกมาเจ้าหน้าที่ก็บอกว่ารีบกลับหรือเปล่า ทางเรายังมี Tutorial session ให้อีก อะฮ้า! คุ้มมาก ผมก็ถามรายละเอียด เขาก็บอกว่าก็มีแบบเบสิคๆ ใช้งานเบื้องต้นยังไง เป็นการติวแบบตัวต่อตัว กับอีกอันนึงเป็นของทาง epicCenter ดีลเลอร์ขาย Mac รายใหญ่ของที่นี่เขาก็จะมาสอนแบบ advanced หน่อยนึง นี่คือภาพบรรยากาศหน้างานในส่วนการสอนครับ

ตรงส่วนนี้จะมีห้�งเล็กๆ ประมาณ 5-6 ห้�งให้เราเข้าไปนั่งคุยกับเซียน iPhone
ตรงส่วนนี้จะมีห้องเล็กๆ ประมาณ 5-6 ห้องให้เราเข้าไปนั่งคุยกับเซียน iPhone
ในงานจะมีทีวีทำเหมื�น iPhone ตัวใหญ่ๆ มาตั้งให้เห็นศักยภาพเต็มๆ
ในงานจะมีทีวีทำเหมือน iPhone ตัวใหญ่ๆ มาตั้งให้เห็นศักยภาพเต็มๆ หน้าเว็บที่ขึ้นบนจอ iPhone ก็เป็นแบบนี้เลย สวยและชัดเจนดีมากครับ

พอเสร็จจากตรงส่วน Tutorial แล้วก็เข้าไปนั่งฟังการบรรยายแบบ advanced เสร็จก็ประมาณ สองทุ่มครึ่งครับ งานนี้ก่อนกลับก็ยังมีคนนั่งเล่นดูภาพจอวิดีโอที่งานอยู่ และล่าสุดเข้าไปดูในเว็บ Singtel ก็อัพเดทว่า สำหรับแฟนๆ  iPhone ที่อยากจะซื้อแต่ไม่ได้จองไว้ ก็ขอให้ซื้อได้ที่ร้านทั่วไปตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม เป็นต้นไป และทาง Singtel จะมีจับรางวัลแจก iPhone 3G ทุกๆ สัปดาห์ ตอนนี้คนก็แห่กัน SMS อย่างบ้าคลั่งครับ ผมก็งงกับที่นี่เหมือนกันว่าเขาคลั่งกันขนาดนั้นเชียวเรอะ

ภาพรวมของงานในวันนี้ต้องบอกว่าครบถ้วนและจัดได้ค่อนข้างดีครับ ขอโทษทีที่ผมถ่ายรูปมาได้ไม่เยอะครับ เพราะก็มัวแต่สนุกกับบรรยากาศของบรรดาแฟนๆ ของลุงจ๊อบส์ที่มารอกันแต่ไก่โห่ ยันดึก ส่วนผมเองตอนนี้ก็กำลังสนุกกับการดาวน์โหลด application ลงเจ้า iPhone ครับ และยังไม่พบ bug ที่ว่าสัญญาณโทรศัพท์ขาดหายอะไรตามที่เป็นข่าวในเมกา เพื่อนๆ หลายคนก็ถามผมว่าเป็นไงบ้าง ลองใช้แล้วชอบไหม ตอนนี้เพิ่งได้มา 1 วัน บอกได้คำเดียวครับว่า “ชอบมาก” ใช้พวก Smart Phone, PDA มาเกือบสิบปี ถูกใจเจ้าตัวนี้มากๆ

วันนี้ไปล่ะครับ ดาวน์โหลด application ของ Facebook, Wikipedia ลงเครื่องก่อน อ้อโฆษณาแถมท้าย ผมลองเล่น Yahoo! รู้รอบดูปรากฏว่าสุดยอดครับ คือเล่นได้ลื่นมากไม่มีติดขัด จะล็อกอินเข้าไปทำงานจากที่ไหนก็ได้ อิอิ ดีจัง เดี๋ยวสิ้นเดือนกันยายนคงต้องมาดูกันครับว่าค่าโทรศัพท์เท่าไหร่ อึ๋ยส์…