กรณีศึกษา: แนวทาง Social Media พันล้านของ GTH และ “พี่มาก..พระโขนง” ตอนที่ 2

Image

editorial note: บทความนี้คือบทความพิเศษ (ที่เรียกว่า Guest Post) จากเดชอุดม เข็มแดง Associate Director of Online Media Relations ของ GTH ผู้สร้างภาพยนตร์พี่มาก..พระโขนง โดยเดชอุดมส่งบทความนี้มาอัพโหลดขึ้นเพื่อเอาประสบการณ์ตรงมาเล่าขยายความกรณีศึกษาเรื่อง Social Media Marketing ที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้โดยเฉพาะ ว่าแล้วก็อ่านกันได้โดยพลัน

บทความนี้คงจะมาขยายความเล่าสู่กันฟังใน case ของพี่มาก..พระโขนงครับ

โจทย์การทำออนไลน์เรื่องนี้มาจากมีคลิปจำนวนมากร่วมๆ 30 คลิปที่มาจากความสนุกของทีมงานล้วนๆ เพราะปกติหนังเรื่องๆ หนึ่งเราก็มีคลิปกันไม่เกิน 10 กว่าคลิป แต่เรื่องนี้ตั้งแต่การเตรียมงานและบรรยากาศการทำงานเบื้องหลังมันมีเรื่องสนุกๆ ที่น่าเล่าเต็มไปหมด จึงเป็นที่มาของสารพัดคลิปที่เห็นๆ กัน ทีนี้หลังจากที่มีโจทย์จากคลิปที่มีแล้ว ก็นำมาวางแผนการทำงานช่วงเวลาต่างๆ ในการปล่อยคลิปแต่ละตัว

สิ่งที่เป็นโจทย์และเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดคือการทำให้คนดูเข้าใจและเห็นภาพรวมของหนังว่าเค้าจะเข้าดูหนังอะไรยังไง ด้วยความที่เรื่องขอแม่นาคพระโขนงเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างอยู่แล้วส่วนนี้เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียไปพร้อมๆ กัน

ข้อดีคือเราไม่ต้องอธิบายละเอียดในเรื่องของเรื่องราวเกี่ยวกับใครอะไรอย่างไร
แต่ข้อเสียคือด้วยการที่มันถูกเล่ามาซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่าจึงเป็นคำถามว่าแล้วทำไมต้องออกมาดูเวอร์ชั่นนี้

โชคนี้ที่ประเด็นนี้เป็นโจทย์ตั้งแต่ทำโปรเจ็คต์เรื่องนี้อยู่แล้วจึงเป็นที่มาของชื่อพี่มาก..พระโขนงเพื่อจะบอกว่าคราวนี้เราจะมาโฟกัสและเล่าในมุมของพี่มาก ซึ่งไม่เคยมีการเล่นกันประเด็นนี้

หน้าที่ของออนไลน์เราจึงวางไว้เป็นก้อนกลมๆ สองส่วนคือ

ส่วนแรกการสร้างความเข้าใจให้กับผู้ที่รอชมและผู้ที่สนใจในช่วงก่อนหนังฉาย เพราะในเรื่องพี่มากฯ หลายคนที่ได้ดูกันมาแล้วจะเป็นเห็นว่าเวอร์ชั่นนี้เป็นการตีความใหม่ในหลายๆ ส่วนทั้งตัวละคร ทั้งโลก และมิติของตัวละครที่มีทั้งความเก่าและใหม่ปนกัน เราจึงมีหน้าที่เตรียมความพร้อมของคนดูเพื่อให้เค้าเข้าใจและพร้อมที่กับเชื่อไปกับโลกของตัวละคร จึงเป็นที่มาของคลิป พระโขนง Shake

ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าเราโชคดีมากๆ เป็นคลิปที่ไม่ได้อยู่ในแผนเลยแต่บังเอิญทีช่วงนั้นกระแสของ Harlem Shake มาพอดีและมันเป็นอะไรที่เข้ากับลักษณะนิสัยของตัวละครในเรื่องนี้มากๆ ที่จะทำอะไรแผลงๆ แบบนี้ ซึ่งมันทำให้เกิดคลิปที่ลงตัวมากๆระหว่างความเกรียนของตัวละคร และความขัดแย้งกับภาพยุคสมัยของเครื่องแต่งกายและที่อยู่อาศัยของตัวละคร ซึ่งถือเป็นคลิปที่ทำทั้งหน้าที่สร้าง viral ขยายกลุ่มผู้สนใจหนัง และช่วยอธิบายดีกรีความเกรียนของภาพยนตร์ต่อยอดมาจากตัวทีเซอร์ มุก Mark ซึ่งถือเป็นคลิปแรกที่สร้างความฮือฮาและความสนใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้

และหลังจากนั้นคลิปที่ถือว่าช่วยเพิ่มและขยายฐานความสนใจให้กับคนในวงกว้างคือคลิปแนะนำตัวละครที่เรียกได้ว่าเป็นตัวไขก๊อกความสนุกสนานให้กับผู้ชมให้พร้อมกับการชมภาพยนตร์ทั้งเรื่อง และหลังจากนั้นก็มี MV

และตัวอย่างตามออกมาเพื่อต่อยอดขยายภาพของภาพยนตร์ทั้งเรื่องให้ผู้ชมเข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เค้ากำลังจะเข้าไปชมให้มากขึ้น

ส่วนที่สองก็คือ follow up สิ่งที่คนสนใจพาร์ทนี้ก็คือในช่วงที่หนังเริ่มฉายแล้วคลิปก็จะเป็นการเล่าถึงฉากที่ประทับใจต่างๆ ในเรื่องประมาณเป็นการชวนคุยกันหลังดูหนังจบ ในส่วนนี้ที่เป็นที่ได้รับความนิยมมากสุดก็คงเป็นคลิปท่าเต้นเพลงกองพัน

ต้องบอกว่าพาร์ทท่าเต้นกองพันนี้อยู่ในบทตั้งแต่แรกเป็นการดีไซน์เพื่อปูไปยังมุกหรือเหตุการณ์อื่นในเรื่องเป็นหลัก แต่เมื่อเราดูกันแล้วจากประสบการณ์เรื่องก่อนๆมันมีโอกาสที่คนจะชอบจึงมีการทำคลิปสอนเต้นเตรียมไว้ และปล่อยมันออกมาในเวลาและจังหวะที่คนสนใจและพูดถึงกัน และหลังจากนั้นเราก็ปล่อยให้ content มันไปต่อด้วยตัวของมันเอง

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่พยายามทำความเข้าใจปรากฏการณ์ “พี่มาก..พระโขนง” ไม่มากก็น้อยครับ

ขายของ สำหรับใครที่สนใจพัฒนาทักษะ Social Media ล่าสุดมีคอร์ส Social Media & Online PR จาก Econsultancy มาเปิดสอนที่ประเทศไทยแล้วในวันที่  25-26 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ลงทะเบียนเรียนกันได้เลยครับ 

ที่มา: บทความใน thumbsup ของตัวเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s