5 สูตรลดน้ำหนัก 13 กิโลฯ เปลี่ยนชีวิต

Image

ภาพทางซ้ายที่เห็นคือเมื่อปี่ที่แล้ว ผมหนักสุดๆ ไปงาน #ywcReunion น้อง Aom Fontip ถ่ายรูปออกมาแล้วอายจัง จากนั้นล่าสุดผมสามารถไปร่วมเดินหวานเย็นที่งาน #Bkkmarathonกับเพื่อนๆ ได้แล้ว (ภาพขวา) 

เมื่อต้นปีผมไปตรวจสุขภาพ คุณหมอที่โรงพยาบาลคนแรกบอกว่า “คุณคะ ไตรกลีเซอไรด์ คุณขึ้นไปถึง 470 คอเรสเตอรอลขึ้นไป 260 อันตรายมากนะคะ ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ชีวิตคุณจะมีความเสี่ยงมาก” สิ้นเสียงหมอ หมอก็เริ่มให้สูตรลดน้ำหนักที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล… หมอพูดมาราว 30 นาที จำไม่หวาดไม่ไหว ใช้ GALAXY Note อัดเสียงหมอไว้ แล้วส่งกลับไปให้แก๋มทำตาม

กลับมาบ้านใหม่ๆ ผมก็ยังทำไม่ได้หรอกครับ แต่ผมก็พยายามอยู่หลายอย่าง เช่น เดินไปโรงยิมข้างๆ ออฟฟิศจ่ายเงิน 3 หมื่นบาทเพื่อเป็นการยืนยันกับตัวเองว่าจะต้องมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ท้ายสุดพยายามตื่นตี 5 ครึ่ง ถึงออฟฟิศ 6 โมงครึ่ง ออกกำลังกายเองอยู่ 4 เดือน (เมษายน – กรกฏาคม) แต่น้ำหนักมันไม่ลงเลย ใช่ครับ… ไม่ลงเลย ทำอย่างไรก็ไม่ลง เพราะอะไร? พยายามถามตัวเอง กี่ปีมาตั้งใจไว้เท่าไหร่ก็ไม่เคยทำได้ครับ บอกตรงๆ เพราะใจมันไม่แข็งพอ แต่เสียงหมอดังก้องอยู่ในหัวว่า “ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ครอบครัวคุณจะเดือดร้อน”  (อ่านเสียงดังๆ แบบมีเอ็คโค่นะครับ นึกภาพคนในครอบครัวที่อยู่ข้างหลังเราลอยขึ้นมาสิครับ หลอนนะครับหลอน) ความกลัวนี่เองที่ผลักดันให้ลด

จากนั้นผมเริ่มได้รับแรงบันดาลใจจาก @molek และสูตร Good Shape Save Cost ของ John วิญญู เป็นครั้งที่ 2 และกลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลเดิม คราวนี้หมอก็ให้กำลังใจเพิ่มเติมมาเช่นกัน ผมเลยเอาสูตรของหมอ รวมกับของ @molek และของ John วิญญู ได้ออกมาเป็น 5 ข้อที่เหมาะกับผมดังนี้

1. งดลดแป้ง คนคิดว่าการออกกำลังกายจะลดน้ำหนักได้ แต่จริงๆ มันไม่ใช่อย่างนั้น คนอ้วนมันจะทำยาก ช่วงแรกขอให้งดแป้งงดน้ำตาลมันจะลดได้ สิ่งที่ทำได้ทุกๆ วันคือ อย่ากินข้าวขาวมากนัก ถ้าคิดอยากกินข้าว ให้คิดว่าข้าวทั้งหลายเหล่านั้นจะแปรสภาพเป็นน้ำตาล ถ้าเราทานข้าว 1 จานเต็มๆ ให้นึกว่าจะมีน้ำตาลทราย 1 ปึกเข้าไปอยู่ในท้องเรา และทำให้ชีวิตเราอันตรายขึ้นเท่านั้น

2. ล้างตู้เย็นซะ
คนอ้วนมักจะอ้วนเพราะที่บ้านมีตู้เย็นที่อุดมไปด้วยขนมขบเคี้ยว สิ่งที่ผมทำอย่างแรกคือล้างตู้เย็น เอาน้ำหวาน ขนมขบเคี้ยวออกทั้งหมด สิ่งที่เหลือไว้ในตู้เย็นได้คือ น้ำเปล่า นมถั่วเหลืองตรานางพยาบาล แบบน้ำตาล 0% และผลไม้แบบแก้วมังกร และฝรั่ง นอกจากนี้ไม่ต้องใส่ไว้

3. หัดเจรจากับแม่ค้าขายข้าวแกงให้เป็น อาหาร 3 มื้อของเรา กินอะไรยังไงก็ได้ แต่อย่ากินแป้งมาก ข้าวเช้า กินข้าว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วอัดผัก และกับพวกเนื้อสัตว์ให้มากๆ (แป้งน้อย โปรตีนเยอะ ผักเยอะ นั่นเอง) ช่วงแรกคุณจะต้องเถียงและทำความเข้าใจกับพี่ๆ แม่ค้าขายข้าวแกงเยอะหน่อย แต่สิ่งที่บอกแม่ค้าก็คือ “ผมกำลังลดน้ำหนัก ผมเลยต้องกินข้าวน้อยๆ แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะครับว่าพี่ต้องใส่กับให้ผมเยอะ ผมจ่ายพี่เบิ้ลอีก 20 เลยครับ ใส่กับให้ผมเยอะๆ แต่ข้าวไม่ต้องเยอะ เอาแค่ช้อนเดียว” กำแพงผลประโยชน์ของแม่ค้าจะลดลงไป และยอมใส่กับเยอะๆ ให้เราในที่สุด จะให้ดีแนะนำว่าผูกปิ่นโตเป็นเจ้าประจำกัน แล้วทุกอย่างจะง่าย

4. ดื่มน้ำให้มากขึ้น ปกติผมเป็นคนดื่มน้ำไม่มาก แต่ตอนนี้จะเดินไปซื้อน้ำขวดใหญ่ 2 ขวดดื่มทุกวัน เวลาเหงาปาก รู้สึกอยากกินระหว่างมื้อก็จะอัดน้ำเข้าไปเลย ถ้าหากคิดถึง starbucks, true coffee ไม่เป็นไร คุณก็แค่บอกเขาว่าขอกาแฟดำ ถ้าอยากหวานก็ใส่ Equal เอา จริงๆ พวกน้ำตาลเทียมนี่กินมากก็ไม่ดีครับ แต่ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ มันช่วยได้ครับ ถ้าอยากดื่มพวกชาไทยใส่นม บอกเขาเอาชาไทยใส่ Equal ห้ามใส่นม ห้ามใส่น้ำตาล ในที่สุดคุณก็จะลืมมันไปได้เอง

5. อย่าไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อน ตอนกลางวันเรามักจะได้รับคำเชิญให้ไปกินข้าวร่วมกันกับคนนั้นคนนี้ ส่วนตัวผมมักจะปฎิเสธอย่างสุภาพ เพราะทันใดที่เราไปกินกับคนอื่น เราจะมีแนวโน้มที่จะกินเยอะทันที เช่น “กินลูกชิ้นอีกสัก 5 ไม้ไหม” “อาหารยังไม่มา หนมจีบก่อนเปล่า” หรือไม่ก็ “ไม่ได้ดื่มน้ำอัดลมนานแล้ว วันนี้ดื่มด้วยกันหน่อยไหม”

ผลลัพธ์

หลังจากทำตามสูตรข้างบนนี้ และบอกให้แก๋มช่วยล้างตู้เย็นให้สม่ำเสมอ 4 เดือนผ่านไป (สิงหาคม – พฤศจิกายน) ชีวิตเปลี่ยนไปจริงๆ ครับน้ำหนักผมลงมาจาก 110 เหลือ 96.5-97.5 (ขึ้นๆ ลงๆ) หรือ 13.5 กิโล ด้วยสูตร “ลดแป้ง” หรือที่เรียกกันว่า “low carb” ไม่ต้องออกกำลัง ไตรกลีเซอรไรด์ผมลดลงจาก 470 เหลือ 88 และคอเรสเตอรอลจาก 260 เหลือ 205 เท่านั้น ระบบหายใจ ความอึดอัดก็น้อยลงไปมาก

สิ่งที่ยากก็คือช่วงแรก ที่เราจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าให้ต่ำกว่า 90 ดูซิว่าจะทำได้ไหม! ขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจครับ ใครที่รู้ตัวว่าอายุเข้าหลัก 3 จะหลัก 4 สุขภาพต้องมาก่อนครับ ร่วมกันใช้ #healthtwt บน Twitter มาแชร์กันนะครับว่าคุณได้ทำอะไรเพื่อสุขภาพของคุณกันบ้างแล้วหรือยัง

12 thoughts on “5 สูตรลดน้ำหนัก 13 กิโลฯ เปลี่ยนชีวิต

  1. Pingback: ถึงคิวข้าฯ [ตรวจสุขภาพประจำปี] | Jakrapong.com

  2. !!!เคล็ดลับ #ลดน้ำหนัก สุดแรงงง 3KG #ภายใน7วัน!!!
    #อ้วนแค่ไหนก็ผอมได้ #กระชับสัดส่วน นวัตกรรมใหม่ สำหรับการ #ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย #อ้วนกรรมพันธุ์ #อ้วนหลังคลอด #อ้วนจากการทานยาแล้วโยโย่ #อ้วนหลังให้น้ำเกลือ #อยากผอม
    #อยากดูดี #บั่นท้ายใหญ่จงหายไป #โปรแกรมออกกำลังกายยอดฮิต #ลดหุ่นให้ผอมเพรียว #ลดความอ้วนที่ดีที่สุดกัน #ต้นขาสะโพกแขน #ไขมันสะสม #หน้าท้อง #หน้าเรียวเล็กเหมือนสาวเกาหลี #หน้าบานทำไงดี #อ้วนขึ้นหน้า #อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ #วิธีลดสัดส่วน #ต้นขาใหญ่ #ลดหุ่น
    รับปรึกษาก่อนลดจริง โทรหาได้ตลอดจ่ะ
    เหมาะสำหรับคนต้องการลดน้ำหนักแบบไม่อันตราย #ไม่โยโย่ และสุขภาพดี
    ผ่าน อย.มากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก
    Tel.0882583738 คุณ รัก
    Line:LUK000(ศูนย์3ตัว)
    ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กกก
    http://goo.gl/forms/v04zf85DVs

  3. คือเราเคยทำเหมือนกันนะลดแป้งอ่ะ ทำสองวัน กินแป้งน้อยมากคือให้ร่างกายได้รับรู้ว่าเรากินคาร์โบไฮเดรตเข้าไปด้วย เพื่อให้ร่างกายได้เผาพลาญพลังงานด้วย ไม่เชิงว่างดแต่ลด เหมือนกับงันนึงกินข้าว3ช้อนโต๊ะอ่ะ ทำไปสองวันจาก64เหลือ62 =วันละโลอ่ะ
    แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำนานขึ้นมาเปน65แล้ว
    ลดอยู่ด้วยตอนนี้อ้วนมาก อยากเหลือสัก 55ก่อน เด่วจะลองนำสูตรนี้ไปประยุกต์ดู ได้ผลยังไงเด่วค่อยมาแชร์ประสบการณ์ค้าา>>

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s