Midlife Crisis กับความสุขในชีวิต

8647008301_55960325ee_h

มีนักจิตวิทยาฝรั่งบอกเอาไว้ว่า ในชีวิตของคนๆ หนึ่งพออายุอานามย่างเข้าเลข 4 คนเรามีโอกาสพบสภาวะทางจิตใจแบบใหม่ที่เรียกว่า “midlife crisis” สภาวะที่ว่าดังกล่าวมักจะส่งผลประหลาดๆ เช่น เซื่องซึม รู้สึกชีวิตไร้ทิศทาง อยากจะออกจากงาน กลัวสุขภาพจะไม่ดีต้องเริ่มออกกำลังกาย อยากอยู่กับตัวเองมากผิดปกติ เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเกิดมาทำไม มีค่าอะไร อยากจะทิ้งภรรยา ฯลฯ

ไม่รอช้า ผมรีบกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเคยผ่านสัญญาณที่ว่ามาแล้วหรือยัง ก็รู้สึกว่าเคยคิดมาแล้วเกือบทุกอย่าง เว้นแต่ข้อสุดท้ายก่อน “ฯลฯ” ครับ

ไม่กล้าจะคิดครับ… เอื๊อก

ผมเองกำลังจะถึงเลข 4 ในเวลาอีกไม่ช้าไม่นาน แม้จะไม่ได้เครียดอะไรกับมันมาก แต่ก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า ในวันที่หลักของตัวเลขกำลังจะเปลี่ยน คุณค่าในชีวิต หรือความหมายของการมีอยู่ของนายคนนี้คืออะไร นอกจากทำงานๆๆๆ หาเงินๆๆๆ เอาเงินที่ได้ไปซื้อความสุข ชีวิตคนเรามันมีอยู่เท่านี้จริงๆ น่ะหรือ?

ผมเริ่มเอาความคิดฟุ้งซ่านของผมไปปรึกษา “น้าปั้น” แต่ก่อนจะถึงคำปรึกษา ผมขอเล่าเกี่ยวกับน้าของผมสักหน่อย

น้าปั้นเป็นน้าแท้ๆ ของผมครับ แกเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงาน แกจบโรงเรียนนายร้อยจปร. ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราจบกัน ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ ท่านได้รับตำแหน่งพลเอก พร้อมตำแหน่งสำคัญในกองทัพ แต่ในชีวิตส่วนตัวแกเป็นคนธรรมะธรรมโม อยู่อย่างโสด สมถะ และมีชีวิตที่มีความสุขแบบโสดๆ ในห้องของแกเป็นห้องที่เรียบง่าย มีของใช้ไม่กี่ชิ้น จะมีก็เฉพาะที่จำเป็นกับชีวิตจริงๆ ใช้เวลาว่างในการเลี้ยงหมา เลี้ยงปลาไป

ที่บอกว่าเลี้ยงหมาเลี้ยงปลานี่ไม่ได้เลี้ยงแบบธรรมดานะครับ แต่แกเลี้ยงหมากับปลาแบบเลี้ยงลูก มีหมากี่ตัวก็เอามานอนในห้องด้วย นั่งลูบหัวน้องหมาได้เป็นชั่วโมงๆ หาชุดให้ใส่ เลี้ยงปลา ปลาทุกตัวก็ได้สีสันสวยงามสดใส คุณแม่ของผมเคยกระเซ้าเล่นว่ารักใครมากกว่าระหว่างสัตว์เลี้ยงกับหลานๆ

คิดว่าคุณคงรู้นะครับว่าน้าผมจะตอบว่าอะไร

จากความรักความชอบ น้าปั้นก็เริ่มแปลงความรักความชอบเป็นทุน แกเปิดร้านขายปลาเล็กๆ พร้อมลูกจ้าง 1  คน แต่ทุกวัน “น้าปั้น” บอกว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้แนะนำลูกค้าและเด็กๆ ที่เดินผ่านมาได้ปลาดีๆ สวยๆ กลับบ้านในราคาย่อมเยา ทุกเย็น น้าปั้นจะขับรถคันเดิมที่ขับมากว่า 15 ปี (ซึ่งถ้าพี่ๆ น้องๆ ไม่ขอร้องให้เปลี่ยนก็จะไม่เปลี่ยน)

ทั้งหมดที่เล่ามานี้น้าชายของผมเล่าให้ฟังว่า แนวความคิดในการใช้ชีวิตของแก คือ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และนิยามความสุขของตัวเองให้ได้ก่อน ว่ามีความสุขกับอะไร ถ้าความสุขนั้นไม่ทำให้ใครเดือดเนื้อร้อนใจ และสอดคล้องกับวิถีและจริตของเรา ก็จงลงมือทำมัน มันจะทำให้เรามีความสุขตลอดระยะเวลาที่ทำสิ่งนั้น

พอได้ฟังคำ “น้าปั้น” เล่าถึงแนวความคิดที่เรียบง่าย และฝากคำสอนเล็กๆ น้อยๆ คำถามที่ผมกะจะถามแกแต่แรกว่า “น้าครับ ผมกำลังเจอ Midlife crisis จนรู้สึกว่าสับสนวุ่นวายใจ จนมองหาว่าความสุขในชีวิตคืออะไร ทำอย่างไรก็หาไม่เจอ” ก็คงไม่ต้องถามอีกต่อไป

ชีวิตคนเราก็ต่างมองหาความสุข แต่ประเด็นคือเราไม่ได้กำหนดหรือนิยามความสุขนั้นให้ชัดพอต่างหาก เราจึงไม่เคยพานพบมัน ทั้งที่บางทีความสุขนั้นอาจจะอยู่ตรงหน้าเราแล้วก็เป็นได้

ขอบคุณรูปประกอบของคุณ mirkuz บน flickr ตาม Creative Commons

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s