พลังของ “Cyber Monday”

เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา ผมบินไปซาน ฟรานซิสโก ดินแดนซิลิคอน วัลเล่ย์ เพื่อไปร่วมการสัมมนา ของ Yahoo! ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่นั่น เลยมีโอกาสแวะช้อปปิ้งหาอะไรติดไม้ ติดมือกลับมาบ้าง

ตอนนั้นเพิ่งพ้นผ่านวันที่เรียกว่า “Black Friday” ที่ฝรั่งเขาว่ากันว่า ขาช้อปเดินกันสนั่น เพราะร้านค้าปลีกจะลงแขกลดราคากันกระหน่ำมาก ไม่ใช่ลดกันธรรมดาๆ แต่ลดกัน 50-80% ก็มี ที่น่าสนุกไปกว่านั้นก็คือ เขามี “Cyber Monday” สำหรับสินค้าออนไลน์ในวันที่ 30 พฤศจิกายนกันด้วยครับ

Cyber Monday เป็นศัพท์ทางการตลาด ที่ระบุถึงการรวมตัวกันลดราคา ของผู้ค้าปลีกออนไลน์ในอเมริกา คนที่คิดก็คือ สมาคมผู้ค้าปลีกแห่งชาติ (National Retail Federations) ประกาศเริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2005 โดยจับเอากระแสของ Black Friday ว่าวันศุกร์เป็นวันลดราคาของ “ออฟไลน์” ดังนั้นวันจันทร์ ที่กำลังจะถึงนี้ก็จะเป็นวันลดราคาของ “ออนไลน์”

ที่มาที่ไปของ Cyber Monday เริ่มมาจากการที่ทางสมาคมฯ เห็นว่ามีผู้บริโภคหลายคนพลาดโอกาสซื้อสินค้าราคาถูก จาก Black Friday ก็เลยตั้งคำว่า Cyber Monday เพื่อเป็นทางออกของนักช้อปที่ต้องการ ของดีราคาถูก เพียงแต่ต้องมาซื้อออนไลน์เท่านั้น   อีกทั้งมีผลการสำรวจ ออกมาในปี 2004 แล้วว่า 77% ของผู้ค้าปลีกออนไลน์จะปั๊มยอดขาย ได้ดีมากเป็นพิเศษในวันจันทร์หลังวัน Thanksgiving   เพราะบรรดาคนทำงาน ตามออฟฟิศก็ยังมีอารมณ์ซื้อของลดราคาอยู่ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ต้องทำงาน ดังนั้นการซื้อของจากออฟฟิศที่มักจะติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้ซื้อง่ายขายคล่องเข้าไปอีก

ลองดูตัวอย่างการลดราคาของออนไลน์ในวัน Cyber Monday ปีนี้กันนะครับ

1. Amazon.com ร้านขายปลีกออนไลน์เจ้าใหญ่ จัดส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อของเกิน 25 เหรียญขึ้นไป

2. eBay: สินค้าบนเว็บจะลด 90% ขึ้นไป

3. Fingerhut: ให้ผ่อนจ่ายได้ถูกมากๆ แถมข้อเสนอพิเศษอีกเพียบ

4. Walmart: ลดเฉพาะสินค้าบางตัว

5. Kmart: ลด 5 เหรียญทุกๆ การซื้อ 50 เหรียญ

6. ShopNBC: มีข้อเสนอพิเศษ รวมทั้งลด15% สำหรับสินค้าชิ้นแรก

7. Sears: คล้ายๆ กับของ ShopNBC

8. Buy.com: ลด 5 เหรียญทุกๆ การซื้อ 100 เหรียญ หรือ 10 เหรียญทุกๆ การซื้อ 200 เหรียญ

9. Target: ส่งฟรีสำหรับใครที่ซื้อเกิน 50 เหรียญ และสินค้าที่ลดก็่มีอยู่กว่า 100,000 รายการ

10. Macy’s: เว็บไซต์ของห้างชื่อดังกลางเมืองซาน ฟรานซิสโกลด 20-60% กับสินค้ากว่า 2,500 รายการ

Cyber Monday อาจดูเป็นเพียงเทศกาลลดราคาธรรมดาๆ ถ้าหากว่าบรรดา ผู้ค้าปลีกออนไลน์ไม่ได้ให้ความร่วมมือ แต่ก็มีตัวเลขสวยๆ ออกมาอ้างอิง กันไว้ใน วิกิพีเดียว่า Cyber Monday กระตุ้นให้เกิดการ จับจ่ายในวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2007 ถึง 881 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 29,200 ล้านบาท) หลังจากที่ Black Friday ทำได้  41,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) ถึงจะห่างกันมาก แต่ Cyber Monday ก็เป็น “ศัพท์การตลาด” ที่มีพลังมากทีเดียว

พูดง่ายๆ ว่าถึงมันจะเป็นช่วงท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แต่ถ้าต่างคนต่างลด ผู้คนก็อาจจะไม่สนใจออกมาซื้อกันเท่าไหร่ แต่พอบอกว่าไปเว็บไหนก็ลด เป็นเรา เราก็ต้องลองคลิกดูเผื่อได้ของดีราคาถูกจริงไหมครับ

เมืองไทยจะจัดวันช้อปปิ้งออนไลน์แบบนี้บ้างก็ไม่เลวนะครับ อาจช่วยกระตุ้น ให้มีการซื้อขายออนไลน์กันมากขึ้นก็ได้ ดีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพียงแต่หาคนกลางรวมตัวผู้ค้าปลีกออนไลน์มาคุยกัน จัดทำ โค้ดสำหรับผู้ซื้อเวลาไปซื้อของลดราคา อย่างที่อเมริกาเขาจะมี Cyber Monday Coupon Codes ครับ อย่างเช่นที่ Tohome.com อยากลดราคาก็ทำโค้ด TOHOME12345A TARAD.com ก็ทำ TARAD12345F ให้ลูกค้าไปกรอกในเว็บ เราก็จะติดตามผลกันทั้งอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซได้ด้วยว่ามีเงินสะพัดกันแค่ไหน

หารายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.shop.org/home

One thought on “พลังของ “Cyber Monday”

  1. โอ๊ะ โอว ที่มาที่ไปเป็นอย่างนี้นี่เอง ได้ความกระจ่างขึ้นมากทีเดียวครับ ขอบคุณที่เขียนบทความนี้ให้พวกเราอ่านกัน
    เลยได้ไอเดีย สร้างรายได้จากช่วงเวลาดังกล่าว ว่าแล้วก็ไปหาแหล่งความรู้อ่านต่อดีกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s